http://www.visitsurin.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
Home News World Newspaper Visit Surin Article Eastern PhilosopHy Conspiracy 100ปีวิถีชีวิตชาวจีนเมืองซู้ลิ้ง History Webboard
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
 

เครื่องเร่งความเร็วอนุภาคขนาดใหญ่LHC

เครื่องเร่งความเร็วอนุภาคขนาดใหญ่LHC
 
 
 
 
ผลวิจัยฝั่งอเมริกาสอดคล้อง เซิร์นขยับใกล้ความลับปฏิสสาร”
 
 
 
ผลทดลองซ้ำเพื่อพิสูจน์ความเร็ว “นิวทริโน” พบอนุภาคดังกล่าวไม่ได้เดินทางเร็วกว่าแสง หลังจากก่อนหน้านี้นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการในอิตาลีได้ประกาศออกมาเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้วว่า นิวทริโนเดินทางเร็วกว่าแสงได้ แต่กลับได้รับความคลางแคลงเนื่องจากการประกาศอาจล้มทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ได้
 
หากการทดลองของพวกเขาถูกต้องก็จะเป็นการค้นพบที่กระเทือนต่อวงการฟิสิกส์ แต่ทีมวิจัยได้ตรวจสอบการทดลองของพวกเขาเองและพบว่าน่าจะมีจุดคลาดเคลื่อน ซึ่งอาจส่งผลให้พวกเขาวัดความเร็วของ “นิวทริโน” ได้เร็วกว่าแสง โดยจะมีการทดสอบเพิ่มเติมในเดือน พ.ค.
 
 
ทีมวิจัยเคมบริดจ์สร้างชิปเซมิคอนดัคเตอร์ที่แปลงอิเล็กตรอนสู่สถานะควอนตัม ซึ่งปลดปล่อยแสงในระดับที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า เหตุเพราะของไหลยิ่งยวดในสถานะเชิงควอนตัมของพวกเขานั้นสร้างขึ้นง่ายๆ จากการฉายลำเลเซอร์ไปบนอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้น ซึ่งสามารถต่อยอดสู่อุปกรณ์ตรวจวัดที่มีความไวสูงได้
 
 
ที่มาจากสุดขอบฟ้า ในพื้นที่อันกว้างไกล โดย Neutrino จะบินวนเวียนไปทั่ว
ถือว่าเป็น อนุภาคสามัญของจักรวาล ที่มีคุณสมบัติ ในความหลายหลาย ต่อการ
เปลี่ยนรูปลักษณะ (Metamorphose) ในขณะวิ่งผ่านเข้ามาสู่บรรยากาศโลก แต่
ไม่สามารถจะตรวจจับได้ง่ายๆ
 
 
 
 
 
หากปล่อย “นิวทริโน” หนึ่งหมื่นล้านตัว ให้พุ่งผ่านแผ่นตะกั่วหนาเท่าโลกจะมี “นิวทริโนเพียงตัวเดียวเท่านั้น ที่ทำปฏิกิริยากับนิวเคลีสของตะกั่ว..
 
 
นักวิทยาศาสตร์ของเซิร์น เชื่อว่าพวกเขาค้นพบอนุภาค 'ฮิกส์' หนึ่งในสองอนุภาคมูลฐานที่เป็นเพียงสมมติฐาน ซึ่งจำเป็นต่อการไขความลับของจักรวาลแล้ว ด้วยการใช้เครื่องเร่งอนุภาคยักษ์
 
 
“A Brief History of Time” โดยศาสตราจารย์ Stephen Hawking พยายามหาคำตอบให้จนงานเขียนของท่านเล่มนี้แม้จะเพิ่งพิมพ์เมื่อปี 1988/2531 เท่านั้น แต่ก็กลายเป็นงานอมตะที่ต้องอ่าน เป็นงานวรรณกรรมที่กลายเป็นวรรณคดีอมตะ ที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า “classic” ไปแล้ว กระทั่งในบรรดานักอ่านหนังสือทั่วโลกถามกันเองว่า “อ่าน A Brief History of Time แล้วหรือยัง?” นักอ่านที่แท้จริงต้องอ่าน “A Brief History of Time” และ นักอ่านที่แน่จริงต้องอ่าน “A Brief History of Time” ให้เข้าใจด้วย
 
 
ส่วนใหญ่ทั่วไปเข้าใจว่า กาแล็คซี่ (Galaxies) มีโครงสร้างยิ่งใหญ่ มั่นคงอาจคล้ายกับยานอวกาศ ขนาดมหึมาล่องลอยอย่างสง่าผ่าเผย หรืออาจคล้ายกับ
สรวงสวรรค์ ห้อมล้อมด้วยดาวแสนงดงามอย่างอิสระในอวกาศ แต่ความเป็น
จริงภายในกาแล็คซี่ เต็มไปด้วยความวุ่นวาย มีกิจกรรมที่เปลี่ยนแปลงและมี
การเปลี่ยนวัตถุดิบ (Material) กันอย่างบ้าคลั่ง
 
 
 
 
 
ไขปริศนาจักรวาลด้วย
เครื่องเร่งความเร็วอนุภาคขนาดใหญ่
Large Hadron Callider (LHC)
ศูนย์วิจัย CERN ในสวิตเซอร์แลนด์
 
พระพุทธเจ้าทั้งปวง และสัตว์โลกทั้งสิ้นไม่ได้เป็นอะไรเลย นอกจากเป็นเพียง จิตหนึ่ง นอกจากจิตหนึ่งแล้ว
มิได้มีอะไรตั้งอยู่เลย จิตหนึ่ง ซึ่งปราศจากการตั้งต้นนี้ “เป็นสิ่งที่มิได้เกิดขึ้น และไม่อาจถูกทำ ลายได้เลย
มันไม่ใช่เป็นของมีสีเขียว หรือสีเหลือง และ “ไม่มีทั้งรูป ไม่มีทั้งการปรากฏ ไม่ถูกนับรวมอยู่ในบรรดา
สิ่งที่มีการตั้งอยู่” และไม่มีการตั้งอยู่ ไม่อาจจะลงความเห็นว่า เป็นของใหม่หรือเก่า ไม่ใช่ของยาวหรือของสั้น ของใหญ่หรือของเล็กทั้งนี้ เพราะมันอยู่เหนือขอบเขต เหนือการวัด เหนือการตั้งชื่อ เหนือการทิ้งร่องรอยไว้ และ “เหนือการเปรียบเทียบทั้งหมดอ่านเพิ่ม
 
NEWS
 
คลิกชมภาพใหญ่(6043*4027)
04-07-2555    By Andrew Stern
BATAVIA, Illinois - Physicists at a U.S. laboratory said they have come tantalizingly close to proving the existence of the elusive subatomic Higgs boson - often called the "God particle" because it may bring mass and order to the universeFull Article  | Related Story.
30-11-2552
After a year’s delay, the Large Hadron Collider near Geneva became the world’s highest-energy particle accelerator on November 30, revving up each of its twin proton beams to energies of 1.18 trillion electron volts. That smashes the record of 0.98 trillion eV held since 2001 by the Fermi National Accelerator Laboratory’s Tevatron in Batavia, Ill.
19-12-2552
GENEVA, Dec. 18 (Xinhua) -- The world's most powerful atom smasher has been put into a "technical stop" to make preparations for higher energy particle collisions next year, the European Organization for Nuclear Research (CERN) said on Friday. 
 
 
 
Buddhism and science
Buddhism and science have increasingly been discussed as compatible, and Buddhism has entered into the science and religion dialogue.[1] The case is made that the philosophic and psychological teachings within Buddhism share commonalities with modern scientific and philosophic thought. For example
 
 
 
8:55 AM Tuesday Nov 9, 2010 Share Email Print Expand Shrink GENEVA - Scientists at the world's largest atom smasher say they have succeeded in recreating conditions shortly after the Big Bang by switching the particles used for collisions from protons to much heavier lead ions. A spokeswoman for the European Organisation for Nuclear Research,
 
 
11:56, 03 July 2012 Tuesday U.S. Physicists said on Monday they have come tantalizingly close to proving the existence of the elusive subatomic Higgs boson.
World Bulletin / News Desk
Physicists at a U.S. laboratory said on Monday they have come tantalizingly close to proving the existence of the elusive subatomic Higgs boson - often called the "God particle" because it may bring mass and order to the universe.
 
 
 
 
กระแสโลกได้ขับเคลื่อนมาสู่..รอบพันปีที่สาม ความสลับซับซ้อนของพลังขับเคลื่อนโลกในยุคของการสื่อสารข้อมูลจึงยากยิ่งที่จะแยกแยะ อะไรจริง สิ่งไหนเท็จ ในปรากฎการณ์ หลักการ “ตรรกะศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือแม้กระทั่งวิทยาศาสตร์ อาจไม่เพียงพออีกต่อไปในการอธิบายปรากฎการณ์” www.visittsurin.com ไม่กล้าที่จะชี้แนะ หากแต่ฝากไว้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนทรรศน์ สำหรับผู้แวะเวียนมาเยี่ยมบ้านของเรา “อย่าได้ปล่อยให้อารมณ์ของท่านเตลิดไปกับข้อมูลข่าวสารที่ผ่านตา...”...”แม้กระทั่งที่นี่ www.visittsurin.com
 
การทดลองยิงลำแสงโปรตอน
จากเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่
 Large Hadron Collider (LHC)
 
การทดลองทางฟิสิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
 
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (10 ก.ย.) ว่า นักวิทยาศาสตร์ของศูนย์วิจัยเซิร์นในสวิตเซอร์แลนด์ ได้ทำการทดลองทางฟิสิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เป็นการยิงลำแสงโปรตอนเป็นครั้งแรก ในเครื่อง“Large Hadron Collider” หรือเครื่องเร่งความเร็วอนุภาค เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการก่อกำเนิดของจักรวาล ท่ามกลางความวิตกว่า การทดลองครั้งนี้อาจก่อให้เกิดหลุมดำที่สามารถดูดกลืนโลกเข้าไปได้
นักวิทยาศาสตร์คิดโครงการทดลองนี้มาตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน แต่เพิ่งได้ลงมือสร้างเครื่องเร่งความเร็วอนุภาค เมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยใช้งบในการสร้างทั้งสิ้น 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 1.3 แสนล้านบาท มีลักษณะเป็นท่อใต้ดินวนเป็นวงกลมยาว 27 กิโลเมตร
การทดลองยิงลำแสงโปรตอนในเครื่องดังกล่าวมีขึ้นในวันนี้ ท่ามกลางการเฝ้าดูจากนักฟิสิกส์ 9,000 คน ทั่วโลกที่มีส่วนร่วมในการทดลองครั้งนี้ แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนวิตกว่า การทดลองยิงลำแสงให้อนุภาคโปรตอนมาชนกันอาจก่อให้เกิดหลุมดำขนาดเล็กขึ้นมา ซึ่งสามารถดูดกลืนโลกเข้าไปได้
แต่หัวหน้าโฆษกของศูนย์วิจัยเซิร์น ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยนิวเคลียร์ภาคพื้นยุโรป กลับมองข้อวิตกดังกล่าวว่า เป็นเรื่องไร้สาระ ทั้งยังยืนยันว่า การทดลองครั้งนี้ปลอดภัยแน่นอน แต่ถ้าจะมีเหตุขัดข้องเกิดขึ้น ก็คงไม่ใช่การเกิดหลุมดำ แต่คงเป็นการยิงลำแสงออกไปในทิศทางที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ตัวเครื่องได้รับความเสียหายแล้ว ยังสร้างความเสียหายแก่ท่อใต้ดินที่สร้างเป็นทางยาวตรงพรมแดนที่เชื่อมต่อระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับฝรั่งเศสด้วยเหตุนี้ การทดลองครั้งแรกที่มีขึ้น จึงเป็นแค่การยิงลำแสงโปรตอนออกมาในทางเดียว และจะเป็นแสงที่มีความเข้มต่ำ เพื่อให้แน่ใจว่า การทดลองดำเนินไปได้ด้วยดี ก่อนจะปรับความเข้มของลำแสงในครั้งต่อไป เป็นการทดลองเลียนแบบทฤษฎี “บิ๊กแบง” ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นการระเบิดครั้งใหญ่จนก่อให้เกิดจักรวาลขึ้นมา
 
