http://www.visitsurin.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
Home News World Newspaper Visit Surin Article Eastern PhilosopHy Conspiracy 100ปีวิถีชีวิตชาวจีนเมืองซู้ลิ้ง History Webboard
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
 

ต่อหัวเสือสังคมแห่งการสร้างสรรค์

ต่อหัวเสือสังคมแห่งการสร้างสรรค์

 
 
 
 
โปรดติดตาม: สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องของ “ต่อหัวเสือ” นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของผม ในการจัดการปัญหาต่อหัวเสือ ผมจะ Update ข้อมูลเรื่อยๆ ในด้านต่างๆ วิทยาศาสตร์ การป้องกันรังต่อ การรักษาเมื่อถูกต่อต่อย วิธีการกำจัด สัมภาษณ์นักล่าน้ำผึ้งจากรังผึ้งหลวง-ต่อหัวเสือ-ผึ้ง ตัวจริง แห่งเทือกเขาพนมดองเร็ก ฯลฯ  
 
ต่อหัวเสือ: ยามรุ่งอรุณวันใหม่
วันที่ 19 มิถุนายน 2553 (คลิปถ่ายเมื่อเวลา 05:00-06:00 น.)ก่อนแสงตะวันจะพ้นขอบฟ้า ฝ่ายรักษาความปลอดภัยก็จะเริ่มออกบินลาดตะเวน สำรวจสภาพแวดล้อมทั่วๆไป ลมฝนดินฟ้าอากาศเพื่อกำหนดแผนงานประจำวัน เช่น หากพบว่าคลึ้มฟ้าคลึ้มฝน ก็จะรายงานให้ฝ่ายโยธาปะปิดรูรังให้แคบลง กันฝนสาดเข้าไปภายในรังมากเกินไปหากถึงขั้นอุทกภัย ดักแด้-ตัวอ่อนต้องสิ้นบุญก่อนเห็นโลกภายนอกแน่ หรือหากพบว่าสภาพดินฟ้าอากาศปกติ ฝ่ายโยธาก็ต้องเตรียมการเปิดขยายรูให้กว้างขึ้นเพื่อสะดวกในการทำงาน   
 
 
ต่อหัวเสือ: ภารกิจภาคเช้า - เที่ยง
วันที่ 19 มิถุนายน 2553 (คลิปถ่ายเมื่อเวลา 11:00-12:00 น.) เช้าวันนี้อากาศแจ่มใสแผนงานเช้าวันนี้จึงต้องเร่งขยายรูเปิดปากทางเข้าออกให้กว้างขึ้น เพื่อรองรับการทำงานของต่อทุกตัว ที่จะต้องออกไปจัดหาเสบียงอาหารมาเลี้ยงประชากร และการจัดหาวัสดุก่อสร้างในการปะแต่งขยายรัง เช้าวันนี้ “ต่อหัวเสือ” ทุกตัวจึงต้องทำงานอย่างขมักเขม่น แม้ชนกระแทกกันยังไม่มีเวลาที่จะทะเลาะกันเลย หรือกระทั่งเจอพี่ เจอน้อง เพื่อนฝูง ยังไม่มีเวลาที่จะทักทาย พูดคุยกันเลย.....”แล้วจะมากล่าวหาว่าพวกฉันดุร้ายอัมหิตได้อย่างไร? “มันยังรำพึงรำพันต่ออีกว่า“ที่มีข่าวว่าพวกฉัน รุมต่อยคนตายที่โน่นที่นี่ ลองเช็คข่าวดูดีๆซิคะ มีบ้างใหม? อยู่ดีๆพวกเราก็เกเรเที่ยวไปเดินต่อยคนตายเป็นจิ๊กโก๋ปากซอย...พวกเราเพียงใช้สิทธิในการปกป้องตนเอง บ้านของเรา ลูกของเราฯเท่านั้นเอง” ?งง..งงๆๆๆๆๆๆๆ? 
สังเกตนาทีระทึกขวัญ: นาทีที่ 5:45 –ขณะที่ผมขยับต้วเข้าใกล้รังมากขึ้น เพื่อเก็บภาพนิ่ง เสียงเหยียบใบไม้แห้งดังขึ้น พวกมันต่างกรูกันออกมาเตรียมพร้อมเข้าจู่โจมศัตรูทันที!! รอเพียงการส่งสัญญาณ จากจ่าฝูง (ซึ่งมีอยู่เพียงตัวเดียว/รังเช่นเดียวกับ ตัวต่อนางพญา ตัวจะใหญ่กว่าทุกตัวมีหน้าที่บินลาดตะเวนรอบๆรัง ควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด)เมื่อผมหยุดนิ่ง เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของพวกมัน ชั่วครู่พวกมันก็เริ่มกลับเข้าทำงานกันตามปกติ ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ยอมเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระใดๆแม้แต่น้อยเลยผมจึงได้ใจเก็บภาพต่อไป
 
 
ต่อหัวเสือ: ภารกิจภาคบ่าย 
วันที่ 19 มิถุนายน 2553 (คลิปถ่ายเมื่อเวลา 15:30-17:00 น.) เอ๊า..ฮุยเลฮุ้ย..วัสดุอุปกรณ์พร้อมแล้วเร่งปะแต่งขยายรังเร็ว..เอ๊า..ฮุยเลฮุ้ย..เอ๊า มาพัดตรงนี้หน่อยยังไม่แห้งเลย....ฝั่งโน้นเป็นยังไงใกล้เสร็จยัง..ฝั่งนี้ใกล้เสร็จแล้ว....เย้..เย้..เย้ 
 

ต่อหัวเสือ: ภารกิจภาคบ่าย หลังขากตอนเช้าเปิดรูรังให้กว้างออกเต็มที่ตามความเหมาะสม เพื่อสะดวกในการการเข้าออก  1.เพื่อนำเศษไม้ผุๆ เข้าไปส่งให้แผนกก่อสร้างขยายรัง 2.ฝ่ายเสบียงลำเรียงอาหาร ส่งครัว ผลิตอาหารเลี้ยงตัวอ่อน ช่วงเช้าบ่ายการเข้าออก จึงสบสนวุ่นวายไปหมด บางทีชนกันก็ยังมี

เมื่อตกเย็นก็ต้องปิดรูรังให้แคบลงเพื่อเวลากลางคืน การรักษาความปลอดภัย ง่ายขึ้น จะได้พักผ่อนกันอย่างสบายใจ หลังทำงานหนักมาทั้งวัน

 
ต่อหัวเสือ: รำพัดโชว์
นี่..พวกเธอ..ไปรำพัด..โชว์ความน่ารักหน่อยซิ...พี่ๆๆๆๆหนูน่ารักใหมค๊า......... 
 
 
ต่อหัวเสือ: ยามราตรีที่แสนสงบ 
วันที่ 18 มิถุนายน 2553(คลิปถ่ายเมื่อเวลา 20:35 น.)หลังตะวันลับขอบฟ้า ต่อหัวเสือทุกตัวจะกลับเข้ารังพักผ่อนนอนหลับอย่างสบาย เพราะเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน โดยจะมียามท้องถิ่นผลัดกันเข้าเวรยามรักษาความปลอดภัยปากรูอย่างสงบ
สังเกตุ:
๑,นาทีที่ 5:39 - 6:17 หลังจากที่บล็อกแสงไฟจับที่ปากรูสักพักจะมีต่อตัวหนึ่ง ออกมาสังเหตุการณ์รอบๆรังจากนั้นก็นบินอกกไป..ผมรีบบอกให้คนฉายไฟสังเกตว่ามันจะเข้าโจมตีด้นหลังหรือเปล่า ส่วนผมยังจับภาพอยาพร้อมๆกับสังเกตุ ปฏิกิริยาต่อที่อยู่ปากรู เห็นพวกมันยังสงบไม่มีปฏิกิริยาที่ตื่นตะหนกแต่อย่าวไร จึงเก็บภาพต่อ
๒, รูรังจะแคบมาก เมื่อเปรียบเที่ยบ กับรูรังในวันรุ่งขึ้น   
 
