http://www.visitsurin.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
Home News World Newspaper Visit Surin Article Eastern PhilosopHy Conspiracy 100ปีวิถีชีวิตชาวจีนเมืองซู้ลิ้ง History Webboard
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
 

ตอนที่๕สัตว์เศรษฐกิจ

ตอนที่๕สัตว์เศรษฐกิจ

ตอนที่ ๕
สัตว์เศรษฐกิจ
ชุมชนฟากทางรถไฟที่เงียบเหงา ระหว่างพ.ศ.๒๕๒๐-๒๕๓๐
ตอนที่ ๕
สัตว์เศรษฐกิจ
ชุมชนฟากทางรถไฟที่เงียบเหงา ระหว่างพ.ศ.๒๕๒๐-๒๕๓๐
กระแสโลกได้ขับเคลื่อนมาสู่..รอบพันปีที่สาม ความสลับซับซ้อนของพลังขับเคลื่อนโลกในยุคของการสื่อสารข้อมูลจึงยากยิ่งที่จะแยกแยะ อะไรจริง สิ่งไหนเท็จ ในปรากฎการณ์ หลักการ “ตรรกะศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือแม้กระทั่งวิทยาศาสตร์ อาจไม่เพียงพออีกต่อไปในการอธิบายปรากฎการณ์” www.visittsurin.com ไม่กล้าที่จะชี้แนะ หากแต่ฝากไว้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนทรรศน์ สำหรับผู้แวะเวียนมาเยี่ยมบ้านของเรา “อย่าได้ปล่อยให้อารมณ์ของท่านเตลิดไปกับข้อมูลข่าวสารที่ผ่านตา...”แม้กระทั่งที่นี่  www.visittsurin.com

 
China - Vietnam War 1979 ( Battle of Cao Bang) From: worship999
 
ตอนที่ ๕
สัตว์เศรษฐกิจ
ชุมชนฟากทางรถไฟที่เงียบเหงา
(ระหว่างพ.ศ.๒๕๒๐-๒๕๓๐)
 
 
ปรีชา วรเศรษฐสิน
๒๔ เมษายน ๒๕๕๑
 
 
การเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โลกกับเมืองสุรินทร์ ตราบที่โลกยังคงหมุนวิวัฒนาการสังคมก็ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ไม่มีสิ่งใดไปขวางกั้นการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ธรรมชาติได้ วิถีการดำเนินชีวิตของชุมชนจังหวัดสุรินทร์ย่อมหนีไม่พ้น ที่จะต้องได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางสากล 
 
ปีพ.ศ.๒๕๒๐ เป็นทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลงสังคมโลก เริ่มด้วย สงครามเวียตนามสิ้นสุดลง วิกฤตการณ์น้ำมันโลก สงครามดอกเบี้ย สงครามสั่งสอนจีน-เวียตนาม การล่มสลายของโลกสังคมนิยม ฯลฯ ดังนี้
 
สหรัฐอเมริกา ได้รับความบอบช้ำจากการกรำศึกในสงครามเวียตนามอย่างหนัก ค่าเงินดอลลาร์รูดลงอย่างรุนแรงมาก ทำให้กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ๗ ประเทศหรือกลุ่ม G๗ ต้องช่วยกันออกมาพยุงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ 
 
ดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ได้ฉวยโอกาสประกาศยกเลิกการสำรองทองคำต่อสัดส่วนการพิมพ์ธนบัตรดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ปี ๒๕๑๔ อย่างเงียบๆ ในขณะที่การซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ และเงินคงคลังของแต่ละประเทศทั่วโลก ต่างยึดถือเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาเป็นเงินสกุลกลางต่อไป ภายใต้การควบคุมบริหารจัดการโดย ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและพัฒนา [IBRD : International Bank for Reconstrution and Development ]     และ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ [IMF : International Monetary Fund ]
 