ทั้งนี้ในการสร้างเครื่องซีเอ็มเอสต้องอาศัยความร่วมมือของนักฟิสิกส์ประมาณ 1,500 คน และ 1 ใน 3 เป็นนักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐ โดยมีห้องปฏิบัติการเครื่องเร่งอนุภาคแห่งชาติเฟอร์มิ (Fermi National Acceleratory Laboratory) หรือเฟอร์มิแล็บ (Fermilab) ของทบวงพลังงานสหรัฐ เป็นเจ้าภาพหลักในการทดลอง และนักวิทยาศาสตร์สหรัฐก็เป็นแกนในการออกแบบ สร้างและขนส่งอุปกรณ์สำคัญหลายชิ้นสำหรับเครื่องซีเอ็มเอสไปยังเซิร์น
 
ทั้งนี้อาศัยการสังเกตความโค้งทางเดินของอนุภาคที่มีประจุในสนามแม่เหล็ก นักฟิสิกส์สามารถ
คำนวณพลังงานมหาศาลที่ปลดปล่อยออกมาจากการชนกันของโปรตอนนับพันล้านอนุภาคซึ่งจะเกิดขึ้นภายในเครื่องเร่งอนุภาคในอีกไม่ช้า
    
นอกจากเครื่องซีเอ็มเอสแล้วบรรดานักฟิสิกส์ก็เตรียมติดตั้งเครื่องตรวจวัดอนุภาคตระกูลเดียวกันนี้แต่มีขนาดเล็กกว่าที่ชื่อ “แอตลาส” (ATLAS) เพื่อบันทึกข้อมูลการทดลองจากเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีที่เซิร์น สถานที่ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าพวกเขาจะค้นพบพื้นฐานของจักรวาลได้จากการชนกันของโปรตอนที่มีพลังงานสูงมากๆ

ไม่เพียงแค่การทำให้อนุภาคใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อนในโลกได้ปรากฏออกมาเท่านั้น แต่การทดลองด้วยเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีอาจจะช่วยอธิบายได้ว่าทำไมอนุภาคเหล่านั้นจึงมีอยู่และทำไมจึงประพฤติตัวอย่างที่เป็น เหล่านักวิทยาศาสตร์อาจค้นพบจุดกำเนิดของมวล แสงสีของสสารมืด (Dark matter) ไขความลับสมมาตรของจักรวาลที่ซ่อนตัวอยู่ และรวมไปถึงการค้นพบมิติพิเศษในอวกาศ

สำหรับเซิร์นนั้นเป็นองค์กรความร่วมมือในการวิจัยนิวเคลียร์ของยุโรปที่ก่อตั้งเมื่อปี 2497 มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมีประเทศสมาชิก 19 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยียม บัลแกเรีย สาธารณรัฐเชค เดนมาร์ก ฟินแลนด์ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวาเกีย สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ขณะที่มีอินเดีย อิสราเอล ญี่ปุ่น รัสเซีย สหรัฐ ตุรกี คณะกรรมาธิการยุโรปและองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์
.
 
 
เซิร์น: CERN
การทดลองยิ่งใหญ่ที่สุด
ของมวลมนุษย์ชาติ
ค้นหาจุดเล็กสุดสู่กำเนิดจักรวาล
..
ย่างเข้าสู่หน้าร้อนของทวีปยุโรปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การทดลองอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติจะเกิดขึ้นใต้พื้นแผ่นดินสวิส-ฝรั่งเศส การเดินเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ที่สุดในโลกของ "เซิร์น" จะเริ่มขึ้น ความมหึมาของเครื่องไม้เครื่องมือผกผันกับอนุภาคขนาดเล็กจิ๋วที่ถูกเร่งให้ชนกัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ต่างจับจ้องปริศนากำเนิดจักรวาลที่คาดว่าจะเผยออกมาหลังจากการชนกัน
..       
เอกภพหรือจักรวาลประกอบขึ้นจากอะไรคือคำถามพื้นฐานของมนุษย์เล็กๆ ที่อยากจะเข้าใจในกำเนิดของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ตามทฤษฎี "บิกแบง" (Big Bang) การระเบิดครั้งใหญ่ที่ก่อเกิดจักรวาลเมื่อ 1.37 หมื่นล้านปีก่อนควรจะมีสสาร (matter) และปฏิสสาร (antimatter) ในปริมาณเท่าๆ กันซึ่งโดยธรรมชาติแล้วสสารและปฏิสสารที่มีมวลเท่ากันแต่มีประจุตรงข้ามกันนั้นจะหักล้างกันเองแล้วเปลี่ยนมวลกลายไปเป็นพลังงานและไม่น่าจะมีกาแลกซีดวงดาว โลกหรือสิ่งมีชีวิตอยู่เลย
.       
หากทฤษฎีนี้เป็นจริงทำไมสสารและปฏิสสารไม่หักล้างกันไปอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่เกิดระเบิดครั้งนั้น?

 เป็นไปได้หรือไม่ที่มีเอกภพซึ่งประกอบขึ้นด้วยปฏิสสารมากมายอยู่ที่ใดสักแห่ง?
.       
เกิดอะไรขึ้นกับปฏิสสารหลังบิกแบง?
.       
หลากหลายคำถามที่จะนำไปสู่คำตอบว่าเหตุใด จึงมีตัวเราที่อยู่ในเอกภพที่เต็มไปด้วยสสารมากมาย
.       
นอกจากนี้ยังมีคำถามว่าเกิดสสารที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเราได้อย่างไรย้อนกลับไปในอดีตเราเชื่อว่าอะตอมคือหน่วยย่อยที่สุดของสสารแต่ต่อมาเราก็พบว่ายังมีโปรตอน นิวตรอน อิเล็กตรอนที่เล็กกว่า และมี "ควาร์ก" (Quark) เป็นสิ่งที่เล็กลงไปอีก

แต่ยังไม่ใช่สิ่งที่เล็กที่สุดและยังไม่สามารถตอบได้ว่ามวลก่อเกิดขึ้นในจักรวาลอันว่างเปล่าได้อย่างไร
      
เร่งอนุภาคหา "ฮิกก์ส" ต้นกำเนิดแห่งมวลในจักรวาล
.
       
กว่า 40 ปีที่ผ่านมาจึงเกิดทฤษฎีเกี่ยวกับอนุภาค "ฮิกก์ส" (Higgs) ที่เสนอโดย ศ.ปีเตอร์ ฮิกก์ส (Peter Higgs) นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ ซึ่งอนุภาคฮิกก์สที่ได้รับการขนานนามว่า "อนุภาคพระเจ้า" (God Particle) จะช่วยอธิบายจุดเริ่มต้นของมวลและอธิบายเหตุผลว่าทำไมบางอนุภาคในแบบจำลองมาตรฐาน (Standard model) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่พยายามอธิบายอนุภาคมูลฐานและแรงพื้นฐานทั้งหมดในธรรมชาติด้วยสมการเพียงหนึ่งเดียวจึงมีมวลและบางอนุภาคไม่มีมวล โดยนักฟิสิกส์ได้พบสสารอื่นๆที่ประกอบขึ้นเป็นสสารหมดแล้วยกเว้นฮิกก์ส
.       
การค้นหากำเนิดจักรวาลคล้ายการเก็บร่องรอยคดีฆาตกรรมที่รวบรวมหลักฐาน ณที่เกิดเหตุเพื่อวิเคราะห์ย้อนหลังว่าเกิดอะไรขึ้นทฤษฏีมีอยู่แล้วแต่ยังขาดผลการทดลองมายืนยันดังนั้นนักวิทยาศาสตร์หลายคนจึงฝากความหวังไว้ที่การทดลองขององค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อวิจัยและพัฒนาทางด้านนิวเคลียร์ (European Center for Nuclear Research) หรือ "เซิร์น" (CERN) ซึ่งจะเดินเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี (Large Hadron Collider: LHC) ในฤดูร้อนของทวีปยุโรปหรือประมาณ เดือน ก.ค.ที่จะถึงนี้ เพื่อค้นหาอนุภาคฮิกก์สจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย ที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าจะเติมเต็มความเข้าใจในองค์ประกอบพื้นฐานของจักรวาลได้
.       
ดร.อรรถกฤตฉัตรภูติ จากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าตามทฤษฎีสนามควอนตัม (Quantum field) นักฟิสิกส์เชื่อว่าต้องพบบางอย่างจากการชนกันของอนุภาคที่พลังงานสูงถึงระดับเทราอิเล็กตรอนโวลต์ (TeV) ซึ่งเป็นระดับพลังงานที่กำลังจะทดลองในเซิร์น
.       
ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นจะต้องมีอะไรผิดในทฤษฎีสนามควอนตัมและนักวิทยาศาสตร์ต้องกลับมาคิดกันใหม่อย่างไรก็ดีนักฟิสิกส์มั่นใจว่าจะไม่เป็นเช่นกรณีหลังเนื่องจากที่ผ่านมาทฤษฎีสามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆในระดับพลังงานที่ต่ำกว่าการทดลองของเซิร์นที่จะเกิดขึ้นได้ดี
.       
"เซิร์น" องค์กรแห่งยุโรป-ทำงานระดับโลกเพื่อไขจักรวาล
 ความรุ่งเรืองสุดขีดของฟิสิกส์อยู่ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เซิร์นจะเป็นข้อพิสูจน์ว่าเวลาทองของวิทยาศาสตร์เชิงกายภาพยังไม่หมดลงโดยหลังก่อตั้งมากว่า 50 ปีเซิร์นมีการทดลองเร่งอนุภาคในระดับพลังงานต่างๆเพิ่มขึ้นตามลำดับ ตั้งแต่ไม่กี่สิบกิกะอิเล็กตรอนโวลต์ (GeV) ไปจนถึงหลายร้อย GeV และมีการค้นพบอนุภาคมูลฐานบางตัว และให้กำเนิดเวริล์ด ไวล์ด เว็บ (www) ที่เป็นประโยชน์ต่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของคนทั้งโลกเมื่อปี 2533
.       
จนกระทั่งเมื่อ 19 ปีที่ผ่านมาองค์กรวิจัยแห่งยุโรปนี้ได้ตัดสินใจสร้างเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีซึ่งเป็นเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ที่อยู่ในอุโมงค์ใต้เมืองเจนีวาสวิตเซอร์แลนด์และชายแดนฝรั่งเศสลงไป 100 เมตรขดเป็นวงกลมระยะทาง 27 กิโลเมตรและมีแม่เหล็กตัวนำยิ่งยวด (Superconducting Magnet) ทำหน้าที่ควบคุมลำอนุภาคให้เบนจนเป็นเส้นรอบวงทั้งนี้เครื่องเร่งอนุภาคแรกของเซิร์นซึ่งขดเป็นวงกลมเช่นเดียวกันนั้นมีความยาวเพียง 7 กิโลเมตร
.       
ภายในองค์กรวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งยุโรปนี้จ้างนักวิทยาศาสตร์หลากหลายเชื้อชาติทำงานวิจัยโดยอาศัยความพร้อมทางเครื่องมือของเซิร์นเฉพาะเจ้าที่ซึ่งได้รับการว่าจ้างให้ทำงานโดยตรงก็มีถึง 2,500 คนขณะที่มีนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกอีกราว 8,000 ที่แวะเวียนมาทำงานวิจัยที่นี่
.       
ปัจจุบันเซิร์นมีสมาชิกจาก 20 ประเทศในยุโรปซึ่งมีหน้าที่และได้รับสิทธิพิเศษโดยประเทศเหล่านี้ต้องร่วมลงทุนในค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินงานของเซิร์นและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับองค์กรและกิจกรรมต่างๆ
.       
 สำหรับไทยก็เกี่ยวข้องกับเซิร์นในฐานะที่เป็นประเทศกลุ่ม "ไม่ใช่สมาชิก" (non-Member States) ซึ่งมีอยู่หลายประเทศ อาทิ จีน เวียดนามอิหร่าน เกาหลี ไต้หวัน เป็นต้นแม้ประเทศเหล่านี้ไม่ได้มีส่วนร่วมในการลงทุนหรือร่วมกำหนดทิศทางการวิจัยแต่ก็ได้ใช้ประโยชน์ทางการศึกษาวิจัยจากข้อมูลการทดลองของเซิร์น
 