 
ต่อหัวเสือ: สิ้นบุญ-ไม่สิ้นหวัง
วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๓(คลิปถ่ายเมื่อว้นที่ ๒๐ มิถุนายน-๑๐ กรกฏาคม) …….หลังจากเมื่อคืน(๑๙ มิ.ย.) ได้มีการกำจัดรังต่อโดยการเผา(นายหง๊าย) รุ่งเช้าเมื่อเข้าไปสำรวจความสูญเสีย พบซาก “ต่อหัวเสือ” เท่าที่เห็นมีต่อหลายสิบตัวที่สิ้นบุญ พวกที่เหลือ ได้หนีไฟไปรวมตัวกันบนต้นไม้ด้านข้างรังเก่าห่างออกไปราว ๓ เมตร พร้อมๆกลับการสร้างรังใหม๋ท้นที(Clib:นาที่1.14-1.52) เพื่อให้ตัวอ่อนที่รอดชีวิตอยู่ พนักงานที่เข้าสังเกตช่วงฟ้าสางพบพวกมันบินลงมาอุ้มเอาตัวอ่อนที่ยังไม่ตายขึ้นไปไว้ที่รังใหม่ด้านบน
สรุปว่าพวกมันไม่ยอมย้ายไปอยู่ที่ห่างไกลออกไป คืนวันที่ ๒๒ มิ.ย. จึงใช้ไฟล่อข้างๆรังเพื่อให้พวกมันบินออกจากรังให้หมด จากนั้นก็เผารังไหม้ไม่เหลือซาก..จบเสียที
ก่อนเที่ยงวันที่ ๒๓ มิ.ย. พวกเราไปสำรวจอีกครั้ง ตลึง!!!...พวกมันยังไม่ไป....
คราวนี้แยกออกเป็น ๒ รัง บนต้นไม้ต้นเดิม รังด้านล่างสูงจากพื้นดินราว ๑.๓๐ เมตร(นาทีที่1.52) อีกรังอยู่ด้านบน(นาทีที่2.18) สูงราว ๓.๕๐ เมตร...งงงงง..’’ งงจริงๆๆๆ (ภาพในคลิปถ่ายเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม)
“ต่อหัวเสือ” วิศวกรฝ่ายโยธาของพวกมันสร้างรังได้อย่างรวดเร็ว ที่เห็นในคลิปใช้เวลาเพียง ๑๘ วัน
หลังจากนั้นพวกเรากลับคิดหาวิธี จะทำอย่างไรดี?กับรังต่อ เพราะอย่างไรเสียก็ต้องเอาออกไป จะอยู่ติดกับบ้านพักคนงานไม่ได้ มันอันตรายเกินไป!! เพราะพิษ “ต่อหัวเสือ” ร้ายแรงมากหากถูก“ต่อหัวเสือ” ต่อย ๑ ตัว เทียบเท่ากับ ถูกผึ้งต่อยมากถึง ๕๐๐ ตัว... 
 
 
ต่อหัวเสือ: การกำเนิด-ปฐมวัย และสถาปัตยกรรม
๖ มิถุนายน ๒๕๕๓ หลังจากที่ “ต่อหัวเสือ” ไม่ยอมย้ายที่อยู่ใหม่ และยังขยายครอบครัวเพิ่ม เป็น ๒ ครอบคร้ว ประเด็นที่พวกเรานำมาถกปัญหากัน ก็คือ
๑, สังหารหมู่ ใช้เปลวไฟเผายกรังไปเรื่อยๆ จนกว่าพวกมันจะหายไป
๒, หสกพวกมันมีประสงค์ต้องการอยู่กับพวกเราก็ให้มันอยู่ไป เมื่อพวกมันไม่ยอมไปเอง ก็ต้องหาวิธีอพยพพวกมันออกไป เพราะจะอยู่ใกล้บ้านพักซึ่งมีเด็กๆอยู่ด้วย เป็นอันตรายมาก
พวกเราสรุปว่า ให้เลือกใช้วิธีที่ ๒ ด้วยเหตุผล
๑, “ต่อหัวเสือ” ควรจะได้รับสิทธิตามกฎแห่งธรรมชาติ ในการดำรงอยู่กับโลกธรรมชาติเช่นเดียวกับมนุษย์ ตราบที่ยังไม่มีข้อพิพาทขัดแย้งต่อกัน
๒, ยังไม่พบว่าต่อหัวเสือเป็นฝ่าย คุกคามหรือละเมิดสิทธิเสรีภาพของมนุษย์อย่างระรานก่อน ยกเว้นมนุษย์คุกคามต่อสิทธิและบูรณภาพเหนือดินแดนของพวกมัน(ทำร้ายรัง)
๓, ธรรมชาติได้มอบพิษร้ายแก่ “ต่อหัวเสือ” เพื่อใช้ตอบโต้ศัตรูผู้รุกราน ความน่ารังเกียจของพวกมัน จึงอยู่ที่การปกป้องภัยจากมนุษย์ พวกมันจะตอบโต้จู่โจม ทั้งรวดเร็วรุนแรง ดุดัน อัมหิต และสามารถทำร้ายศ้ตรูถึงขั้นเสียชีวิตได้
๔, ส่วนการออกล่าเหยื่ออย่างอัมหิตของ “ต่อหัวเสือ” ก็ให้มันดำเนินวิถีชีวิตไปตามกฏแห่งธรรมชาติบ่วงโซ่อาหารไป ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อระบบนิเวศน์
๕,“ต่อหัวเสือ” สังคมมหัสจรรย์น่าทึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์โลกทั่งปวง ไม่เว้นแม้แต่สังคมมนุษย์ ทำไมช้างสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในโลกจึงไม่มีความสามารถสร้างบ้านอยู่เองได้ ทำไมสิงห์โตเมื่อพ่อชราภาพ ลูกสิงโตก็จะทำร้ายพ่อเพื่อชิงอำนาจเป็นจ่าฝูง  มนุษย์ ทุกคนต่างช่วยกันทำงานตามหน้าที่ของแต่ละคนเหมือน “ต่อหัวเสือ”เหตุใดสังคมของต่อหัวเสือจึงมีความเท่าเทียมสร้างสรรค์มั่นคง (ถ้าไม่ถูกมนุษย์ซึ่งมีอำนาจเหนือกว่าเผาทำลายสัยก่อน) มากกว่าสังคมของมนุษย์ ที่อ้างกันเอาเองว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ ฯลฯ  
๖, ความมหัสจรรย์ การให้กำเนิด ความน่ารักของตัวอ่อน ในซองเซลล่าร์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การผลิตวัสดุก่อสร้างอย่างเหมาะสมเพื่อสร้างเซลล่าร์ และรัง ที่มึความคงทนต่อสภาพแวดล้อมทั้งแดด ลม ฝนฯลฯ สุดยอดวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนลี้ลับ
๖, ความมหัสจรรย์ การให้กำเนิด ความน่ารักของตัวอ่อน ในซองเซลล่าร์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การผลิตวัสดุก่อสร้างอย่างเหมาะสมเพื่อสร้างเซลล่าร์ และรัง ที่มึความคงทนต่อสภาพแวดล้อมทั้งแดด ลม ฝนฯลฯ สุดยอดวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนลี้ลับ
๗, ระบบการปกครองการปกครอง สังคม “ต่อหัวเสือ” มีหรือไม่? เหตุใดต่อทุกตัวจึงมีแต่จิตสำนึกความรับผิดชอบ สร้างสรรค์ อย่างทั่วด้านในสังคมของพวกมัน หรือนี่คือ ระบบจิตวิญญาณแห่งสากลจักรวาล ที่อยู่เหนือกว่าสังคมมนุษย์
๘, สังคม “ต่อหัวเสือ” ที่นี่!! ไม่มีกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ ไม่มี ข้าราชการ ทหาร คำรวจ ผู้พิพากษา นายธนาคาร นักวิชาการ ปัญหาสังคม ฯลฯ ทุกอย่างหายไปหมด หรืออาจจะไม่เคยมีเลยก็ได้ หรือนี่คือสังคมในจินตนาการของมนุษย์.... “ยุคพระศรีอาริยเมตไตรย ”....
 