สงครามเวียตนามสิ้นสุดลง 
อีก ๔ ปีต่อมา ในปีพ.ศ. ๒๕๑๘ สงครามเวียตนามสิ้นสุดลง เมื่อกองทัพอันเกรียงไกรของสหรัฐอเมริกา ต้องพ่ายแพ้ต่อสงครามเวียตนาม ลาว เขมรในอินโดจีน ปี ๒๕๑๙ สถานการณ์ภายในประเทศ การล้อมปราบนักศึกษากรณี ๖ ตุลาคม นักศึกษาส่วนหนึ่งเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จับอาวุธขึ้นสู้กับรัฐบาลกลาง ลุกลามกลายเป็นสงครามกลางเมือง ในอีก ๔ ปีต่อมา รัฐบาลประกาศนโยบาย ๖๖/๒๕๒๓ และแผนการรุณยเทพ นักศึกษาและสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ไทย ต่างวางอาวุธมอบตัวต่อทางการ ยุติสงครามกลางเมือง พร้อมๆ กับการล่มสลายของพรรคคอมมิวนิสต์ไทย 
 
สงครามจีนสั่งสอนเวียตนาม
มีการกล่าวกันว่า..ขณะที่เวียตนามเหนือมีชัยชนะต่อสหรัฐอเมริกาในสงครามเวียตนาม ปีพ.ศ.๒๕๑๘ และปีเดียวกัน กองกำลังเขมรแดงภายใต้การนำของ ซาลอธ ซาร์(พอลพต) ก็บุกเข้ายึดกรุงพนมเปญ ในเช้าตรู่วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2518 สำเร็จ
นายทหารของฝ่ายเจ้าสีหนุซึ่งอยู่ในยุคที่ฝ่ายเขมรแดงยึดอำนาจแล้ว ได้เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า “สถานการณ์ก่อนที่กองทัพเวียตนามจะบุกเข้ายึดครองกัมพูชา นั้น ได้มีการวางแผนโดยฝ่ายใดไม่ทราบ เรียกว่า “อองการ์” และมีการเรียกร้องต้องการให้กองกำลังของเขมรแดงบุกยึดเอา “ไซ่ง่อน” มาเป็นของกัมพูชา
 ต่อมาก็ได้เกิดกระแสเรียกร้องดังกล่าวแพร่กระจายไปทั่วทั้งกองทัพเขมรแดง ปริศนาที่ปรากฏก็คือ ขณะที่ทหารกองทัพแดงกัมพูชาบุกเข้าไปในเขตเวียตอย่างสเปะสปะ ไม่มีศูนย์บัญชาการรบที่ชัดเจน การเคลื่อนพลเป็นไปตามคำสั่งของ “อองการ์” ซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้ว่า “อองการ์” คืออะไร อยู่ที่ไหน ? รู้เพียงแต่ว่า “อองการ์ ” คือฝ่ายนำทางจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่เหนืออำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา...
ในที่สุดกองทัพเขมรแดง กว่า ๕๐,๐๐๐ นาย ที่ฮีกเหิมและชำนาญการรบมากที่สุด ก็ถูกกองทัพเวียตนามดักซุ้มสังหารทำลายอย่างย่อยยับไม่เหลือเล็ดรอดไปได้แม้เพียง ๑ นาย ต่อมากองทัพเวียตนามก็ใช้ยุทธการดอกบัวตูมเข้ายึดครองกัมพูชาอย่างง่ายดาย..
ขณะที่ยุทธการดอกบัวตูม กลีบบานขยายตัวครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งสิ้นในกำพูชา
หน่วยข่าวกรองฝ่ายความมั่นคงของไทยกลับพบว่าเวียตนามอาจบุกยึดเอาดินแดนแถบภาคอีสานของไทยผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเวียตนามตามยุทธศาสตริอินโตจีนของเวียตนาม มีการพูดกันว่าทางการไทยได้ส่ง พล.อ.ชวลิต ยุงใจยุทธ์ เป็นทูตลับไปเจรจาขอให้จีนช่วยยั้งแผนการดังกล่าว ก่อนเปิดยุทธการสงครามจีนสั่งสอนเวียตนามในครั้งนั้น จีนได้ให้เกียรติ พล.อ.ชวลิต เป็นผู้ลั่นไกปืนเปิดยุทธการสั่งสอนเวียตนาม ในปี ๒๕๒๒
สงครามสั่งสอนเวียดนาม ในปี 2522 หลังจากที่กองทัพเวียดนามได้ขับไล่กองทัพสหรัฐออกจากประเทศ และเกิดความฮึกเหิมได้เคลื่อนพลจ่อประชิด ชายแดนไทย ด้านกัมพูชา ขณะที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์ เป็นทูตทางลับ ขอความช่วยเหลือจากจีน ในที่สุดจีนก็เปิดยุทธการ “สงครามสั่งสอนเวียดนาม ส่งผลให้เวียดนามต้อง ถอนกำลังจากกัมพูชาไปเสริมแนวรบชายแดนด้านทิศเหนือ ที่ติดกับมณฑลกว่างสีของจีน หลังจากนั้นมาความตึงเครียดในอินโดจีนก็สงบลง 
 