เครื่องตรวจวัดสัญญาณกำเนิดจักรวาล
.       
เครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีในอุโมงค์ยักษ์ใต้ดินที่ขดรอบชายแดนฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ประกอบไปด้วยสถานีตรวจวัดอนุภาคที่สำคัญๆคือ
.       
1.สถานีตรวจวัดอลิซ (ALICE)หน้าที่ของเครื่องตรวจวัดที่สถานีนี้คือการตรวจวัดสถานะพลาสมาควาร์ก-กลูออน (quark-gluon plasma) ซึ่งเชื่อว่าเป็นสถานะที่เกิดขึ้นหลังบิกแบงขณะที่เอกภพยังร้อนสุดขีดโดยการชนกันของอนุภาคที่จะเกิดขึ้นในเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีนั้นจะทำให้เกิดอุณหภูมิสูง 100,000 เท่าของใจกลางดวงอาทิตย์ นักฟิสิกส์หวังว่าภายในสภาวะนี้โปรตอนและนิวตรอนจะ "ละลาย"และปลดปล่อยควาร์กออกจากพันธะ

ทีมวิจัยในส่วนของอลิซวางแผนที่จะศึกษาสถานะพลาสมาควาร์ก-กลูออนเมื่อขยายตัวและเย็นลงรวมถึงสังเกตว่าสถานะพิเศษนี้ค่อยๆกลายเป็นอนุภาคซึ่งประกอบขึ้นเป็นสสารในเอกภพอย่างทุกวันนี้ได้อย่างไร
.       
2.สถานีตรวจวัดอนุภาคแอตลาส (ATLAS)เป็น 1 ใน 2 เครื่องตรวจวัดอเนกประสงค์ภายในเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีมีหน้าที่อย่างกว้างๆ คือตรวจหาอนุภาคฮิกก์ส มิติพิเศษ (extra dimension) และอนุภาคที่อาจก่อตัวขึ้นเป็นสสารมืด (dark matter)โดยจะวัดสัญญาณของอนุภาคที่คาดว่าถูกสร้างขึ้นหลังการชนกันของอนุภาคทั้งแนวการเคลื่อนที่ พลังงานรวมไปถึงการจำแนกชนิดอนุภาคนั้นๆ
.       
แอตลาสเป็นระบบแม่เหล็กรูปโดนัทขนาดใหญ่ที่มีความยาวถึง 46 เมตร นับเป็นเครื่องมือชิ้นใหญ่ที่สุดของเซิร์น และมีขดลวดแม่เหล็กตัวนำยิ่งยวดขดเป็นทรงกระบอกยาว 25 เมตรรอบๆท่อลำอนุภาคที่ผ่านใจกลางของเครื่องตรวจวัดอนุภาคนี้เมื่อเดินเครื่องจะเกิดสนามแม่เหล็กในศูนย์กลางของทรงกระบอกที่สถานีนี้มีนักวิทยาศาสตร์ทำงานกว่า 1,700 คน
.       
3.สถานีตรวจวัดอนุภาคซีเอ็มเอส (CMS)เป็นเครื่องตรวจวัดอนุภาคที่มีเป้าหมายเดียวกับแอตลาสแต่มีความแตกต่างในรูปแบบการทำงานและระบบแม่เหล็กในการตรวจวัดอนุภาคซีเอ็มเอสสร้างขึ้นด้วยขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่เกิดจากสายเคเบิลตัวนำยิ่งยวดที่ขดเป็นทรงกระบอกซึ่งสร้างให้เกิดสนามแม่เหล็กได้มากกว่าโลก 100,000 เท่าซึ่งทำให้เครื่องตรวจวัดหนักถึง 12,500 ตัน
.       
แทนที่จะสร้างเครื่องมือชิ้นนี้ภายในอุโมงค์ใต้ดินเหมือนเครื่องมืออื่นๆแต่เครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีกลับสร้างขึ้นจากบนพื้นดินแล้วแยกเป็นชิ้นส่วน 15 ชิ้นเพื่อนำลงไปประกอบในชั้นใต้ดินและที่สถานีนี้ก็มีนักวิทยาศาสตร์ทำงานจำนวนมากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสถานีแอตลาสถึง 2,000 คนจากกว่า 150 สถาบันใน 37 ประเทศ
.       
4.สถานีตรวจวัดอนุภาคแอลเอชซีบี (LHCb) ซึ่งจะทำการทดลองเพื่อสร้างความเข้าใจว่าทำไมเราจึงอาศัยอยู่ในเอกภพที่เต็มไปด้วยสสารแต่กลับไม่มีปฏิสสาร โดยมีหน้าที่พิเศษในการศึกษาอนุภาคที่เรียกว่า "บิวตี ควาร์ก" (beauty quark) เพื่อสังเกตความแตกต่างเพียงเล็กน้อยระหว่างสสารและปฏิสสารและแทนที่จะติดตั้งเซนเซอร์รอบจุดที่อนุภาคชนกันก็ใช้ชุดเซนเซอร์ย่อยเรียงซ้อนกันเป็นความยาว 20 เมตร
       
เมื่อแอลเอชซีเร่งให้อนุภาคชนกันแล้วจะเกิดควาร์กชนิดต่างๆมากมายและสลายตัวไปอยู่ในรูปอื่นอย่างรวดเร็วดังนั้นเซนเซอร์เครื่องตรวจวัดแอลเอชซีบีจึงถูกออกแบบให้อยู่ในเส้นทางของลำอนุภาคที่จะเคลื่อนที่เป็นวงไปตามเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี
.       
เครื่องเร่งอนุภาคยักษ์จับอนุภาคจิ๋วชนกัน
.       
เครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีจะเร่งลำอนุภาคของโปรตอน 2 ลำให้เคลื่อนที่ในทิศทางตรงกันข้ามไปตามท่อที่วางขนานกันซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ภายใต้ภาวะสุญญากาศแล้วชนกันที่ความเร็วเข้าใกล้ความเร็วแสง 99.9999% ที่พลังงานสูงระดับ TeV หรือระดับล้านล้านอิเล็กตรอนโวลต์ (1012 eV)
.       
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เฝ้ารอคอย เครื่องตรวจวัดอนุภาคต่างๆ จะวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดจากการชนกันนี้เพื่อตามหาสิ่งที่เครื่องตรวจวัดแต่ละเครื่องถูกออกแบบมา
.       
ทั้งนี้ลำอนุภาคถูกควบคุมให้เคลื่อนที่ไปรอบเครื่องเร่งอนุภาครูปวงแหวนด้วยสนามแม่เหล็กความเข้มสูงที่สร้างขึ้นจากแม่เหล็กไฟฟ้าตัวนำยิ่งยวดซึ่งช่วยนำไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่มีแรงเสียดทานหรือสูญเสียพลังงานและจำเป็นต้องรักษาความเย็นให้แม่เหล็กเหล่านั้นที่อุณหภูมิ -271 องศาเซลเซียสซึ่งเย็นกว่าอวกาศนอกโลกเสียอีกดังนั้นเครื่องเร่งอนุภาคจึงต้องเชื่อมต่อระบบที่หล่อเย็นด้วยฮีเลียมเหลว
.       
นอกไปจากฮิกก์สซึ่งจะตอบคำถามถึงภาวะเริ่มต้นของกำเนิดจักรวาลแล้วนักฟิสิกส์ยังรอคอยหลักฐานที่เกิดจากอนุภาคชนกันเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีอีกหลายทฤษฎีอาทิ
.       
- ทฤษฎีสมมาตรยิ่งยวด (supersymmetry theory) ที่อธิบายว่าอนุภาคมูลฐานมีคู่ "ซูเปอร์พาร์ทเนอร์" (superpartner) หรือคู่ยิ่งยวดที่คาดว่ามีมวลมากกว่า เช่น อิเล็กตรอน (electron) มีคู่คือซีเล็กตรอน (selectron) ควาร์ก (quark) มีคู่คือ สควาร์ก (squark) เป็นต้นเชื่อว่าคู่ยิ่งยวดเหล่านี้มีอยู่ในช่วงสั้นๆ หลังเกิดบิกแบงโดยเกิดขึ้นและสลายตัวอย่างรวดเร็วเนื่องจากมวลที่มากทำให้ไม่เสถียรซึ่งวิธีที่จะสร้างคู่ยิ่งยวดขึ้นมาต้องสร้างเงื่อนไขให้คล้ายหลังเกิดบิกแบงในช่วงเวลาสั้นๆที่เต็มไปด้วยพลังงานมหาศาล
.       
- ทฤษฎีซูเปอร์สตริง (Superstring theory) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่พยายามอธิบายอนุภาคและแรงพื้นฐานในธรรมชาติด้วยทฤษฎีเดียวโดยจำลองให้อนุภาคและแรงพื้นฐานเหล่านั้นคือการสั่นของเส้นเชือกสมมาตรเล็กๆ (tiny supersymmetry string) โดยมีแบบจำลองอย่างในทฤษฎีนี้ที่ผลการทดลองของเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี
.       
- แบบจำลองที่สมมติว่าเอกภพมีมิติมากกว่า 4 มิติ (Large extra-dimensions theories) โดยเราสามารถรับรู้ได้ถึงมิติของความกว้าง ความยาวความสูงและเวลาแต่มีทฤษฎีที่เสนอว่าเอกภพมีมิติที่มากกว่านี้และคาดว่าการทดลองของเซิร์นจะเผยให้เห็นมิติพิเศษ (extra-dimension) เพิ่มเติมมากกว่า 4 มิติที่เรารับรู้ได้
.       
"เฟอร์มิแล็บ" คู่แข่งหาอนุภาคพระเจ้า
.       
ไม่ใช่แค่เซิร์นที่มุ่งมั่นหาอนุภาคพระเจ้า แต่เครื่องเร่งอนุภาคจากฟากสหรัฐฯ อย่าง "เทวาตรอน" (Tevatron) ของห้องปฏิบัติการเฟอร์มิแล็บ (Fermilab) ก็มีเป้าหมายที่จะค้นหาอนุภาคฮิกก์สเช่นเดียวกันซึ่งการแข่งขันของนักฟิสิกส์ 2 ทวีปเป็นไปอย่างดุเดือดแต่ก็ไม่ถึงขั้นฆ่าแกงกันโดยสหรัฐและเฟอร์มิแล็บก็กุลีกุจอที่จะมีส่วนร่วมกับเซิร์นในฐานะ "ผู้สังเกตการณ์" (Observer) และได้สนับสนุนเครื่องมือทดลองทางวิทยาศาสตร์ชิ้นสำคัญๆด้วย
.       
อย่างไรก็ดีขณะที่เซิร์นกำลังจะตัดริบบิ้นเดินเครื่องเร่งอนุภาคเพื่อหาอนุภาคพระเจ้าในเร็ววันนี้เทวาตรอนก็ใกล้จะปิดตัวลงในปี 2553 แล้ว
.       
ปีเตอร์ ฮิกก์ส ซึ่งขณะนี้อยู่ในวัย 78 ปีแล้วกล่าวว่าบางทีเฟอร์มิแล็บอาจจะค้นพบอนุภาคฮิกก์สได้ก่อนห้องแล็บขนาดใหญ่อย่างเซิร์นก็เป็นได้แต่ก็เป็นเรื่องยากสำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่นั่นเพราะเป็นไปได้ว่าสัญญาณของฮิกก์สอาจปรากฏอยู่ในข้อมูลการทดลองของพวกเขาแต่ปริมาณของข้องมูลที่มากเกินทำให้ยังไม่สามารถวิเคราะห์ออกมาได้
.       
ตามรายงานของนิตยสารเนชันแนลจีโอกราฟิก (National Geographic) ระบุว่าความยากของการตามหาอนุภาคฮิกก์สคือการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เกิดจากเศษซากเป็นฝอยกระจายไปทั่วขณะพลังงานจากอนุภาคแปรสภาพเป็นมวลซึ่งเกิดหลังจากโปรตอนชนกันแล้วและเศษซากการสลายตัวของฮิกก์สจะปรากฏก็ต่อเมื่อข้อมูลมหาศาลระดับเพตะไบต์ (petabyte) หรือข้อมูลระดับล้านกิกะบิตอีกทั้งโอกาสเกิดฮิกกส์จากอนุภาคชนกันก็มีเพียงหนึ่งในหลายล้านล้านครั้งเท่านั้น
.       
อาจเกิด "หลุมดำ" แต่คงไม่กลืนโลก
.       
อย่างไรก็ดีหลายคนอดหวั่นใจไม่ได้ว่าการทดลองของเซิร์นอาจทำให้เกิดหลุมดำที่กลืนกินโลกทั้งใบได้แต่ความกังวลนั้นในความเห็นของปีเตอร์ ฮิกก์สผู้ให้กำเนิดทฤษฎีอนุภาคฮิกก์สมองว่าเป็นความกลัวที่เกิดจากการสร้างจินตนาการเกินจริงมากไปและระบุว่าหลุมดำที่เกิดขึ้นจากทดลองนั้นจะไม่ขยายใหญ่จนดูดโลกทั้งใบได้
      