ต่อหัวเสือสังคมแห่งการสร้างสรรค์ 
 
ต่อหัวเสือนับเป็นสัตว์จำพวกแมลงที่มีพิษร้ายแรงเป็นที่โจษขานกันมาแต่โบราณชาวบ้านแถบจังหวัดสุรินทร์ มีคำเปรียบเปรยให้คนระมัดระวังต่อหัวเสือว่า มูยจำปำสะล๊อบ ด๊อบเงื้อบหมายความว่าถ้าถูกต่อต่อย ๑ ตัวจะต้องจดจำไปยาวนาน ถ้าถูกต่อย๕ ตัว ถึงสลบ และหากถูกต่อย ๑๐ ตัว จะถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียวน่าจะเป็นคำกล่าวที่ ไม่เกินจริงนัก
เพราะมักจะปรากฎเป็นข่าวอยู่ทั่วๆไปเสมอว่าต่อหัวเสือรุมต่อยคนตาย
ต่อหัวเสือจึงเป็นสัตว์น่ารังเกียจน่ากลัว สำหรับคนทั่วๆไปให้ต้องหลีกเลี่ยงทำลาย
วันนี้www.visitsurin.com เชิญชวนท่านมารู้จักกับอีกมุมมองหนึ่งของ ต่อหัวเสือบังเอิญว่า ต่อหัวเสือบุกเข้ามาสร้างรังอยู่ในบริเวณโรงงานของเราตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบได้ แต่มีพนักงานพบเห็นพวกเขามาตั้งแต่ต้นปี๒๕๕๒
พนักงานต่างตักเตือนกันไม่ให้ไปรบกวนพวกมันเพราะอันตรายมากโดยเตือนกันตามคำที่ถ่ายทอดกันมาแต่โบราณว่ามูยจำ ปำสะล๊อบ ด๊อบเงื้อบ”  ให้ต่างคนต่างอยู่
ระหว่างเดือนมิถุนายน ๒๕๕๓มีความจำเป็นที่จะต้องใช้พื้นที่บริเวณที่รังต่อหัวเสืออาศัยอยู่เพื่อสร้างบ้านพักคนงาน พวกเราจึงปรึกษาหารือกัน จะให้ ต่อหัวเสือออกไปจากบริเวณดังกล่าวได้อย่างไร?
ได้ข้อสรุปว่าวิธีการที่จะเอาต่อหัวเสือออกไปดังนี้
, “ต่อหัวเสือสร้างรังสูงกว่าพื้นดินเพียง๒๐ ซ.ม. จึงน่าจะใช้วิธีทำสิ่งแวดล้อมรบกวนพวกมัน แล้วมันคงจะย้ายออกไปเองโดยใช้วิธีการดังนี้
วิธีการขั้นแรกตั้งที่ฉีดพ่นน้ำจำลองเหมือนฝนตก บนรังของมันแล้วปล่อยพ่นน้ำตลอดเวลาจนกว่ามันรำคาญแล้วย้ายออกไปอยู่ที่ใหม่ โดยมีวิธีคิดว่าปีกของต่อเปรียบเหมือนฟิล์มที่บางมากถ้าหากเปียกน้ำอาจจะทำให้เป็นอุปสรรครำคาญในการกระพือปีกบินของมันได้และเมื่อรังของมันถูกน้ำเป็นเวลานานๆ ก็อาจจะยุ่ยเปื่อยได้อีกด้วยถ้าไม่ได้ผลใช้วิธีที่สอง
วิธีการขั้นที่สอง สร้างไฟป่าจำลองขึ้นมาโดยใช้ขึ้เลื่อย โปรยไว้รอบๆรังของต่อ แล้วจุดไฟเผาขี้เลื่อยซึ่งจะไม่เกิดเปลวไฟให้เป็นอันตรายแก่ตัวต่อ แต่จะเกิดควัน และความร้อนระอุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อขี้เลื่อยเริ่มไหม้ลามเข้าไปใกล้รังต่อสัญชาติญาณจากธรรมชาติอาจทำให้ต่อทิ้งรังย้ายไปหาที่อยู่ใหม่ที่สงบปลอดภัยกว่าก็เป็นได้ถ้ายังไม่ได้ผลใช้วิธีที่สาม
ขั้นสุดท้าย ใช้วิธีสังหารหมู่ให้เลือกเวลาเริ่มปฏิบัติการในช่วงเวลาหัวค่ำ ๑๙.๐๐-๒๐.๐๐ น. โดยใช้ฟางข้าวแห้งเศษกระดาษ ถมทับครอบคลุมรังต่อทั้งหมด เทราดน้ำมันโซล่า แล้วจุดไฟเผา “ต่อหัวเสือที่จะหนีหรือมาปกป้องรังก็จะถูกเปลวไฟเผาไหม้ปีกอย่าง่ายดายบินต่อไปไม่ได้ก็จะสิ้นบุญในกองเพลิงทุกตัวทันที
, สืบหาผู้ชำนาญการกำจัดรังต่อหัวเสือให้มากำจัดพวกมันออกไปพบว่ามีมืออาชีพที่รับจ้างกำจัดรังต่อหัวเสือดังนี้
- เป็นชาวบ้านนักล่าต่อหัวเสืออยู่ที่หมู่บ้านอาโพนราคาค่าจ้างกำจัดรังต่อ ๑ รังค่าจ้าง ๑,๕๐๐ ,๐๐๐ บาท
- เป็นชาวบ้าน นักล่าต่อหัวเสืออยู่ที่หมู่บ้านบ้านแกใหญ่ชื่อนายหง๊าย ราคาค่าจ้างกำจัดรังต่อ ๑ รังค่าจ้าง ๕๐๐ ๘๐๐ บาท
- หน่วยดับเพลิงของเทศบาล หรือ หน่วยกู้ภัย (แต่ยังไมได้ติดต่อไป ว่ามีหน่วยกำจัดต่อหัวเสือจริงหรือไม่?)
 
ก่อนที่จะเลือกใช้วิธีใด? ผมขอศึกษาพฤติกรรมพร้อมๆกับการบันทึก ภาพนิ่ง และ Video ของพวกมันเก็บไว้ก่อนและได้เริ่มทำการศึกษาในเช้าวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๓ โดยแบ่ง เป็น ๔ ช่วงเวลาดังนี้
เวลาระหว่าง ๐๕.๐๐-๐๖.๐๐ น. กิจกรรมของ ต่อหัวเสือยามฟ้าสาง รุ่งอรุนของวันใหม่
เวลาระหว่าง ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐ น. กิจกรรมของ ต่อหัวเสือภาคเช้า ใกล้เที่ยงวัน
เวลาระหว่าง ๑๕.๐๐-๑๖.๓๐ น. กิจกรรมของ ต่อหัวเสือภาคบ่าย ยามเย็น
เวลาระหว่าง ๑๘.๓๐-๑๙.๓๐ น. กิจกรรมของ ต่อหัวเสือภาคค่ำ อาทิตย์อัศดง
และทำการสำรวจซ้ำอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น ๑๙มิถุนายน ๒๕๕๓ เพื่อดูว่ากิจกรรมของต่อหัวเสือเป็นเช่นเดิมทุกวันหรือไม่
 
ก่อนการเริ่มปฏิบัติการสำรวจผมได้บอกพวกเขาว่า ที่ตรงนี้ จะสร้างบ้านพักอาศัยจึงจะให้พวกเขาย้ายออกไปหาที่อยู่ใหม่ เพราะคนเขากลัวพวกเอง(ต่อหัวเสือ)และจะขอบันทึกภาพไปเผยแพร่ด้วย เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างสัตว์โลกทั้งหลายที่ได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน
ผลปรากฏว่าระหว่าง ๒ วันที่ได้ศึกษาและบันทึกภาพ ในระยะห่างเพียง 50-100 ซม. พวกเขาต่อหัวเสือได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างยอดเยี่ยม หลายครั้งที่ผมเข้าไปใกล้ ระยะประมาณ 50 ซม.ซึ่งไปขวางทางเข้าออกรังของพวกเขา พวกเขาก็บินหลบให้มีอยู่ตัวหนึ่งเร่งรีบทำงานเร็วมากเกินทะเล่อทะล่าบินมาชนถูกหัวผมแต่ก็ไม่โกรธอะไรกัน
ผลจากที่ทำการศึกษาพฤติกรรมของต่อหัวเสือได้ดังนี้
ในยามฟ้าสาง รุ่งอรุนของวันใหม่พวกเขาไม่กี่ตัวจะออกมาวอร์มอัพ บริเวณรอบๆรังไม่ทราบว่าเป็นการออกมาสืบสภาพภายนอกก่อนการทำกิจวัติประจำวันหรือเปล่า
 