ขณะที่นักฟิสิกส์ทฤษฎีของไทยอย่างดร.อรรถกฤต ฉัตรภูติผู้ให้ความเห็นต่อการค้นหาอนุภาคฮิกก์สไปก่อนหน้านี้ก็ชี้แจงถึงความกังวลดังกล่าวว่าเป็นไปได้ที่การทดลองของเซิร์นจะทำให้เกิด "หลุมดำจิ๋ว" (mini black hole) แต่มีโอกาสน้อยมากที่หลุมดำดังกล่าวจะดูดกลืนโลก เพราะหลุมดำเหล่านี้เล็กมาก เล็กกว่าโปรตอนและช่องว่างระหว่างอะตอมหลายเท่า
.       
ดังนั้นโอกาสหลุมดำจิ๋วที่จะดูดอนุภาคอื่นๆจึงน้อยมากและมีหลายทฤษฎีที่ทำนายว่าหลุมดำจิ๋วที่เกิดขึ้นนั้นจะไม่เสถียรคือเกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีและสลายตัวไปเป็นอนุภาคอื่นๆส่วนหลุมดำขนาดใหญ่ในอวกาศก็จะไม่ทำอันตรายเราหากเราไม่เข้าไปใกล้มากเกินไป
.       
"โดยทฤษฎีแล้วถ้าหากมีหลุมดำจิ๋วลักษณะนี้เกิดขึ้นได้จริงละก็ มันอาจจะเกิดขึ้นอยู่แล้วในธรรมชาติ เคยมีผู้ใช้ทฤษฎีเดียวกันนี้ทำนายว่ารังสีคอสมิกพลังงานสูงจากนอกโลกก็สามารถทำให้เกิดหลุมดำขนาดเล็กพวกนี้บนบรรยากาศชั้นสูงของโลกเช่นเดียวกัน ดังนั้นถ้ามันดูดโลกเข้าไปละก็ มันคงดูดไปนานแล้ว ไม่ต้องรอเครื่องแอลเอชซี"
.       
ดร.อรรถกฤตกล่าวและยืนยันว่าการทดลองของเซิร์นจะไม่เกิดระเบิดล้างโลกอย่างแน่นอนเพราะไม่มีทางทำให้เกิดระเบิดนิวเคลียร์เนื่องจากการระเบิดแบบนิวเคลียร์นั้นต้องอาศัยปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ไม่สามารถควบคุมได้และเป็นปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบต่อเนื่องซึ่งต้องใช้ธาตุกัมมันตรังสีหลายกิโลกรัม
.       
แต่ปฏิกิริยาในเครื่องเร่งอนุภาคของเซิร์นนั้นเกิดจากการชนกันของโปรตอน 2 ตัว ซึ่งมีมวลน้อยเกินกว่าจะเป็น "มวลวิกฤต" (critical mass) ที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ โดยเมื่อโปรตอนชนกันแล้วจะสลายตัวไปส่วนอนุภาคที่เกิดขึ้นจากการชนก็จะตกที่เครื่องวัดของนักฟิสิกส์และไม่ชนกับธาตุหนักอื่นๆจึงไม่เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ขึ้นอย่างแน่นอน
.       
สำหรับนักฟิสิกส์แล้วความน่ากลัวคงไม่ใช่ประเด็นว่าเซิร์นจะระเบิดหรือไม่แต่ความน่ากังวลที่ยิ่งใหญ่อยู่ที่"การชนกันครั้งไหน"จะเป็นเงื่อนไขก่อให้เกิดฮิกก์สเพราะโอกาสการเกิดอนุภาคที่ทุกคนรอคอยมีเพียง"หนึ่งในล้านล้านครั้ง"เท่านั้น
.       
และแม้จะเกิด "ฮิกก์ส" ขึ้นมาจริงๆ นักวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน เพื่อแกะรอยข้อมูลมากมายมหาศาล ที่ไม่ใครทราบว่าภารกิจการงมเข็มในอภิมหาสมุทรจะจบสิ้นเมื่อไหร่
.       
หรือที่สุดแล้ว...การลงทุนมูลค่าเกือบ 2 แสนล้านบาท เมื่อเทียบเป็นเงินไทย ของมนุษยชาติเพื่อไขกำเนิดจักรวาล อาจจะลงท้ายที่ไม่พบอะไรเลย
       .
แต่นั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งความสนใจใคร่รู้ สู่การค้นหาที่มาของสรรพสิ่ง เพราะคำถามที่ท้าทายที่สุดในขณะนี้ก็คือ "เรามาจากไหน" เพื่อจะตอบคำถามอันยิ่งใหญ่ต่อไปว่า "เรา (จักรวาล, โลก, และสิ่งมีชีวิต) จะเป็นอย่างไรต่อไป"
. 
ที่มา:http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000043430
 
 
ความสำคัญของการวิจัย
วิทยาศาสตร์พื้นฐาน
(Basic Science)
ที่มีต่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
.
.
Sheldon Lee Glashow
(มร. เชลด้อน ลี แกลสโชว์)
มหาวิทยาลัยบอสตัน
.
.
 
นักการเมือง นักอุตสาหกรรม และนักวิชาการ หลายคนเชื่อว่าสังคมควรเน้นการลงทุนในการวิจัยแบบมีเป้าหมาย (directed research) หรือการวิจัยที่ก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงต่อการเพิ่มพูนความมั่งคั่ง การรักษาพยาบาล การสร้างงาน การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว กลุ่มคนดังกล่าวเชื่อว่าการค้นคว้าในสาขาวิชาที่พิเศษ เช่น
 
 ฟิสิกส์อนุภาค (particle physics) นั้นฟุ่มเฟือยและไร้ประโยชน์เนื่องจากวิชาดังกล่าวใช้ทรัพยากรแบบสูญเปล่ามากกว่าการวิจัยที่สนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสวัสดิภาพของมนุษย์ ดังตัวอย่างที่ปรากฏในจดหมายถึงนิตยสาร Economist เมื่อไม่นานมานี้ว่า“ เป็นการยากที่นักฟิสิกส์พื้นฐาน ( fundamental physicist) จะยกตัวอย่างสิ่งที่เป็นประโยชน์ซึ่งอิงกับทฤษฎีโดยตรง สิ่งที่สำคัญยิ่งก็คือเราควรสนับสนุนผู้ที่ฉลาดที่สุดในการแก้ปัญหาที่แท้จริงและให้เรื่องศาสนศาสตร์เป็นหน้าที่ของศาสนาจารย์” ผมเชื่อว่าคนที่คิดเช่นนี้เข้าใจผิดอย่างมาก ไม่ฉลาดและไม่เกิดประโยชน์
.
การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องดำเนินไปตามแผนการที่วางไว้ล่วงหน้าหรือตามโครงการที่เตรียมการด้วยความยากลำบาก การค้นพบทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากเกิดขึ้น โดยไม่ได้คาดหมาย ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวมักถูกละเลยโดยรัฐบาลและนักอุตสาหกรรมต่างๆที่ให้เงินสนับสนุนการวิจัยพื้นฐาน บ่อยครั้งวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าจากการดำเนินการที่ชาญฉลาด แต่บ่อยครั้งเช่นกันที่ความก้าวหน้านั้นเกิดขึ้นจากความบังเอิญ อาทิ
.
คนบางคนออกเดินทางเพื่อแล่นเรือรอบโลกและทำสำเร็จตามที่คาดหมายแต่คนบางคนออกเดินทางไปประเทศจีนแต่กลับค้นพบประเทศสหรัฐฯ   คำเหมาะสมสำหรับความบังเอิญเหล่านี้ คือ โชคในการได้พบสิ่งที่ต้องการหรือเป็นประโยชน์โดยบังเอิญ (serendipity) ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่มาจากนิทานเรื่อง “The Three Princes of Serendip” (เจ้าชายแห่งเซเร็นดิพสามพระองค์) ที่เล่าถึงการที่พระเอกของเรื่องมักค้นพบสิ่งของที่เขาไม่ได้แสวงหาโดยบังเอิญ วิทยาศาสตร์เปรียบเสมือนนิทานดังกล่าว ผมขอยกตัวอย่างของการค้นพบโดยบังเอิญทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเกิดขึ้นในหลาย ศตวรรษที่ผ่านมา
.
เซอร์ วิลเลี่ยม เฮอเชล (Ser William Herschel) เป็นบุคคลที่โด่งดังจากการค้นคว้าวิจัยอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับท้องฟ้าและดาราศาสตร์โดยเฉพาะจากผลงานการค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่เจ็ดหรือดาวยูเรนัสของเขา นอกจากนั้น เฮอเชลยังเป็นผู้สร้างกล้องส่องดูดาวที่เก่งที่สุดในสมัยนั้นและอาจเป็นนักสังเกตการณ์ด้านดาราศาสตร์ที่เก่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา
.
อย่างไรก็ตามความสำเร็จด้านฟิสิกส์ที่สำคัญที่สุดของเขานั้นเกิดขึ้นจากความบังเอิญในการทดลองที่เขาออกแบบเพื่อวิเคราะห์ว่าสีรุ้งสีใดนำความร้อนได้บ้างเขาได้ค้นพบแสงที่มองไม่เห็นจากการวางเครื่องวัดอุณหภูมิผิดที่ซึ่งคือรังสีความร้อนหรือรังสีอินฟาเรด (infrared radiation) ด้วยผลการค้นพบรังสีความร้อนโดยบังเอิญที่สำคัญยิ่งครั้งนี้แทนที่จะเป็นการค้นพบดาวยูเรนัสซึ่งเป็นข่าวโด่งดัของเฮเชล ทำให้มีการตั้งหอดูดาวแห่งหนึ่งในยุโรปซึ่งมีกำหนดการที่จะเปิดในปี 2007 ว่าเฮอเชล ฟาร์ อินฟาเรด สเปซ เทเลสโคป (Herschel Far Infrared Space Telescope)
.
หลายๆโอกาส ความเข้าใจของพวกเราเกี่ยวกับอำนาจดึงดูดของแม่เหล็กไฟฟ้า(electromagnetism) ก็เป็นการค้นพบที่ไม่ได้ตั้งใจเช่นเดียวกัน การพัฒนาแบตเตอรี่ไฟฟ้าของโวลตา (Volta) นั้นเป็นผลต่อเนี่องจากการที่กาลวานี่ (Galvani) บังเอิญสังเกตเห็นการกระตุกของขากบอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสกับมีดผ่าตัดที่ทำจากโลหะ 2 ชนิด นอกจากนั้นระหว่างที่ฮานส์ คริสเตียน เออส์เสต็ด (Han Christian Oersted) กำลังสาธิตการทดลองฟิสิกส์แก่นักเรียน เขาบังเอิญพบว่ากระแสไฟฟ้านั้นก่อให้เกิดแม่เหล็กและการค้นพบของฟาราเดย์ (Faraday) เกี่ยวกับกฎของการเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็กกระแสไฟฟ้า (electromagnetic induction) บางส่วนก็เป็นผลจากความบังเอิญเช่นกัน อนึ่งนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ไม่มีใครตระหนักถึงผลประโยชน์อันมหาศาลของผลงานที่ตนค้นพบต่อสังคม
.             
การค้นพบที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญนั้นเกิดขึ้นอย่างมากมายในช่วงปลายศตวรรษที่19 อาทิการค้นพบรังสีเอกซเรย์โดยเอรอนท์เก็น (Roentgen) การค้นพบกัมมันตรังสีโดยเบ็คเควเร็ล (Becquerel) และการค้นพบก๊าซอาร์กอน (argon) และก๊าซเฉื่อยอื่นๆ โดยไรเลห์ (Rayleigh) และคณะ
.
ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ไม่ได้พบสิ่งที่ตนเองค้นหาหรือตระหนักถึงผลกระทบจากผลงานการค้นพบโดยบังเอิญของตนเลย    สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้แตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวิทยาศาสตร์แนงอื่นเลย เฟรเดอริค โวเลอร์(Frederick Wohler) ประหลาดใจมากเมื่อเขาพบว่าสารประกอบที่เขาสังเคราะห์ออกมาเป็นแอมโมเนีย ไซยาเนต (ammonium cyanate) นั้นมีองค์ประกอบเหมือนกับสารธรรมชาติที่รู้จักกันในนามยูเรีย (urea) ทุกประการ
.
เขาจึงเขียนถึงเพื่อนร่วมงานด้าน vitalist (ผู้เชื่อในทฤษฎีที่ว่าด้วยพลังแห่งสิ่งชีวิต) ว่า “ผมต้องบอกคุณว่าผมสามารถผลิตยูเรียได้ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาไต หรือสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือมนุษย์” การค้นพบดังกล่าวยังช่วยยุติความเชื่อในพลังงานลึกลับที่อยู่นอกขอบเขตของวิทยาศาสตร์กายภาพ(ผมกำลังพูดถึงการรักษากึ่งทางการแพทย์ที่ยังคงมีอิทธิพลต่อคนที่มีความเชื่อในการรักษาแบบจี้กง (Qi Gong) การนวดสัมผัสแบบกดจุด (Reflexology)  ฮวงจุ้ย ( Fen Shui )ฯลฯ) 
   