กิจกรรมภายนอกรัง (ภายในไม่สามารถมองเห็นได้) ภาคเช้า-เที่ยงวัน ต่อหัวเสือจะเริ่มงานโดยแบ่งงานกันทำงาน ฝ่ายวิศวกรรมโยธา ก็จะคำนวณเพื่อการขยายรังและเปิดปากรูเข้าออกรังเพื่อให้การทำงานสะดวกสบายอย่างเหมาะสมตามจำนวนประชากรของพวกมัน ฝ่ายจัดหากิจกรรมภายนอกก็จะออกไปจัดหาอาหารมาเลี้ยงประชากร และวัสดุก่อสร้างให้ฝ่ายโยธาส่งให้ฝ่ายกิจกรรมภายในดำเนินการต่อไป
 
กิจกรรมของต่อหัวเสือภาคบ่าย ยามเย็นงานจะเน้นไปที่การก่อสร้างขยาย และปิดปากรูทางเข้าออกเพื่อง่ายต่อการรักษาความปลอดภัย (ซึ่งผมยังไม่ทราบว่าเป็น
อะไรบ้าง)แต่ที่เห็นได้ชัดเจนมากก็คือ ในช่วงวันที่ ๑๗-๑๘ มิ.ย, บรรยากาศฟ้าคลื้มฝน รูทางเข้าออกจะถูกบิดให้แคบลงกว่ารูวันที่ ๑๙ ราว๑-ใน๓ จึงน่าจะเป็นการปิดรูให้แคบลงเพื่อป้องกันน้ำฝนสาดไหลเข้ามาในรังอาจทำให้น้ำท่วมชื้นแฉะรบกวนพวกตัวอ่อนก็อาจจะเป็นได้หรือภัยจากธรรมชาติอื่นๆที่เป็นจำพวกสัตว์หรือแมลงซึ่งผมยังไม่ทราบ
 
จากที่ได้สังเกตการทำงานของต่อหัวเสือพบว่าตั้งช่วงเวลาเช้า-กลางวัน-เย็น ต่อทุกตัวจะมีความรับผิดชอบต่อสังคมของพวกมันอย่างสร้างสรรค์
 “ต่อหัวเสือมีวิถีการดำเนินชีวิต ตามแนวปรัชญาแบบเอเชีย ที่เริ่มต้น วิธีคิด-วิธีการทำงานโดยยึดหลักปรัชญาที่ว่าหน้าที่ มาก่อน สิทธิ” “ต่อหัวเสือจะทำงานอย่างขยันขันแข็ง ลืมความเหน็ดเหนื่อยลืมความบากลำบาก โดย “ต่อหัวเสือจะยึดเอาภาระหน้าที่งานเป็นศูนย์กลางอันสำคัญอย่างสร้างสรรค์
ในระหว่างขณะทำงานบางครั้งเกิดชนกระทบกระทั่งกันยังไม่เวลาที่จะทะเลาะกันหรือแม้กระทั่งเจอเพื่อนฝูงยังไม่หยุดทักทายกันเลย  ต่อหัวเสือหวังเพียงว่าการทำงานอย่างรับผิดชอบตามหน้าที่แล้วก็จะส่งผลให้ลูกหลานของพวกมันที่มีอัตราการเพิ่มประชากรขยายตัวอย่างรวดเร็ว ได้รับสิทธิในการมีที่อยู่อาศัย มีรังที่มั่นคงแข็งแรง กว้างขวาง ไม่แออัดอยู่กันอย่างสุขสบาย
จะสังเกตได้ว่า Vision ของต่อหัวเสือ” ในการวาง Master Plan ของพวกมันจะมีการดำเนินการอย่างรับผิดชอบแม่นยำ ต่อเนื่อง ไม่อาจเรอะแหละหลักรอย Planแล้วning ได้เพราะการเพิ่มขึ้นของลูกหลานแพร่พันธุ์ เติบโตอย่างรวดเร็วตลอดเวลา
 
กิจกรรมของต่อหัวเสือภาคค่ำ อาทิตย์อัศดงหลังจากการทุ่มเททำงานเหน็จเหนื่อยกันมาทั้งวัน ก็ถึงเวลาพักผ่อนกันตามอัธยาศัยได้มีเวลาอยู่ร่วมกันในครอบครัว สนทนาปราศรัยอย่างมีความสุขผมสังเกตุเห็นต่อหัวเสือผลัดกันออกมานั่งชมราตรี-แสงจันทร์สนทนากันอย่างมีความสุข ดูแล้วน่าอิจฉาจริงๆ
 
หลังจากที่พวกเราปรึกษาหารือกันแล้วก็ได้ข้อสรุปเลือกเอาวิธีการจ้างนักล่าจากบ้านแกใหญ่ชื่อนายหง๊ายโดยนักล่าคิดค่าปฏิบัติการ ๕๐๐ บาทก่อนตกลงว่าจ้างนักล่าต่อหัวเสือท่านนี้ผมขอสนทนากันก่อนว่ามีประสบการณ์จริงหรือไม่
นายหง๊ายบอกเล่าว่า ปัจจุบันเขาอายุ 48 ปีพ่อ-แม่เป็นชาวบ้านแกใหญ่ แต่ย้ายไปอยู่ทำมาหากินอยู่แถบชายแดนไทย-กัมพูชาระหว่างปี ๒๕๐๐-๒๕๓๐ โดยเข้าไปอาศัยอยู่ที่บ้านสำโรง (เขตอุดรมีชัย)อาชีพหลักไปหาปลาจาก อัลลองเวง ซึ่งที่นั่นมีปลาชุกชุมมากและการหาน้ำผึ่งจากรังผี้งหลวงเพื่อนำกลับไปขายในเขตไทยโดยผ่านช่องโอลเสม็ด-ช่องจอม
 
 การไปหาน้ำผึ้งจากรังผึ้งหลวงที่มักจะทำรังบนต้นไม้ใหญ่ที่มีความสูงมากพรานล่าน้ำผึ้งจะต้องผ่านการเรียนรู้ฝึกวิชาเดินป่าล่าสัตว์การดอกลิ่มบันไดที่ทำจากกิ่งไม้ที่หาได้ทั่วๆไปในป่า ดอกลิ่มฝังลงไปบนลำต้นไม้เพื่อเหยียบปีนขึ้นไป และเมื่อถึงรังผึ้งหลวงก็จะเอากระบอกไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ปัดผึ้งหลวงบริเวณที่จะเจาะเอาน้ำผึ้งออกแล้วเอากระบอกไม้ไผ่แทงลงไปในรังผึ้งโดยมีปี๊บรองรับน้ำผึ้งเมื่อได้เพียงพอต่อบีบก็จะหย่อนบีบลงมาที่พื้นด้านล่าง
นายหง๊าย เล่าว่าในช่วงสมัยเขาเป็นเด็กได้ติดตามไปหาปลา-ล่าน้ำผึงตลอดแทบทุกครั้งแต่เป็นที่เสียดายที่พ่อไม่ยอมถ่ายทอด วิชาอาคม ที่จะสะกดฝังลิ่ม และสะกดผึ้งหลวงพ่อบอกว่าถ้ารับอาคมไปแล้วต้องยึดถือปฏิบัติหลายอย่างเกรงลูกจะปฏิบัติไม่ได้อาคมแตกเดี๋ยวลูกจะกลายเป็นทะม๊อบ เป็นจะแกเขมาฯ ซึ่งพ่อไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น
นายหง๊ายได้เล่าประสบการณ์ต่อว่าชีวิตในวัยหนุ่มฉกรรจ์เขาอยู่ที่สำโรงใช้ชีวิตไปมาแถบป่าชายแดนเทือกเขาพนมดองเร็กมาโดยตลอดในระหว่างปีพ.ศ.๒๕๒๓ ขณะนั้นเขาอายุได้ ๑๖-๑๗ ปีเขาถูกจับให้เป็นทหารของฝ่ายฮุนเซ็น ไล่ล่าปะทะกับฝ่ายทหารเขมรแดงอยู่เป็นประจำกระทั่งหลังสงครามกลางเมืองในเขมรสิ้นสุดลง มีการจัดระเบียบปลดอาวุธทหารราวปีพ.ศ.๒๕๓๒-๒๕๓๔ จึงได้ตัดสินใจกลับมาอยู่กับแม่ซึ่งชราภาพมากแล้วที่บ้านริมคลองชลประทานบ้านแกใหญ่อย่างถาวร มีอาชีพรับจ้างทำงานทั่วไปในหมู่บ้านและอาศัยที่เคยมีประสบการณ์จากการติดตามพ่อ จึงหาผึ้ง หาต่อหัวเสือขายและรับจ้างกำจัด
ผมถามว่าทำไมไม่กำจัดต่อหัวเสือในเวลากลางวัน นายหง๊าย บอกว่าไม่มีใครกล้าทำ เพราะในเวลากลางวัน ต่อหัวเสือจะหวงรังของมันมากหากใครไปทำร้ายรังของพวกมัน พวกมันจะปกป้องรังของมันอย่างสุดชีวิตไม่ยอมให้ใครรังแกได้ง่ายๆ จึงเกริ้ยวกาจ ดุร้ายมากพิษของต่อทำให้คนทนความเจ็บปวดไม่ไหว ถึงขั้นเสียชีวิต หากแต่เวลากลางคืนต่อหัวเสือจะสงบไม่ดุร้าย อาจเป็นเพราะพวกมันทำงานหนักมาทั้งวันกลางคืนจึงเป็นเวลาพักผ่อนของ ต่อหัวเสือเท่านั้น
 
หลังจากเมื่อฟังการเล่าประสบการณ์ให้ฟังแล้วผู้แนะนำยังรับรองอีกว่าเป็นจริงตามที่เล่า ผมจึงตกลงว่าจ้างให้กำจัดต่อหัวเสือ
วันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๘ น.นายหง๊ายก็มาถึงสถานที่ พร้อมอุปกรณ์กำจัดต่อหัวเสืออย่างเรียบง่ายมี
,เสื้อขนยาว ๒,หมวก ๓,ลำไม้ไผ่ยาวประมาณ๔-๕ เมตร และ๕,ธุป 9 ดอก ส่วนที่ผมจะต้องจัดเตรียมให้ก็คือน้ำมันโซล่าและเศษผ้าขนหนู เพื่อผูกติดปลายไม้ไผ่สำหรับจุดไฟไล่ต่อหัวเสือนายหง๊ายบอกว่าต้องรอให้ต่อหัวเสือกลับลรังทั้งหมด และสงบเสียก่อนซึ่งน่าจะอยู่ที่เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม
เมื่อถึงเวลาราวหนึ่งทุ่ม. นายหง๊ายก็เริ่มจุดธูป ๙ ดอก    แจ้งบอกเจ้าที่เจ้าทาง และบอกต่อหัวเสือว่าจำเป็นจะต้องเชิญพวกมันออกไป เพราะคนจะมาอยู่ที่นี่แล้วจากนั้นก็เอาเสื้อแขนยาวมาสวมทับ สวมหมวกหยิบไม้ไผ่ที่ผูกปลายผ้าขนหนูและชุบด้วยน้ำมันโซล่าที่จัดเตรียมไว้แล้วเดินไปทางด้านทิศใต้ของรัง ซึ่งอยู่ใต้ลมขณะปฏิบัติการต่อจะจำกลิ่นไม่ได้
ขณะที่แหย่ไฟเพื่อรนเผารังต่อเนื่องจากรังต่อนี้มีรูเข้าออก ๗-๘ รู ทำให้ต่อจำนวนมากตื่นตะหนกตกใจคงเข้าใจว่าเป็นไฟป่าไหม้ลามเข้ามา ต่อจำนวนมากตกใจอย่างสุดขีดต่างพากันแตกรังหนีตายเอาตัวรอด ตามสัญชาตญาณ เนื่องไฟจากปลายไม้ไผ่มอดลงแต่ตัวต่อยังหลงเหลือหวงรังอยู่ จึงใช้กล่องกระดาษลูกฟูก เผารังต่อเพิ่มอีกเล็กน้อยเมื่อแน่ใจว่าต่อออกไปหมดแล้ว น่าจะเหลือเพียงตัวอ่อน และดักแด้จึงได้เข้าไปแกะรังต่อออกมา
ขณะปฏิบัติงานกำจัดต่อใช้เวลาไม่ถึง ๑๐ นาทีและที่น่าแปลกใจต่อที่แตกรังออกมากลับไม่ทำร้ายใครทั้งที่อยู่ไกล้ๆรังและห่างออกไปราว๕-๑๐เมตร
หลังจากแกะรังต่อออกมาได้แล้วประชาชนคนชื่นชอบการรับประทานดักแด้และตัวอ่อนของต่อหัวเสือก็เข้ามาขอแบ่งไปรับทานกันตามอัธยาศัย และยังบอกว่าจะนำไปคั่วโรยเกลือเล็กน้อยสุดยอดของความอร่อยเลยที่เดียวผมคิดในใจ หมั่นไส้นักเชียว ทีมันยังไม่ถูกทำลายต่างหวาดกลัวหัวหด ไม่กล้าแม้จะเดินเฉียดใกล้ รบเร้าให้เอาออกไป ทีนี้กระดี้กระด้ากันเชียว..ฮึ่ม
รุ่งเช้าวันที่ ๒๐มิถุนายน ผมออกไปสำราจที่รังอีก พบว่าต่อที่ตายจากไฟเผาเมื่อคืนมีจำนวนไม่มากและพวกมันย้ายไปสร้างรังใหม่ห่างจากรังเดิมประมาณ ๓ เมตร อยู่บนต้นไม้ สูงประมาณ ๓เมตร ความยาวของรังประมาณ ๑๐-๑๒ ซ.ม. ตอนกลางคืนจึงมาใช้ไฟไล่ตัวต่อให้ออกไปพ้นรังจากนั้นก็เผารังจนแห้งเกรียม
ถัดมาวันที่ ๒๑ มิถุนายน เข้าไปสำรวจอีกพบว่าพวกมันไม่ยอมย้ายไปใหน ซ้ำยังแยกรังออกเป็นสองรังอย่างท้าทายรังหนึ่งอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ ๑ เมตร อีกรังอยู่ที่เดิมซึ่งสูงประมาณ ๓เมตร
เฮ้ย.....เอาไงดีวะตู.......
   
ห้ามกระทำเช่นนี้เด็ดขาด อันตรายถึงขั้นตายเลยนะครับ
เอามาให้ดูอารมย์ขันบนความตาย
 
 
วิธีการรักษา เมื่อถูก ต่อ หรือ ผึ้ง ต่อย
ผึ้งต่อย-ต่อต่อย
.
เมื่อถูก “ต่อหัวเสือ” หรือ ผึ้ง ต่อย
เมื่อเอ่ยถึงผึ้งหลายท่านนึกถึงน้ำผึ้งอันหวานหอมชวนรับประทาน แต่เมื่อพูดถึงตัวต่อ ตัวแตน มดตะนอย มดคันไฟล่ะก็มักจะนึกถึงพิษสงของมันเวลาถูกต่อยหรือถูกกัด เรื่องในบ้านฉบับนี้ผมจะกล่าวถึงด้านลบหรือด้านร้ายของผึ้ง และแมลงที่ต่อยได้ครับ มาดูกันว่า เราเจ็บป่วยจากมันได้อย่างไร และมีวิธีแก้ไขเยียวยาอย่างไรกันบ้าง
ลักษณะ : ทั้งผึ้ง ต่อ แตน และมด เป็นสัตว์พวกแมลงที่เรารู้จักกันดี ในบรรดาแมลงที่อยู่ในโลกกว่า 8 แสนชนิด ลำตัวแบ่งได้ 3 ส่วน คือ ส่วนหัว ส่วนทรวงอก และส่วนท้อง ส่วนหัวประกอบด้วยตาและหนวดหนึ่งคู่มีปากอยู่ปลายสุด ส่วนทรวงอก ด้านล่างมีขา 3 คู่ (6 ขา) ด้านบนจะมีปีก 4 ปีก (มดไม่มีปีก) ส่วนท้องจะยาวเป็นปล้องๆ อาจมีถึง 5-10 ปล้อง เหล็กในและต่อมพิษ ที่สร้างความเจ็บปวดให้แก่เราก็อยู่ส่วนท้องนี่แหละ
 