ในปี 1856 วิลเลี่ยม เฮนรี่ เพอร์กิ้น (William Henry Perkin) หนุ่มอายุ 17 ใฝ่ฝันจะเป็นนักเคมีอาจารย์ผู้ดูแลเขาซึ่งเป็นนักเคมีชาวเยอรมันและอยู่ระหว่างการเยือนประเทศอังกฤษที่ชื่อ ออกัส วอน ฮอฟแมนน์ ( August von Hoffmann ) ได้แนะนำให้เพอร์กิ้นทดลองสังเคราะห์สารควินิน ( quinine ) จากน้ำมันถ่านหิน ( coal tar ) แต่เพอร์กิ้นไม่ประสบความสำเร็จในการค้นคว้าครั้งนั้น (ในความจริงแล้วไม่มีใครสามารถเอาชนะคำท้าทายของ วอน ฮอฟแมน ได้จนเกือบจะข้ามไปอีกหนึ่งศตวรรษ
.
จนกระทั่งเกิดภาวะฉุกเฉินในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2) กล่าวคือ เพอร์กิ้นกลับค้นพบตะกอนสีดำที่เหนียวและส่งกลิ่นเหม็นแทนที่จะได้ควินินที่เป็นผลึกสีขาวบริสุทธิ์ อย่างไรก็ดี เพอร์กิ้นนั้นนับว่าเป็นเจ้าชายแห่งเซเร็นดิพ อย่างแท้จริง กล่าวคือ เมื่อสังเกตเห็นว่าสารพิษที่เขาสกัดจากนำมันถ่านหินนั้นมีสีม่วง เขาก็ลืมการค้นคว้าควินินและอาชีพนักวิชาการของเขา ไปตระหนักว่าเขาพบคำตอบ ของการแสวงหาที่ยาวนาน ซึ่งก็คือการค้นพบสีย้อมผ้าสีม่วงที่ไม่แพงและใช้ได้อย่างดีมีประสิทธิผล
.
ชายหนุ่มที่กล้าได้กล้าเสียคนนี้จึงก่อตั้งโรงงานเพื่อผลิตสีย้อมผ้าสังเคราะห์ดังกล่าว ซึ่งภายหลังนักออกแบบชาวฝรั่งเศสเรียกสีย้อมผ้าชนิดนี้ว่า  mauve  (สีม่วงอ่อน) เมื่อพระราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษ (England’s Queen Victoria) และจักรพรรดิยูเจเนย์แห่งฝรั่งเศส (France’s Empress Eugenie) ทรงชุดแต่งองค์สี  mauve อย่างเปิดเผย สีย้อมผ้าของเพอร์กิ้นจึงกลายเป็นที่นิยมจนยุคดังกล่าวได้รับการขนานนามว่าเป็นศตวรรษของ mauve (Mauve Decade)
.
ในขณะที่เพอร์กิ้นกลายเป็นคนมีฐานะมั่งคั่งด้วยวัยเพียง 36 ปี เขาได้ขายธุรกิจของตนเองและหันกลับไปสนใจวิชาการด้านวิทยาศาสตร์อีกครั้งหนึ่งหลังจากได้วางรากฐานด้านเคมีอินทรีสังเคราะห์ (synthetic organic chemistry)ไว้แล้วแล้วเกิดอะไรขึ้นกับอาจารย์ผู้ดูแลเพอร์กิ้น? วอน ฮอฟแมนตระหนักถึงความสำคัญเชิงพาณิชย์ของการค้นพบโดยบังเอิญของเพอร์กิ้นความสำเร็จของชายหนุ่มที่อยู่ในการดูแลของเขากลายเป็นแรงบันดาลใจให้ วอน ฮอฟแมนน์ ทำการสังเคราะห์สีย้อมผ้าจากน้ำมันถ่านหินสีที่สอง (second aniline dye) ในปี ค.ศ.1859 ซึ่งมีชื่อว่า magenta  
.
ทั้งนี้ คงมีเพียงผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เท่านั้นที่พอจะเข้าใจว่าทำไมนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันผู้รักชาติคนนี้จึงตั้งชื่อการค้นพบของเขาตามชื่อของสนามรบที่กองทัพฝรั่งเศสรบชนะชาวออสเตรียนในปีเดียวกัน อย่างไรก็ตามต่อมา วอน ฮอฟแมนน์ได้เดินทางกลับประเทศเยอรมนีและทำการพัฒนาสีย้อมผ้าสีม่วงอย่างครบชุดและเป็นระบบ ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลต่อประเทศของเขา กล่าวคือทำให้ประเทศเยอรมนีก้าวสู่ความเป็นเยี่ยมในอุตสาหกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นจากการค้นพบโดยบังเอิญของลูกศิษย์เขา
                    
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่นานนัก อเล็กซานเดอร์ เฟรมมิ่ง (Alexander Fleming) ผู้ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลในปี 1945 จากการค้นพบเพนนิซิลิน กล่าวในงานรับรางวัลของเขาว่า “ผมอาจกล่าวอ้างได้ว่าผมได้ข้อสรุป...ว่าสารต่อต้านจุลินทรีย์อันมีคุณค่านั้นได้มาจากเชื้อราและผมได้ทำการค้นคว้าปัญหาดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่ความจริง ผมขอบอกความจริงว่าเพนนิซิลินเกิดจากการสังเกตโดยความบังเอิญ เพียงแต่ว่าผมช่างสังเกตและทำการวิจัยต่อไป”
.
คำพูดของเฟล็มมิ่งเป็นการแสดงถึงการเป็นผู้ที่มีใจเปิดกว้างต่อการค้นพบอย่างไม่คาดหมาย จึงถือได้ว่าเขาเป็นเจ้าชายแห่งเซเร็นดิพอีกคนหนึ่งในเวลาช่วงหนึ่ง บริษัทต่างๆเช่น  เจเนอรัล อิเล็กทริกส์ (General Electric) เอทีแอนด์ที (AT&T) และ ไอบีเอ็ม (IBM) ได้เคยมีบทบาทอย่างมากในการวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เช่น ในปี 1928 ชาร์ล สไตน์ (Charles Stine) ผู้บริหารของบริษัทดูปองท์ (DuPont) กล่าวว่าการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ (pure scientific research) “ย่อมก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ และในบางกรณีก่อให้เกิดความรู้ที่จำเป็นอย่างยิ่ง”
.
10 ปีหลังจากนั้นวิสัยทัศน์ของเขได้นำไปสู่การไนลอน( nylon) (โดยที่ตั้งใจ) และเทฟลอน (teflon) (โดยบังเอิญ) ทั้งนี้ เรื่องราวของเทฟลอนเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1938 ณ ห้องทดลองแจ็คสันของดูปองท์คนหนึ่งชื่อ ดร. รอย พลังเก็ตท์ (Dr. Roy J. Plunkett) กำลังศึกษาก๊าซซึ่งมีความสัมพันธ์กับความสัมพันธ์กับสารฟรีออนในตู้เย็น (Freon) และเป็นสินค้าอีกชนิดหนึ่งของดูปองท์
.
ขณะตรวจสอบตัวอย่างของสารเตเะฟลูโอโรไธลีน (tetrafluoroethylene) ที่ถูกแช่แข็ง เขาและเพื่อนร่วมงานสังเกตเห็นว่าตัวอย่างสารดังกล่าวกลายสภาพเป็นของแข็งสีขาวที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้งและไม่ติดแน่นกับวัตถุอื่นแม้การค้นพบสารเทฟลอนจะถูกปิดเป็นความลับสุดยอดในช่วงสงครามโลกครั้งที่2 แต่ภายหลังจากนั้นก็ได้มีการนำหม้อและกะทะที่เคลือบโดยสารเทฟลอนประมาณ 1 พันล้านใบออกสู่ตลาด น่าเสียดายที่ช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรืองของการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่ได้รับการสนับสนุนเชิงพาณิชย์เกือบจะหมดลงแล้ว
.
ในยุคก่อนๆ พนักงานและอดีตพนักงานของห้องทดลองบริษัทเบล (Bell laboratories) ที่โด่งดัง เคยได้รับรางวัลโนเบลถึง 11 รางวัลปัจจุบันห้องทดลองดังกล่าวได้ถูกย่อส่วนให้มีขนาดเล็กลงและมีโอกาสน้อยมากที่จะประสบความสำเร็จดังเช่นในอดีต อีกตัวอย่างหนึ่ง คือการที่บริษัทไมโครซอฟท์ซื้อสิทธิบัตรด้านวิชาการจำนวนมหาศาลเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของบริษัทใช้ประโยชน์แทนที่จะลงทุนในการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
การวิจัยพื้นฐาน จึงกลายเป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนน้อยลงทุกทีอีกครั้งหนึ่ง แต่กระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ กลับใฝ่ฝันที่จะสร้างระบบเศรฐกิจที่พึ่งพาก๊าซไฮโดรเจน แม้กระทั่งองค์กรนาซ่า (NASA) ที่มีประวัติอันโดดเด่นในการทำวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นฐานร่วมกับมหาวิทยาลัยยังถูกประธานาธิบดีบุชกดดันให้ทำหน้าที่ส่งมนุษย์ผู้น่าสงสารไปยังดาวอังคารให้ได้ผมจึงรู้สึกเป็นห่วงอนาคตของการวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นฐานในสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก
.
หากฟาราเดย์ (Faraday) เรอนท์เก็น (Rooentgen) และเฮอร์ทส์ (Hertz) มุ่งเน้นเพียง “ปัญหาที่แท้จริง” ในยุคเขา เราอาจจะไม่มีเครื่องยนต์ไฟฟ้า เครื่องมือเอกซเรย์ทางการแพทย์ และวิทยุ อย่างไรก็ดี นักฟิสิกส์พื้นฐาน (fundamental physicists) ในยุคปัจจุบันเน้นการวิจัยปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดแต่ไม่มีประโยชน์ใดๆในตัวของมันเองซึ่งการวิจัยประเภทดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ผมเห็นว่างานเหล่านี้ยังคงมีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตพวกเราและความอยากรู้อยากเห็นที่ผลักดันให้เกิดการแสวงหาความรู้ขั้นพื้นฐาน (fundamental knowledge) อันที่จริงแล้วมีความสำคัญเทียบเท่ากับการค้นหาคำตอบสำหรับปัญหาเฉพาะเรื่องในทางปฎิบัติ ทั้งนี้ผมมีตัวอย่าง 10 ตัวอย่างของการค้นพบโดยบังเอิญในปัจจุบันที่สนับสนุนประเด็นของผม ดังนี้
  