เหล็กในและต่อมน้ำพิษ : ปลายของส่วนท้อง (ที่เรามักเรียกกันว่าก้น) ของตัวเมีย และพวกที่ทำงาน (ผึ้งงาน มดงาน) จะมีเหล็กในและอวัยวะสร้างน้ำพิษอยู่ ตัวต่อและมด เมื่อต่อยจะไม่ทิ้งเหล็กในไว้ ผิดกับผึ้งที่ปล่อยเหล็กในไว้บริเวณที่ต่อย เหล็กในมีโครงสร้างพิเศษ เมื่อผิวหนังบริเวณถูกต่อยเคลื่อนไหวหรือเราบีบผิวหนัง จะทำให้เหล็กในเคลื่อนฝังลึกลงไป ในเนื้อมากขึ้นและน้ำพิษหลั่งออกมามากขึ้นด้วย
อวัยวะปล่อยน้ำพิษของผึ้งมีลักษณะค่อนข้างพิเศษกว่าแมลงอื่น คือมีต่อมสร้างกรด 1 คู่ ต่อมสร้างด่าง 1 ต่อม มีกล้ามเนื้อและมีเหล็กใน
น้ำพิษของผึ้งและแมลงที่ถูกปล่อยออกมาจึงเป็นส่วนผสมของกรดและด่าง มีสารหลายชนิดเป็นองค์ประกอบ เช่น สารฮีสตามีน เซอโรโทนิน อะเซติลโคลิน ไคนิน สารพิษต่อเม็ดเลือดแดง สารพิษต่อประสาทและพวกน้ำย่อยหลายชนิด
 
อาการและอาการแสดง : เมื่อถูกผึ้งหรือแมลงกัดต่อยจะมีอาการผิดแผกแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับจำนวนและชนิดของแมลงที่ต่อย ตำแหน่งที่ถูกต่อยและยังขึ้นกับปฏิกิริยา ที่เกิดขึ้นในแต่ละคนด้วยว่ารุนแรงเพียงใด
อาจมีอาการเฉพาะที่เพียงเล็กน้อย บริเวณที่ถูกต่อยจะบวมปวด แดง อยู่หลายชั่วโมง
บางคนรุนแรงกว่านี้ บวมขยายออกสู่บริเวณข้างเคียงและเป็นอยู่หลายวัน เช่น ถูกต่อยบริเวณมือ อาจบวมแดงลามขึ้นไปถึงข้อมือหรือข้อศอก
ที่น่ากลัวคือ คนที่เคราะห์ร้ายมีอาการไปถึงระบบอื่นของร่างกายด้วย มักเกิดภายใน 2-3 นาที หลังถูกต่อยครับ แต่บางรายก็เกิดช้าอาจตั้ง 24 ชั่วโมง หลังถูกต่อยก็ได้
 
อาการที่เกิดต่อระบบต่างๆ มีดังนี้
·                           ผิวหนัง จะปวด บวม มีผื่นขึ้นนูนหนาแบบเป็นลมพิษ
·                           ระบบทางเดินหายใจ อาจทำให้กล่องเสียงบวม เสียงแหบ ทำให้หลอดลมหดตัว เกิดอาการหายใจลำบากคล้ายคนเป็นหอบหืด
·                           ระบบทางเดินอาหาร มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้อง หรือท้องเดิน
·                           ระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้ความดันโลหิตต่ำ ที่รุนแรงที่สุดคือ เกิดช็อกจากการแพ้(Anaphylactic Shock) ซึ่งอาจเกิดได้เพียงไม่กี่วินาทีหลังถูกต่อย หรือนานถึง 30 นาที หรือนานกว่านั้นก็ได้ หากรักษาไม่ทันอาจเสียชีวิตได้ครับ
อาการของช็อกจากการแพ้เฉียบพลัน อาจแสดงให้เห็นดังนี้
·                           -ไม่สบายและอ่อนเพลียมาก
·                           -แน่นหน้าอก
·                           -หายใจลำบาก หายใจหอบ หายใจมีเสียงดัง
·                           -หน้าบวม คอบวม ลิ้นบวม
·                           -คันผิวหนัง แสบร้อน โดยเฉพาะบริเวณหน้า หน้าอก หลัง
·                           -คลื่นไส้ เวียนศีรษะ
·                           -อาจเป็นลม ไม่รู้สึกตัว
·                           -ชีพจรเต้นเร็ว แต่เบามาก
·                           -ความดันโลหิต ตอนแรกอาจสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ต่อมาจะลดลงถึงระดับช็อก
·                           -ริมฝีปากบวม ซีด หลังเขียวคล้ำ บริเวณรอบปากซีดขาว ลิ้นซีดขาว
·                           -ผิวหนังทั่วไปอาจขาวซีดเป็นดวงๆ หรือแบบลมพิษคือ บางส่วนบวมนูน บางส่วนขาวซีด
การรักษา :
1. การรักษาเฉพาะที่ ตรงบริเวณที่ถูกต่อย โดยเฉพาะถูกผึ้งต่อยจะมีเหล็กในติดอยู่ การเอาเหล็กในออกโดยเร็วจะช่วยลดปริมาณน้ำพิษที่จะเข้าสู่ร่างกายได้เพราะเป็นการเอา ถุงน้ำพิษที่ติดอยู่กับเหล็กในออกไปด้วย
วิธีการเอาเหล็กใน (และถุงน้ำพิษ) ออกให้ใช้ใบมีดที่สะอาดขูดผิวหนังบริเวณที่ถูกต่อย เหล็กในจะหลุดตามใบมีดออกมา ไม่ควรใช้คีมหรือแหนบไปคีบหรือใช้นิ้ว (เล็บ) มือหยิบออก เพราะอาจเป็นการบีบถุงน้ำพิษให้พิษเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น
หลังจากนั้นให้ประคบบริเวณถูกต่อยด้วยความเย็น เพื่อลดปฏิกิริยาต่อน้ำพิษ และลดความเจ็บปวด อาจใช้ครีมสเตียรอยด์ ทาลดการอักเสบ รับประทานยาแก้ปวด หรือยาแก้แพ้ พวกยาต้านฮีสตามีน (ยาแก้หวัด) เพื่อบรรเทาอาการ
2. การรักษาช็อกจากการแพ้เฉียบพลัน คือ เป็นภาวะเร่งด่วนอย่างยิ่งครับ ต้องรักษาด่วน ยาที่สำคัญที่สุดคือยาฉีดอะดรีนาลิน หรือเอปิเนฟริน ขนาดความเข้มข้น 1 ต่อ 1,000 ฉีดเริ่มต้นด้วย 0.3 มิลลิลิตร ยังต้องให้น้ำเกลือให้ออกซิเจน ให้ยาต้านฮีสตามีน ยาขยายหลอดลมและยาอื่นๆ เพื่อแก้ภาวะช็อกครับ
เรียกว่าต้องเรียนหน่วยแพทย์ฉุกเฉินมาช่วยชีวิตกันล่ะ
การปฐมพยาบาลที่ทำได้ที่บ้านมีดังนี้ครับ
·                           เอาผ้ารัดเหนือบริเวณที่ถูกต่อย เพื่อช่วยลดน้ำพิษที่จะแพร่กระจายเข้าสู่กระแสโลหิต การรัดนี้ทำได้เฉพาะถูกต่อยบริเวณปลายแขน หรือปลายขาเท่านั้น ต่อยบริเวณใบหน้า ลำคอ หรือลำตัวหมดสิทธิ์ครับ
·                           ถ้าผู้ป่วยรู้สึกตัว ให้นอนหงาย ศีรษะลาดลงต่ำ ยกปลายเท้าขึ้นสูง ปลดเสื้อผ้ารอบคอ รอบอก รอบเอว ให้หลวม ห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่น
·                           ถ้าเป็นไปได้ให้ฉีดยาอะดรีนาลิน 1 เข็ม
·                           ถ้าผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว แต่หายใจได้อยู่ ให้จับนอนตะแคง โดยดึงคางขึ้น เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง ท่านี้ช่วยป้องกันลิ้นตกปิดจุกคอและป้องกัน การสำลักลงปอดด้วยครับ
·                           ถ้าไม่หายใจ และคลำชีพจรไม่ได้ ต้องช่วยหายใจและนวดหัวใจ ตามวิธีการช่วยฟื้นคืนชีพ (การกู้ชีพ) โดยด่วนครับ
ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 8 สิงหาคม 2544

"มูยจำ ปำสะล๊อบ ด๊อบเงื้อบ"
      visitsurin พาไปชม  "มนุษย์มหัสจรรย์" เหตุเกิด เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ นี้ โดยนายวันชัย อรุณชัย ชาวบ้านชบ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ถูก "ต่อหัวเสือ" กว่า ๖๐ ตัวรุมต่อย
..แต่รอดชีวิตมาได้อย่างน่า มหัสจรรย์
..ด้วยระบบการบริหารจัดการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาล อ.สังขะ ใน ๒ วันแรกเมื่อแพทย์พบความผิดปกติของพิษรุนแรงใกล้ขั้นวิกฤติ
..วันที่ ๙ สค.เวลาประมาณ 15.00 น.รพ.สังขะรีบจัดรถพยาบาล(Ambulance) นำผู้ป่วยประสานงานไปส่งโรงพยาบาลสุรินทร์ อย่างฉุกเฉินและได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดโดยคณะแพทย์-พยาบาลห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.สุรินทร์
..ต่อมา อีก 2-3 ช.ม.คนไข้ก็ช๊อคพิษ(Toxic shock.)  "ต่อหัวเสือ" หมดสตินานถึง ๒ วัน
..หลังจากนั้นก็พักฟื้นอยู่ที่ รพ.สุรินทร์ กระทั่งวันที่ 19 สค.นี้ เมื่อนายแพทย์พบว่าปลอดภัยเป็นปกติแล้วจึงอนุญาตให้คนไข้กลับบ้านได้..
นี่อาจจะเป็น ๑ ในล้านที่รอดมาได้ เพราะ พิษจากต่อหัวเสือ ๑ ตัว เท่ากับพิษของผึ้ง ๕๐๐ ตัว หรือเท่ากับ ๕๐๐x๖๐= ผึ้ง ๓๐,๐๐๐ ตัว..
................................................................................
"ต่อหัวเสือ" นับเป็นสัตว์จำพวกแมลงที่มีพิษร้ายแรงเป็นที่โจษขานกันมาแต่โบราณชาวบ้านแถบจังหวัดสุรินทร์ มีคำเปรียบเปรยให้คนระมัดระวัง"ต่อหัวเสือ" ว่า "มูยจำปำสะล๊อบ ด๊อบเงื้อบ" หมายความว่าถ้าถูกต่อต่อย ๑ ตัวจะต้องจดจำไปยาวนาน ถ้าถูกต่อย๕ ตัว ถึงสลบ และหากถูกต่อย ๑๐ ตัว จะถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียวน่าจะเป็นคำกล่าวที่ ไม่เกินจริงนัก

 

ปี ๒๕๕๕ สิงหาคม หลังจากเผาทำลายรังต่อหัวเสือ (ปี๒๕๕๓ เดือนมิถุนายน) 
พวกมันได้ไปสร้างรังใหม่ ห่างจากจุดเดิมออกไปราว 120-150 เมตร  คราวนี้พวกมันสร้างรังบนต้นไม้ สูงราว 5-6 เมตร แยกออกเป็น ๖ รัง ระยะเวลากว่า ๒ ปี พวกมันสร้างรังใหญ่ ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 25-35 ซ.ม. มีอยู่่รังหนึ่งปรากฏว่าหายไป คาดว่าน่าจะมีคนเข้ามาขโมยตัดเอาไป.. 
ต่อหัวเสือ" สังคมแห่งการสร้างสรรค์
"ต่อหัวเสือ" เป็นปัญหาใหญ่สำหรับทั่วๆไป ทั้งนี้เนื่องจาก "ต่อหัวเสือ" สามารถทำร้ายคนถึงตายได้ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ทุกปี และชาวเขมรสุรินทร์ มีการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาแต่โบราณ ว่า "มูยจำปำสะล๊อบ ด๊อบเงื้อบ" ดังนั้นเมื่อ "ต่อหัวเสือ" เข้าไปอยู่ใกล้บริเวณบ้านใครมักจะเกิดความวิตกกังวน ต่อเจ้าของบ้าน..
จากการติดตามของผม ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๓ ที่ได้ทำลายรังต่อหัวเสือ ด้วยการใช้ "ไฟเผารัง" จากนั้นมาพวกมันได้ขยายรังออกเป็น ๕ รัง ในระยะเวลากว่า ๒ ปี แต่คราวนี้ขึ้นไปสร้างรังไว้บนต้นไม้ สูงราว ๕-๖ เมตร
คราวนี้ (ใช้เวลาเริ่มปฏิบัติการ-การบันทึก Video เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ เวลา 17.30 -- 21.00 น. ) ผมทดลองใช้วิธีขับไล่ "ต่อหัวเสือ" โดยใช้การตัดกิ่งที่ต่อสร้างรังอยู่ เมื่อกิ่งตกมาข้างล่างแล้ว (ตัดลงเพื่อสะดวกในการบันทึก Video) ใช้  "มดแดง" จำนวน ๑ รัง ไปวางใกล้รังต่อ จากนั้น "มดแดง" ก็บุกเข้าโจมตีรังต่อทันที ต่อตัวใหนที่เกาะอยู่ปากรังก็จะถูกก็จะถูกมดขู่โจมทำร้ายทันที ทำให้ "ต่อหัวเสือ" เกิดอาการตกใจมาก ใช้เวลาราว ๑๕ นาที มดแดงก็สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมด คนสามารถเข้าใกล้รังต่อได้โดย "ต่อหัวเสือ" ไม่สนใจทำร้ายคน...
(ท่านที่สนใจ พฤติกรรมการต่อสู้ ก็ดูทั้ง ๔ คลิปเลยนะครับ ผมบันทึกละเอียดทุกขั้นตอน ภาพคมชัด)
ความเดิม เดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๓
ต่อหัวเสือ" สังคมแห่งการสร้างสรรค์ (อ่านด้านบน)
บันทึก VODEO การใช้มดแดงขับไล่ต่อหัวเสือ ตอน ๑
 
 
บันทึก VODEO การใช้มดแดงขับไล่ต่อหัวเสือ ตอน ๓
 
 
 
บันทึก VODEO การใช้มดแดงขับไล่ต่อหัวเสือ ตอน ๒
 
 
บันทึก VODEO การใช้มดแดงขับไล่ต่อหัวเสือ ตอน ๔
 
 
ใครมีปัญหาต่อหัวเสือที่บ้าน..ลองตามไปดู.­.
ชมการต่อสู้..เมื่อมดแดงเข้าโจมตี "ต่อหัวเสือ"
@@ ต่อหัวเสือ" สังคมแห่งการสร้างสรรค์
"ต่อหัวเสือ" เป็นปัญหาใหญ่สำหรับทั่วๆไป ทั้งนี้เนื่องจาก "ต่อหัวเสือ" สามารถทำร้ายคนถึงตายได้ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ทุกปี และชาวเขมรสุรินทร์ มีการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาแต่โบราณ ว่า "มูยจำปำสะล๊อบ ด๊อบเงื้อบ" ดังนั้นเมื่อ "ต่อหัวเสือ" เข้าไปอยู่ใกล้บริเวณบ้านใครมักจะเกิดความ­วิตกกังวน ต่อเจ้าของบ้าน..
จากการติดตามของผม ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๓ ที่ได้ทำลายรังต่อหัวเสือ ด้วยการใช้ "ไฟเผารัง" จากนั้นมาพวกมันได้ขยายรังออกเป็น ๕ รัง ในระยะเวลากว่า ๒ ปี แต่คราวนี้ขึ้นไปสร้างรังไว้บนต้นไม้ สูงราว ๕-๖ เมตร

คราวนี้ (ใช้เวลาเริ่มปฏิบัติการ-การบันทึก Video เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ เวลา 17.30 -- 21.00 น. ) ผมทดลองใช้วิธีขับไล่ "ต่อหัวเสือ" โดยใช้การตัดกิ่งที่ต่อสร้างรังอยู่ เมื่อกิ่งตกมาข้างล่างแล้ว (ตัดลงเพื่อสะดวกในการบันทึก Video) ใช้ "มดแดง" จำนวน ๑ รัง ไปวางใกล้รังต่อ จากนั้น "มดแดง" ก็บุกเข้าโจมตีรังต่อทันที ต่อตัวใหนที่เกาะอยู่ปากรังก็จะถูกก็จะถูก­มดขู่โจมทำร้ายทันที ทำให้ "ต่อหัวเสือ" เกิดอาการตกใจมาก ใช้เวลาราว ๑๕ นาที มดแดงก็สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหม­ด คนสามารถเข้าใกล้รังต่อได้โดย "ต่อหัวเสือ" ไม่สนใจทำร้ายคน...
(ท่านที่สนใจ พฤติกรรมการต่อสู้ ก็ดูทั้ง ๔ คลิปเลยนะครับ ผมบันทึกละเอียดทุกขั้นตอน ภาพคมชัด)