(1)   ข้อมูล (Informatics) : นักฟิสิกส์ของ CERN สร้างเครือข่าย World wide web เพื่อถ่ายทอดข้อมูลการทดลองแก่ผู้ร่วมงานทั่วโลก (Global Grid) อย่างแท้จริงระบบเครือข่ายดังกล่าวใช้ประโยชน์จากความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์นับร้อยนับพันเครื่องทั่วโลก Global Grid ในการให้บริการด้านคอมพิวเตอร์กำลังสูงแก่ผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง การคิดค้น   นั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทดลองขั้นพื้นฐานด้านฟิสิกส์และดาราศาสตร์อย่างไรก็ดี Global Grid น่าจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างแน่นอนในสาขาฟิสิกส์อื่นๆสาขาชีววิทยาและการแพทย์ (เช่น โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลพันธุกรรม (genomic) และข้อมูลรูปภาพทางการแพทย์ ภูมิอากาศ โลก และบรรยากาศ (Climatology, earth and atmospheric sciences) (โดยเฉพาะในการศึกษาภาวะโลกร้อน และชั้นโอโซน ) รวมทั้งวิศวกรรม เกษตรกรรม โรคระบาด การค้าโลก และการศึกษา
(2) คอมพิวเตอร์ : อย่างที่เราทราบกันหลายทศวรรษที่ผ่านมาเครื่องคอมพิวเตอร์ขณะนี้ (และไม่ใช่ในศตวรรษที่ผ่านมา) เป็นเพราะว่าเราเพิ่งจะเห็นความจำเป็นของการใช้คอมพิวเตอร์แต่เป็นเพราะการค้นพบทางฟิสิกส์พื้นฐานอันเป็นรากฐานของเครื่องอีเล็คโทรนิกส์สมัยใหม่การพัฒนาตรรกะด้านคณิตศาสตร์ที่เป็นนามธรรม และความต้องการของนักฟิสิกส์นิวเคลีย์ในช่วงทศวรรษ 1930 ที่จะพัฒนาวิธีการนับจำนวนอนุภาคแม้กระทั่งผู้ก่อตั้งบริษัทไอบีเอ็มเองยังไม่สามารถคาดการณ์ถึงบทบาทและความสำคัญของคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันและผมเองก็ไม่สามารถคาดการณ์ถึงบทบาทของคอมพิวเตอร์ในอนาคตได้เช่นกัน
(3) รหัสลับสมัยใหม่ ( Modern Cryptography) : รหัสลับมีความสำคัญด้านการทหารอย่างเห็นได้ชัดนอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนการทำธุรกรรมการธนาคารและการเงินที่ปลอดภัยในพื้นที่ห่างไกลด้วยเราควรขอบคุณนักสร้างทฤษฎีทุกครั้งที่เราซื้อของด้วยบัตรเครดิตหรือซื้อผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทั้งนี้ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนว่าจำนวนเฉพาะ (prime numbers) และการศึกษาของพวกเขาจะมีความสำคัญในเชิงพาณิชย์อย่างมากมายมหาศาล
(4)ระบบการบอกตำแหน่ง (Global Position System) : ระบบดังกล่าวสามารถบ่งบอกถึงตำแหน่งรวมทั้งระดับความสูงที่เราอยู่ได้ทันทีโดยอาจคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่เมตร และนำไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ระบบการนำทางที่น่าอัศจรรย์ (และไม่แพง) ดังกล่าวขึ้นอยู่กับนาฬิกาอะตอมที่มีความแม่นยำซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีความสัมพันธ์ของไอน์สไตน์ ทั้งนี้ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนว่าทฤษฎีซึ่งครั้งหนึ่งมีผู้ที่เข้าใจเพียงสิบกว่าคนจะกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเชิงพาณิชย์อย่างมหาศาล
(5)การบำบัดด้วยลำแสงอนุภาค (Particle Beam Therapy) : สิ่งที่เราเรียกว่าอนุภาคพื้นฐาน (elementary particles) ซึ่งอยู่ในรูปของลำแสงที่มีการควบคุมและตรวจสอบอย่างระมัดระวังนั้นมีบทบาทสูงทางการแพทย์ ทั้งนี้ ลำแสงดังกล่าวมีจุดเริ่มต้น และพัฒนามาจากรังสีเอ็กซ์ มาดามคูรี (Madame Curie) เป็นบุคคลแรกที่เสนอแนะว่าลำแสงอนุภาคน่าจะมีประโยชน์
เริ่มต้นในช่วงทศวรรษ 1950 เครื่องไซโคลตรอน (cyclotron) ซึ่งเดิมสร้างขึ้นมาเพื่องานวิจัยด้านฟิสิกส์ที่เบิร์คลีย์ (Berkeley) และฮาร์เวิร์ด (Harvard)  ได้ถูกนำมาใช้เพื่อบุกเบิกการใช้ลำแสงโปรตรอนในการรักษาโรคมะเร็ง คนไข้นับพันคนได้รับความช่วยเหลือจากเครื่องเร่งความเร็ว (accelerator) ที่เก่าแก่นี้ในปัจจุบันมีการสร้างเครื่องเร่งความเร็วทางการแพทย์เป็นจำนวนมากทั่วโลกเพื่อให้การรักษาบำบัดด้วยลำแสงโปรตอน นิวตรอน หรืออิออน ที่มีน้ำหนักมากกว่า นอกจากนั้นยังมีการนำเครื่องเร่งความเร็วอิเล็กตรอน ที่มีพลังสูงไปใช้ในการรักษาบาดแผลจากโรคเอดส์บางประเภท มะเร็งผิวหนังชนิดหนึ่ง (skin lymphomas) และมะเร็งเต้านมด้วย
(6) อิมเมจจิงทางการแพทย์ (Medical Imaging): เครื่องสแกนเนอร์ ทางการแพทย์ถูกพัฒนาขึ้นโดยนักฟิสิกส์ไฟแรง ในช่วงเวลาว่างของพวกเขาโดยที่ไม่ได้ใช้ทุนทรัพย์ใดๆ เลย ทั้งอัลลัน คอร์แม็ค และเจฟฟรี เฮานส์เฟลด์ ได้รับรางวัลโนเบลร่วมกันจากการพัฒนาเครื่องโทโมกราฟฟีระบบคอมพิวเตอร์ แพทย์เริ่มพึ่งพาเครื่องแคทสแกนเนอร์ เครื่องแมคเนติค เรโซแนนซ์ อิมเมจจิง (Magnetic Resonance Imaging – MRI) และเครื่องโปซิตรอนอีมิชชั่นโทโมกราฟฟี่ (Positron Emission Tomography – PET) เครื่อง MRI นั้นใช้พลังแม่เหล็กนิวเคลียร์ ส่วนเครื่อง PET นั้นใช้รูปแบบของ antimatter ความคิดทั้งสองแนวทางนี้เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมทางวิชาการซึ่งห่างไกลจากสภาพปัญหาที่แท้จริงในโลก ซึ่งแนวคิดทั้งสองแนวทางได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวในที่สุด
(7) การค้นพบตัวนำยิ่งยวด (Superconductivity): superconductivity นั้นเป็นรากฐานของเทคโนโลยีสมัยใหม่ของศตวรรษที่ 21 แม้ว่า superconductivity จะเคยเป็นปรากฎการณ์ที่น่าอัศจรรย์ แต่ปัจจุบันได้มีการนำ superconductivity มาประยุกต์ใช้ในหลายรูปแบบ เช่น ในการผลิต การเก็บ และการส่งผ่านพลังงาน รวมทั้งในการขนส่ง การแพทย์ และอิเล็กทรอนิกส์ เคยมีคำกล่าวที่ว่า “โปรแกรมที่เกี่ยวกับ superconductivity ทุกโปรแรมนั้นล้วนเป็นหนี้บุญคุณผลงานการสร้างเครื่องเทวาตรอน (ที่นำกระแสไฟฟ้าได้ดี) ของห้องทดลองเฟอร์มีแล็บ (ห้องทดลองที่วิจัยด้านฟิสิกส์พื้นฐาน) ซึ่งสามารถนำมาใช้การได้”
 
(8) ไอโซโทปกัมมันตรังสี (Radioisotopes): ทุกๆ ปี จะมีการนำไอโซโทปกัมมันตรังสีที่มีอายุสั้นไปใช้กับคนไข้หลายล้านคน (รวมทั้งตัวผมเอง) เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์หลายด้าน อาทิ การวินิจฉัยโรค การรักษามะเร็งหลายชนิด การบรรเทาอาการปวด และการวิเคราะห์ตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ หรือเนื้อเยื่อในเชิงชีวเคมี เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการวินิจฉัยโรคหรือนิติวิทยาศาสตร์
ทั้งนี้ไอโซโทปดังกล่าวนั้นต้องผลิตโดยใช้เครื่องเร่งความเร็วของอนุภาคในโรงพยาบาล หรือ (ในบางกรณี) โดยเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูในห้องทดลองเพื่อการวิจัยของรัฐบาล Accelerator Mass Spectroscopy (AMS) ทำให้เราสามารถนำไอโซโทปที่มีอายุยาวไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายๆ ด้านอย่างนับไม่ถ้วน ด้วยกระบวนการดังกล่าวเราสามารถวัดความกระจุกตัวของ radionuclide ได้ละเอียดจนถึงขนาดระดับหนึ่งอะตอมใน หนึ่งพันล้านล้านอะตอม (quadrillion)
ทั้งนี้มีการนำกระบวนการดังกล่าวไปใช้ในงานด้านโบราณคดี ธรณีวิทยา การศึกษาดาวเคราะห์ (planetary science) และวิศวกรรมศาสตร์ เช่น การค้นหารอยรั่ว เมื่อไม่นานมานี้ เครื่อง AMS ได้กลายเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญมากทางการแพทย์ (เพื่อศึกษาผลกระทบของยาต่อมนุษย์หรือเพื่อสืบเสาะเส้นเดินของกระบวนการเผาผลาญ ฯลฯ) อย่างไรก็ดีสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มีการวิจัยเกี่ยวกับไอโซโทปกัมมันตรังสี รวมทั้งการสร้างและปรับปรุงเครื่องเร่งความเร็ว (accelerator) และเครื่องตรวจจับอนุภาค (particle detector) ที่ซับซ้อน
(9) อุปกรณ์แสงซินโครตรอน (Synchrotron Light Facilities): เครื่องอิเล็กตรอนซินโครตรอน (electron synchrotron) ได้รับการพัฒนาขี้นเพื่อใช้ในการสำรวจโครงสร้างพื้นฐานของสสาร หัวข้อซึ่งผู้เขียนจดหมายที่ผมกล่าวถึงข้างต้นอ้างว่าเป็นเรื่องของศาสนศาสตร์มากกว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ ทั้งนี้ ปัญหาที่สำคัญของการสร้างเครื่องซินโครตรอน คือ การที่อิเล็กตรอนที่ถูกเร่งความเร็วนั้นสูญเสียพลังงานส่วนใหญ่ไปเมื่อผ่านรังสีซินโครตรอน
อย่างไรก็ดี ปัญหาดังกล่าวได้กลายเป็นสินทรัพย์มูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยความบังเอิญ กล่าวคือ รังสีซินโครตรอนนั้นมีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อทั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ อาทิ ด้านวัสดุศาสตร์ การทดสอบด้านอุตสาหกรรม ศาสตร์ที่ว่าด้วยการศึกษาโลก ศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ศาสตร์ด้านสิ่งมีชีวิต และการวินิจฉัยทางการแพทย์ ทั้งนี้ แหล่งแสงซินโครตรอน ซึ่งมีมูลค่าสูงและมีความท้าทายทางเทคโนโลยี ได้ถูกนำมาใช้แล้วประมาณ 80 แห่งใน 23 ประเทศทั่วโลก
10) แหล่งนิวตรอน:นิวตรอนชึ่งถูกค้นพบเมื่อ 70 ปีที่แล้วได้กลายเป็นที่ยอมรับทันที่ในฐานะกุณแจสำคัญในการสร้างโครงศร้างนิวเคลียร์แต่มีผู้ใดทราบมาก่อนบ้างถึงความสำคัญของอนุภาคเล็กๆ ที่มีสถานะไม่มั่นคงในข้อนี้ แม้กระทั้งผู้ที่ค้นผบนิวเคลียร์ การกะระจายและการแตกกระจายของนิวตรอนที่เข้มข้นที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายด้านตั้งแต่วิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ประยุคต์ (applied science) และวิศวกรรมศาสตร์
ดังนั้น การค้นพบดังกล่าวจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของผลที่ได้รับจากการวิจัยวิทยาศาสาตร์พื้นฐานซึ่งนำไปสู่ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์สำหรับทุกคน พัฒนาการที่มีความสำคัญเชิงพาณิชย์หลายตัวอย่างที่ผมผมกล่าวข้างต้นนั้นใช้เครื่องเร่งความเร็วของอนุภาคที่เป็นเครื่องมือได้รับการประดิษฐ์และพัฒนาขึ้นเพื่อการวิจัยที่แท้จริงเท่านั้น (บางคนที่มองว่าเป็นการวิจัยที่ไร้สาระ)อย่างไรก็ดีปัจจุบันเครื่องเร่งความเร็วประมาณ 10,000 เครื่องทั่วโลก โดยที่ประมาณ 100 เครื่องที่นำไปใช้ด้านการวิจัยด้านฟิสิกส์หรือฟิสิกส์อนุภาค เราได้กล่าวถึงเทคโนโลยีใหม่เพียง 10 อย่างที่ถือกำเนิด พัฒนามาจากหรือพึ่งพาการวิจัยของบุลคลที่อุทิศตนในการศึกษาจักรวาล อย่างไรก็ตามรัฐบาลควรสนับสนุนการวิจัยขั้นพื้นฐานที่ดูเหมือนไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนหรือไม่มีประโยคอย่างต่อเนื่องค่อไปด้วยเหตุผลอย่างอื่นๆ ด้วย ดังนี้
* ธุรกิจของธุรกิจก็คือธุรกิจ (The Business of Business is Business) หากการวิจัยที่ได้รับการผลักดันจากความอยากรู้อยากเห็นนั้นมีความสำคัญทางเศรษฐกิจแล้ว เพราะเหตุใดการวิจัยดังกล่าวถึงต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐแทนที่จะเป็นภาคเอกชน เหตุผลก็คือยังมีศาสตร์อีกหลายประเภทที่มีประโยชน์โดยทั่วไปมากกว่าที่จะเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะเจาะจงแก่ผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการใดกระบวนการหนึ่ง จึงไม่มีบริษัทหรือนักธุรกิจคนหนึ่งคนใดได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจการวิจัยดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ การวิจัยบริสุทธิ์ จึงควรได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลซึ่งไม่มีความต้องการเชิงพาณิชย์จากผลการวิจัยนั้นๆ ทั้งนี้การสนับสนุนการวิจัยพื้นฐานแบบไม่มีเป้าหมายชัดเจนของรัฐบาลจะต้องดำเนินต่อไปเพื่อความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
 