 

ความคิดเห็น

  1. 1
    Coach Factory
    Coach Factory factoryoutlet@hotmail.com 24/09/2012 13:31

    With the great diversity of styles, patterns and sizes available nowadays, finding the right pieces to highlight your personality is quite important. Coach Outlet offers exactly what you want.Cheap Coach Purses are of high quality and aesthetic design. Yes, brand Coach Outlet Online name handbags are extremely attractive;However,the highest care is taken that every Coach Outlet Store Carriage Bags is both aesthetically beautiful and functional.
    Several days ago, my friends recommended Coach Factory online to me, which provides women with cheaper Coach goods, better service and faster delivery.Coach Factory Outlet offers you the modern and very comfortable coach bags. Since many women often do not know things and are daily buses to challenge their handbags handbag, also comprehensive.Many people like to go to Coach Factory Online, Some people like to designers and shiny metal or leather coach shoulder bags. However, the majority of women choose to safe the neuter color coach shoulder bags.

  2. 2
    Coach Outlet Store
    Coach Outlet Store vcfd@126.com 08/10/2012 16:43

    At that range, the


    Coach Outlet Store


    missile range would include


    Coach Factory Online


    North Korea's northern peninsula. Under the amended


    Coach Factory Outlet


    pact, South Korea also can


    Coach Outlet Store Online


    increase its current restricted payload of 500 kilograms (1,100 pounds), depending on the range of the missile. The plan allows for three times the current payload for ballistic missiles with a range of 300 kilometers. South Korea first


    Coach Outlet Store Online


    agreed in 1972 to limit its missile range to 180 kilometers (112 miles) in exchange for


    Coach Factory Outlet


    access to U.S. missile technology. A bilateral


    Coach Outlet Store Online


    agreement between the two countries was signed in 1979, though the guidelines were revised in 2001 to allow for a range of 300 kilometers. The two Koreas


    Coach Wallet Outlet


    signed an armistice that ended the 1950-1953 Korean war, though a peace treaty was never signed. Technically, the two countries remain in a state of war

  3. 3
    north face clearance
    north face clearance meitinghu@gmail.com 28/11/2012 08:29

    While they have countless apparel on arms knowledge to lessen the price rightly or they will not be able to sell the on the internet or maybe even get north face sale rid of excess their cash operating, i will be and thus without doubt the north face spencer sale price is readily available out, even more so online, For lots of virtual shops trying to sell the north face pockets, locations, the problem so many options you to pick up.

  4. 4
    dsquared outlet
    dsquared outlet 1111111111@qq.com 03/12/2012 15:48

    http://www.burberryoutletonline-it.it burberry outlet italia http://www.burberryschalsoutlet.de burberry taschen http://www.belstaffjacket.eu belstaff jacket http://www.belstaffoutlet-online.de belstaff outlet http://www.chaneltaschenonlineshop.de chanel tasche

  5. 5
    isabella
    isabella drjames897@yahoo.com 23/12/2012 07:58



    salut Tout le monde
    จันทร์นาม EST Mrs.Isabella, je suis ฉันmariéeวันจันทร์ mari depuis 10 ans et Tous étionsเซ้นส์ Deux Benis avec Trois Enfants, qui vivent ทั้งมวล Comme un seul รัก ๆ ใคร่ ๆ jusqu'en 2011 quand les choses dernièren'étaitบวก la Facon อย่า le était [quand il perdu ลูกชาย Emploi] mais ตราไว้หุ้นละ quand il obtient ลาสวีท un nouvel Emploi 6 Mois ผ่อนคลายหลัง il ประกาศ dormir en dehors De Foyer notre สมรส Seulement เทแลัวเดอdécouvrir qu'il avait กระจัดกระจายประสานงาน avec la Dame qui la le Donné Tache depuis CE Jour, quand je l'Ai appelé, il ne บวก prendre mes appels et il rien puisque เท sortir bonne Pourtant, mon mari vient toujours garder en voyant La Dame Jusqu'à CE Que je rencontre un très bon Ami de mon qui eu aussi un problème similaire, qui m'a presente สหประชาชาติ lanceur ประเภทเด D'Amour très bonne mais je lui Ai dit Que si elle à voir les choses avec Que Je ne suis pas intéressée, mais elle Que dit cela N'a rien à voir avec la première PAYE mais la seule เลือก qu'il été demande de faire était d'aller acheter les บทความเรียง Jeter le, et c'est CE qu'elle fait et Elle m'a Donné le lanceur ประเภทเด adresse e-mail et de Numéroโทรศัพท์ Lorsque je l'Ai contacté, j'étais tellement surpris quand il dit Que si j'ai la foi Que je vais obtenir dans mon mari Le Nid Trois [3] Jours, et hors laquelle il était Vraiment ainsi mais tellement j'étaisเลอนั่นปะไร, mon mari était sur Ses Glas mendicité Moi et les ให้อภัยเตาะแตะเดอ .. cet Homme DR ODUBU EST bon et Il est l 'กำกับเดอ bonheur จันทร์ ลูกชาย odubuspiritualtemple@gmail.com adresse e-mail ...

  6. 6
    cba520530@gmail.com
    cba520530@gmail.com nba379190981@163.com 29/12/2012 13:41

    Why

    Coach Outlet Online


    snowflakes? On the Sunday after the massacre, the Connecticut

    Parent-Teacher-Student

    Gucci Belt


    Association (PTSA) sat down with community leaders, the school

    superintendent

    Coach Outlet Store Online


    and school board members to brainstorm how

    the nation

    Coach Outlet Online


    could best show its support for the trauma Sandy Hook

    students

    Coach Online Outlet


    had endured. “It’s a way to make these children feel cared

    for,” says

    Coach Outlet Online


    Landers, “to create a moment of awe and help them

    experience

    Hermes Belts


    something wonderful on their return to school.But as much as the lacy creations

    may lift

    Coach Factory Online


    the spirits of the students of Sandy Hook, the effort can also

    be cathartic

    Coach Outlet Store Online


    for kids and parents around the country, many of whom

    may take

    Coach Outlet Store Online


    solace in the cutting and shaping as their way of

    providing

    Coach Factory Online


    some support to children they don’t know. “It gives

    parents an

    Coach Outlet


    opportunity to have a conversation with their kids,” says Landers.That

    conversation

    Coach Outlet


    can be a challenging one, however, and some parents may choose not to have it.

    It’s up to

    Coach Factory Outlet Online


    each individual parent, of course, to decide

    whether to

    Louis Vuitton Belts


    share with children the reason behind the craft project.

    Shortly after

    Coach Handbags Outlet


    the tragedy, I wrote a piece about how to talk to

    your children

    Coach Outlet Online


    about the tragedy: discuss in age-appropriate terms and don

    ’t overshare.I

    Coach Factory Online


    followed their advice with my three kids, ages 5 to

    10. The entire

    Coach Factory Online


    conversation took about three minutes. I explained

    what had

    Coach Outlet Online


    happened and assured them that their schools were doing

    everything they could to keep them safe. I answered a smattering of questions. Yet when I posted the article on Facebook, many friends commented that they had no intention of

    telling their kids.

  7. 7
    Namthip
    Namthip namthipwi@yahoo.com 18/10/2013 07:27

    อยากปรึกษาเรื่องการทำให้รังต่อร้างค่ะ\"รังต่อหน้าบ้าน\"

  8. 8
    Namthip
    Namthip namthipwi@yahoo.com 18/10/2013 07:30

    ต่อรังใหญ่ เด็กๆกลัวค่ะภาพรังต่อ

  9. 9
    Namthip
    Namthip namthipwi@yahoo.com 18/10/2013 13:29

    อยากปรึกษาเรื่องการทำให้รังต่อร้างค่ะ\"\"รังต่อหน้าบ้าน\"\"

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
หน้าแรก เว็บบอร์ด
By Visit Surin Thailand “Land of Elephants” .  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view