* การชี้นำรัฐบาล (Guiding Our Governments): ในสังคมประชาธิปไตยนั้น ประชาชนมีหน้าที่ต้องคอยติดตามให้รัฐบาลใช้แนวทางที่มีเหตุผลในการแก้ไขปัญหาทางสังคม เช่นภาวะโลกร้อน ปัญหามลพิษ ความหิวโหย โรคร้ายระบาด และการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ เช่น เราจะตอบสนองความต้องการพลังงานของสังคมสมัยใหม่ในยุคที่น้ำมันราคาถูกกำลังหมดไปได้อย่างไร เพื่อแสดงความรับผิดชอบ พลเมืองจะต้องมีความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มากกว่าภูมิความรู้ที่พวกเขามีในปัจจุบัน ซึ่งข้อคิดเห็นดังกล่าวนี้จะนำไปสู่ประเด็นต่อไปของผม
 
* แรงบันดาลใจของเยาวชน (Inspiration of Youth): สังคมในปัจจุบันที่พึ่งพิงเทคโนโลยีมากขึ้นต้องอาศัยสมองมากกว่ากล้ามเนื้อ นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร รวมทั้งนักคณิตศาสตร์และนักเศรษฐศาสตร์จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในอนาคตเมื่อเปรียบเทียบกับในอดีต เราจะสนับสนุนให้เยาวชนสนใจวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ได้อย่างไร เราจะสร้างครูที่จะมาทำหน้าที่นี้ต่อไปให้เพียงพอได้อย่างไร เด็กๆ นั้นมีความอยากรู้อยากเห็น โดยธรรมชาติอยู่แล้ว พวกเขาสนใจเรื่องควากส์ และเควซร์ส หลุมดำอวกาศ และทฤษฎีการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ในจักรวาล การเรียนรู้เกี่ยวกับความน่าพิศวงของจักรวาลและโลกของสิ่งที่เล็กยิ่งกว่าอะตอม อาจนำพวกเขาไปสู่อาชีพด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่มีประโยชน์ต่อสังคม
 
*บุคคลที่เก่งและฉลาดที่สุด (The Best and Brightest): นักฟิสิกส์อนุภาคและผู้รอบรู้ในเรื่องจักรวาลใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาความสามารถด้านเทคนิคและแนวคิดในการแก้ไขปัญหาที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ (และโดยทั่วไปก็เป็นเช่นนั้น) สำหรับเป้าหมายในทางปฏิบัติได้ อุตสาหกรรมหลายประเภทในซิลิคอนแวลลี่ และพื้นที่แถบบอสตันนั้นเกิดขึ้นจากนักฟิสิกส์ นักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ และวิศวกรด้านเครื่องเร่งความเร็ว ซึ่งขัดเกลาความสามารถของตนในห้องทดลองด้านฟิสิกส์ที่มีศักยภาพสูงและพนักงานหลายคนในอุตสาหกรรมดังกล่าว (และในอุตสาหกรรมอื่น) เริ่มต้นอาชีพตนในฐานะนักวิจัยวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ ซึ่งจะยกตัวอย่าง 3 ท่าน ดังนี้
 
(1) วอลเตอร์ กิลเบิร์ต ผู้ซึ่งเป็นนักทฤษฎีด้านอนุภาคที่มีชื่อเสียงโด่งดังยิ่งขึ้นหลังจากที่เขาหันไปสนใจชีววิทยาด้านโมเลกุล เขาได้รับรางวัลโนเบลในสาขาเคมีร่วมกับผู้อื่นจากการสร้างผัง DNA (DNA mapping) นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทยาชั้นนำ เป็นผู้นำของห้องทดลองชีววิทยาศาสตร์กิลเบิร์ต ที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด และเป็นช่างภาพที่ได้รับยกย่องอย่างสูง
 
(2) อัลลัน คอร์แม็ค และเจฟฟรี เฮานส์เฟลด์ ผู้ซึ่งผมได้กล่าวถึงมาแล้วข้างต้นในฐานะนักทดลองไฟแรง ซึ่งร่วมกันรับรางวัลโนเบลในสาขาการแพทย์จากผลงานการพัฒนาเทคโนโลยีอันเป็นรากฐานของเครื่องโทโมกราฟฟีระบบคอมพิวเตอร์
 
(3) อัดเดรย์ ซาคาห์รอฟ เป็นนักฟิสกิส์ผู้ชาญฉลาดที่สอนให้เราเข้าใจ่าเพราะเหตุใดจึงสสารในจักรวาล แต่มี antimatter จำนวนน้อย เขาเป็นบุคคลที่ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเป็นผู้ที่เจรจาให้ชาวรัสเซียยอมลงนามในสนธิสัญญายกเลิกการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในชั้นบรรยากาศ นอกจากนั้น เขายังได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอีกด้วย
 
* ความร่วมมือระหว่างประเทศ (International Goodwill): การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์เป็นหนึ่งในหัวข้อจำนวนไม่มากนักที่ประเทศส่วนใหญ่ในโลกให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี โดยจะเห็นได้ว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่ได้รับความมือระหว่างประเทศมากที่สุด ตัวอย่างเช่น คอเปอร์นิคัส บราห์เฮ เค็ปเลอร์ กาลิเลโอ และนิวตัน ซึ่งเป็นชาวโปแลนด์ ชาวเดนมาร์ค ชาวเยอรมัน ชาวอิตาเลียน และชาวอังกฤษตามลำดับ ล้วนแต่เป็นผู้ที่สอนให้เราเข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่งของโลกเราในสวรรค์ ซึ่งก็เพื่อการพัฒนาของศาสตร์อื่นๆ ด้วย วิทยาศาสตร์ในปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการวิทยาศาตร์ขนาดใหญ่ ล้วนแต่อาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างชัดเจน อาทิ
 
องค์กร          CERN ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกในยุโรปเกือบทุกประเทศ Super-Kamiokande (ที่ซึ่งพบว่านิวตริโนมีมวล) เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างประเทศสหรัฐฯ และประเทศญี่ปุ่น เครื่องตรวจจับ CDF ณ ห้องทดลองเฟอร์มิแล็บก็แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกันของอิตาลี ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ กล้องส่องทางไกลของยานฮับเบิ้ลของสหรัฐฯ (The American Hubble Space Telescope) ได้รับความช่วยเหลืออย่างมากจากยุโรป เช่นเดียวกับ
.
Large Hadron Collider ที่ Cern ซึ่งใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ ก็ได้รับเงินสนับสนุนเป็นจำนวนมากจากประเทศสหรัฐฯ นอกจากนี้ โครงการด้านฟิสิกส์อนุภาคที่ยิ่งใหญ่โครงการต่อไปหรือ International Linear Collider ก็น่าจะเป็นโครงการร่วมกันระหว่างประเทศญี่ปุ่น ยุโรปและสหรัฐฯ ความสำเร็จของโครงการวิทยาศาตร์ระหว่างประเทศเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศในอนาคต เราควรคาดหวังว่าวิทยาศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานรวมกันอย่างกลมเกลียวจะสามารถนำพาพวกเราไปสู่ศตวรรษที่มีความยุติธรรมมากขึ้นและมีความรุนแรงน้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับศตวรรษที่ผ่านมา เป็นศตวรรษที่เราสามารถฟันฝ่าอุปสรรคของมนุษยชาติไปได้ด้วยดี และเป็นศตวรรษที่ผู้คนทั่วโลกสามารถร่วมกันแบ่งปันผลผลิตอันเกิดจากวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีซึ่งกันและกันได้
 
* การพูดบนพื้นฐานของความเป็นจริง (Being honest): ผมได้อธิบายแล้วค่อนข้างยาวเกี่ยวกับประโยชน์มากมายที่เกิดขึ้นแล้วและที่กำลังเกิดขึ้นของวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่ดูเหมือนไร้ประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสวัสดิภาพของมนุษย์ทั่วโลก เมื่อนานมาแล้วเราเคยได้รับคำเตือนว่าการกดดันว่างานวิจัยต้องให้ผลลัพธ์ในทันทีอาจทำให้งานวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์เกิดขึ้นได้ยาก เว้นแต่ว่าเรามีนโยบายที่สามารถปกป้องการวิจัยประเภทดังกล่าว คำเตือนดังกล่าวยิ่งมีความสำคัญในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่างานค้นคว้าวิจัยในสาขาฟิสิกส์อนุภาค ฟิสิกส์ดาราศาสคร์และจักรวาลวิทยาไม่ได้ถูกจูงใจด้วยผลเชิงเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม เราศึกษาสาขาวิชาดังกล่าวเพราะเราเชื่อว่าหน้าที่ของเราคือต้องเข้าใจโลกของเราให้ดีที่สุด วิทยาศาสตร์ทำให้เราเข้าใจฐานะของเราในจักรวาลอย่างมีเหตุผลและสามารถทดแทนความเชื่องมงายที่บ่อนทำลายในอดีตได้ ผมเชื่อว่าการที่พวกเราทราบเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้มีความสำคัญอย่างลึกซึ้นในเชิงวัฒนธรรมและปรัชญา
 
จักรวาลเกิดขึ้นจาก Big Bang ซึ่งนำไปสู่การเกิดกาแล็กซีนับพันล้านกาแล็กซี ซึ่งประกอบด้วยดวงดาวนับพันล้านดวงเกิดขึ้นได้อย่างไร
ดวงดาวนั้น เกิด โต และสูญสลายได้อย่างไร และอะไรทำให้ดวงดาวส่องแสงได้
เหตุใด “ทฤษฎีที่อธิบายเกือบทุกเรื่อง (Theory of almost everything)” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากไม่สามารถอธิบายสสารมืด ที่ลึกลับและพลังมืดที่ดูเหมือนจะอยู่รอบตัวเราได้ รวมทั้งไม่สามารถอธิบายได้ว่าเพราะเหตุใต โครงสร้างพื้นฐานของสสารจึงเป็นอย่างนั้น ยังมีเรื่องราวอีกมายมายที่เราสามารถเรียนรู้ได้ วิทยาศาสตร์เป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ได้รับการเล่าขานต่อกันมาและขอให้วิทยาศาสตร์เป็นตำนานที่ต้องศึกษาและวิจัยต่อไป
 
 

 
อ่านเพิ่ม: บทควาทที่เกี่ยวข้อง
ประวัติศาสตร์-ปวงปรัชญาอินเดีย
 

Higgs boson (God particle) ไขปริศนาจักรวาล
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Einstein
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Quantum
 
 
 Big Bang Theory 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

Large Hadron Callider (LHC)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Higgs boson (God particle) ไขปริศนาจักรวาล
 
 
 
 
 
 
 
 
 
The God Theory
 

'The God Particle': The Higgs Boson 

 
 
 
 
 Higgs Boson - God Particle by Sri Sri Ravi Shankar
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Higgs boson (God particle) ไขปริศนาจักรวาล
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Higgs boson (God particle) ไขปริศนาจักรวาล
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Higgs boson (God particle) ไขปริศนาจักรวาล
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Higgs boson (God particle) ไขปริศนาจักรวาล
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ความคิดเห็น

  1. 1
    ใหม่
    ใหม่ 14/09/2008 13:28
    อยากเห็นจังเลย {icon1}
  2. 2
    Coach Factory
    Coach Factory factoryoutlet@hotmail.com 24/09/2012 13:31

    With the great diversity of styles, patterns and sizes available nowadays, finding the right pieces to highlight your personality is quite important. Coach Outlet offers exactly what you want.Cheap Coach Purses are of high quality and aesthetic design. Yes, brand Coach Outlet Online name handbags are extremely attractive;However,the highest care is taken that every Coach Outlet Store Carriage Bags is both aesthetically beautiful and functional.
    Several days ago, my friends recommended Coach Factory online to me, which provides women with cheaper Coach goods, better service and faster delivery.Coach Factory Outlet offers you the modern and very comfortable coach bags. Since many women often do not know things and are daily buses to challenge their handbags handbag, also comprehensive.Many people like to go to Coach Factory Online, Some people like to designers and shiny metal or leather coach shoulder bags. However, the majority of women choose to safe the neuter color coach shoulder bags.

  3. 3
    Coach Outlet Store
    Coach Outlet Store vcfd@126.com 08/10/2012 15:09

    At that range, the


    Coach Outlet Store


    missile range would include


    Coach Factory Online


    North Korea's northern peninsula. Under the amended


    Coach Factory Outlet


    pact, South Korea also can


    Coach Outlet Store Online


    increase its current restricted payload of 500 kilograms (1,100 pounds), depending on the range of the missile. The plan allows for three times the current payload for ballistic missiles with a range of 300 kilometers. South Korea first


    Coach Outlet Store Online


    agreed in 1972 to limit its missile range to 180 kilometers (112 miles) in exchange for


    Coach Factory Outlet


    access to U.S. missile technology. A bilateral


    Coach Outlet Store Online


    agreement between the two countries was signed in 1979, though the guidelines were revised in 2001 to allow for a range of 300 kilometers. The two Koreas


    Coach Wallet Outlet


    signed an armistice that ended the 1950-1953 Korean war, though a peace treaty was never signed. Technically, the two countries remain in a state of war

  4. 4
    amber
    amber AmberLinChen@Hotmail.com 03/12/2012 13:18



    The the north face canada are going to be our survivor at the intense baseball and get on complications. Many times, Northern part Facial Pockets are likely to be utilizing jeans and therefore soft sided suggestions once more. Northern part Head position click on human beings ability to the high phase. The one thing is bound whereby Upper Facial skin is a brand full name that you will put your trust in. In www.northfacecanadajackets.com Aposition get together with the a variety of athletes' require.

  5. 5
    dsquared outlet
    dsquared outlet 1111111111@qq.com 03/12/2012 14:48

    http://www.belstaffoutlet-online.de belstaff outlet http://www.chaneltaschenonlineshop.de chanel outlet http://www.burberryoutletonline-it.it burberry borse http://www.chanelbags-hot.eu chanel outlets http://www.belstaffjacket.eu belstaff coat

  6. 6
    cba520530@gmail.com
    cba520530@gmail.com nba379190981@163.com 29/12/2012 11:42

    Why

    Coach Outlet Online


    snowflakes? On the Sunday after the massacre, the Connecticut

    Parent-Teacher-Student

    Gucci Belt


    Association (PTSA) sat down with community leaders, the school

    superintendent

    Coach Outlet Store Online


    and school board members to brainstorm how

    the nation

    Coach Outlet Online


    could best show its support for the trauma Sandy Hook

    students

    Coach Online Outlet


    had endured. “It’s a way to make these children feel cared

    for,” says

    Coach Outlet Online


    Landers, “to create a moment of awe and help them

    experience

    Hermes Belts


    something wonderful on their return to school.But as much as the lacy creations

    may lift

    Coach Factory Online


    the spirits of the students of Sandy Hook, the effort can also

    be cathartic

    Coach Outlet Store Online


    for kids and parents around the country, many of whom

    may take

    Coach Outlet Store Online


    solace in the cutting and shaping as their way of

    providing

    Coach Factory Online


    some support to children they don’t know. “It gives

    parents an

    Coach Outlet


    opportunity to have a conversation with their kids,” says Landers.That

    conversation

    Coach Outlet


    can be a challenging one, however, and some parents may choose not to have it.

    It’s up to

    Coach Factory Outlet Online


    each individual parent, of course, to decide

    whether to

    Louis Vuitton Belts


    share with children the reason behind the craft project.

    Shortly after

    Coach Handbags Outlet


    the tragedy, I wrote a piece about how to talk to

    your children

    Coach Outlet Online


    about the tragedy: discuss in age-appropriate terms and don

    ’t overshare.I

    Coach Factory Online


    followed their advice with my three kids, ages 5 to

    10. The entire

    Coach Factory Online


    conversation took about three minutes. I explained

    what had

    Coach Outlet Online


    happened and assured them that their schools were doing

    everything they could to keep them safe. I answered a smattering of questions. Yet when I posted the article on Facebook, many friends commented that they had no intention of

    telling their kids.

  7. 7
    saleshop2015
    saleshop2015 asfsafas@hotmail.com 22/04/2015 12:44

    NikeLab has made a killing off the new fragment design helmed Nike Sock Dart, but just incase you haven’t nike free 4.0 flyknit been able to get your hands on a pair, perhaps the freshly minted Nike Free Socfly would be a nice nike free for kids consolation. Nike unveiled the new model recently, keying in on 1986’s Nike Sock Racer for the bulk of its inspiration. nike free tr fit 2 Of course the shoe undergoes a modern update thanks to the addition of free technology on the outsole while a new nike free 2015 modernized midfoot strap simply and flawlessly wraps around the silhouette to match the sleek mesh and fuse design cues throughout. nike free kids This Bright Citrus and Retro teal coloway will immediately bring thoughts of the Miami Dolphins for the gridiron fans, and nike free 4.0 v2 hints at the nike frees women warmer months ahead. With more colorways on the horizon, are you looking forward to the Nike Socfly? Check out more photos below and grab your pair today via Rock City Kicks.
    The Nike Flyknit Chukka was born with the Nike free nike stuff Lunar cushioning on bottom. And even though it stayed in that mode for quite a while, you had to figure nike free 5.0+ it was only a matter of time before the sneakers switched things up in terms of the platform on bottom. discount nike frees Indeed 2014 has brought us the Nike Free Flyknit Chukka, an appropriate model considering that the Nike Free category is nike free run 2 celebrating its tenth birthday this year. Gathered here are the latest Nike Free Flyknit Chukka releases that are around the free trainers corner, so check them out below and watch for info on their US arrival right here.
    2014 just might be nike free run sale mens offering up more gold sneakers than any other year on record. Of course, not all of them are covered in nike free run flyknit the metallic looks like say, the “Liquid Metal” Air Force 1s. Much more reserved are pairs like this Nike Free nike free 3.0 v4 Flyknit Chukka, which works the celebratory shade into its paint speckles, midsole, pull tab on back, and on those Flywire nike free run womens strings running through the upper. Watch for the Nike Free Flyknit Chukka “Trophy” to release on June 26th at retailers nike free tr 3 like Onenesss – and make sure you check out the rest of the photos on them waiting below.
    While the nike free trail sneaker is an obvious echo of the new Nike Mercurial Superfly that’s been rolled out ahead of the 2014 World nike free trainer Cup, calling it a “take down” doesn’t really to the shoe justice. The model, created by the design minds of nike free run 5.0 Hiroshi Fujiwara, Tinker Hatfield, and Mark Parker, features all sorts of performance detailing like the Flyknit upper, the Flywire cables, nike free run mens the Dynamic Fit collar, and the Nike Free 5.0 outsole along the bottom. The sneakers made their debut as part mens nike free run sale of Nike’s new Nike Lab project this week, and have unfortunately already disappeared at retail. Continue reading for a rare nike free 3.0 flyknit closer look at the Nike Free Mercurial Superfly HTM and stay tuned to Sneaker News to find out whether or nike free 3.0 not this model will be a Swoosh mainstay for this World Cup summer.
    It’s been about six months since we nike free 5.0 v4 last saw a pair of the Nike Lunar Flyknit Chukka. Whether or not the model is completely done remains to nike free og be seen, but it is definitely taking a backseat at the moment to the Nike Free Flyknit Chukka. The latter nike kids free run has even more coming for 2014 too – we’ve got a couple more colorways on preview right here. These two nike free flyknit thankfully have that static look to them that really flexes the Flyknit’s frantic color application power. See the two of nike free run them in better detail by checking in below the break and stay tuned to Sneaker News to find out when womens nike free cheap and where you can purchase in the US.
    The Nike Flyknit line has been plenty receptive to different Nike toolings free run nike for the outsoles of the various silhouettes. To date we’ve seen Air Max, Lunar, Free, and more paired up with nike flyknit free the knitted sneakers. There’s more of the Free on the way in the form of the Nike Free Flyknit Chukka, free runs which has the same upper build as the previous Flyknit Chukka iteration as far as we can tell. Let us nike free run 3 know down in the comments if you’re feeling these over the Lunar version and watch for info on their release nike free mens right here at Sneaker News.Are you ready to welcome the return of the pioneer of Nike’s barefoot running line? nike free 4.0 The Nike Free OG made its debut a decade ago and changed the game with its grooved sole that along womens nike free tr iii with a featherweight upper, made for the most natural barefoot experience you could safely enjoy in most environments. It’s nike free run 2010 now back in the original 2004 form as well as a slight alteration for the Breeze pairs that should be nike free run 2014 mens even lighter. Click in to see the colorways available, then cop yours from NikeStore.

  8. 8
    wade
    wade asfas@hotmail.com 23/06/2015 13:14

    Oakley Lenses Ray Ban Ray Ban Sunglasses Ray-Ban Sunglasses Ray Ban Eyeglasses Ray Ban Outlet Ray Bans Glasses Oakleys Oakley Sunglasses Oakley Vault Cheap Oakley Sunglasses Oakley Eyeglasses Oakley Store Oakley Sunglasses Cheap Oakleys Cheap Discount Oakley Cheap Oakley Sunglasses Store oakley holbrook oakley frogskins oakley oil rig oakley jawbone oakley pit bull oakley double lenses oakley outlet oakley factory outlet oakley factory discount Ray Ban 4147 Ray Ban 3362 Ray Ban 4203 Ray Ban 4177 Ray Ban Wayfarer Ray Ban Clubmaster Ray Ban Polarized Ray Ban Plank Cheap Ray Bans Cheap Ray Ban Glasses Ray Bans Cheap Outlet Ray Ban Ray Ban Sunglasses Ray Bans Sunglasses Ray Ban Outlet Ray Ban Sale Ray Ban Glasses Frames Sunglass Ray Ban Ray Ban Store Us Ray Ban Glasses Near Me Oakley Oakley Sunglasses Oakleys Cheap Oakley Sunglasses Oakley Eyeglasses Oakley Outlet Oakleys Sunglasses Oakley Sunglasses Discount Oakley Sunglasses For Sale How Much Are Oakley Sunglasses Best Price Oakley Sunglasses Where Can i Get Cheap Oakleys oakley holbrook oakley frogskins oakley flak jacket oakley m frame oakley straight jacket oakley c six oakley twentysix Ray Ban 2140 Ray Ban 3026 Ray Ban 25081 Ray Ban Wayfarer Ray Ban Erika Ray Ban Metal Cheap Ray Ban Sunglasses Cheap Ray Bans Eyeglasses Ray Bans For Cheap Prices www.ray-bansunglassesstoresale.com Ray Ban Sunglasses Ray-Ban Sunglasses Ray Ban Sale Ray Ban Clearance Eyeglasses Ray Ban Where Can You Buy Ray Ban Sunglasses oakley holbrook oakley frogskins oakley gascan oakley twoface Oakley Sunglasses Oakley Vault Cheap Oakley Sunglasses Ray Ban Wayfarer Ray Ban Aviator Ray Ban Justin Ray Ban 2132 Oakley Oakley Sunglasses Oakleys Cheap Oakley Sunglasses Oakley Glasses Oakley Store Oakley Sunglasses Cheap

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
หน้าแรก เว็บบอร์ด
view