ขณะที่ปี ๒๕๒๓ โลกค่ายสังคมนิยมสหภาพโซเวียตรัสเชีย ยุโรปตะวันออก ต่างล่มสลาย ปรับทิศทางเศรษฐกิจของประเทศเป็น เศรษฐกิจแบบการตลาด 
 
จีน ภายใต้การนำของ เติ้ง เซี่ยว ผิง เสนอแนวทางพัฒนาประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงทางภาวะวิสัย ประกาศนโยบาย สี่ทันสมัย หนึ่งประเทศสองระบบ”
 
เศรษฐกิจ การเมืองโลก ยุคสงครามเย็นก็สิ้นสุดลง   เศรษฐกิจ การเมืองโลก รวมศูนย์ภายใต้การนำของสหรัฐอเมริกา พร้อมกับการผลักดันให้ การค้าโลกเปิดเสรีมากขึ้น และในทศวรรษต่อมาก็ได้กำเนิด “กระแสโลกาภิวัฒน์
 
ทายาทรุ่นที่สาม..คุณก้อง..ผู้ประความสำเร็จทางธุรกิจในนาม “ก้องเจริญยนต์” จังหวัดนนทบุรี บรรยายภาพไว้..
คนซ้ายป๋าผมเอง คุณพ่อเอกชัย ผู้ล่วงลับ ไป ตั้งแต่ ๗ ตุลา ๒๕๔๓ แต่คนทางขวา เจ็กจื้อ เจ้าของนิสสันสุรินทร์ นักธุรกิจผู้กว้างขวางแห่งจังหวัดยโสธร สุรินทร์ โคราช และอีสานใต้เกือบทุกจังหวัด ครอบครัวของท่านทำธุรกิจคลอบคลุมไปทั่ว โดยมีธุรกิจ...รถยนต์และการเงินไฟแนนซ์เป็นหลัก รวมทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โครงการมากมาย ที่โคราช และกรุงเทพด้วย .....ยืนยันความเป็นเพื่อนสนิท เพราะป๋าผม เป็นคนติดต่อ สาวให้ อาเจ็กจื้อ จึงได้เป็นเขยสุรินทร์...จวบจนปัจจุบัน.....ท่านดีกับผม และถือเป็นผู้มีพระคุณเลยทีเดียว ที่แนะนำสิ่งดีๆ คนดีๆ ให้ผม
ในระหว่างปี ๒๕๒๒-๒๕๒๔ เศรษฐกิจโลกเกิดผลกระทบจากวิกฤตน้ำมัน และสงครามดอกเบี้ยระหว่าง สหรัฐอเมริกา กับยุโรป สถานการณ์โลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ ในขณะที่รัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เริ่มเข้าบริหารประเทศ รัฐบาลพล.อ.เปรมต้องเผชิญกับปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด อย่างหนัก ในที่สุดก็ต้องไปกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และขอรับเงินช่วยเหลือจากธนาคารโลก องค์กรทั้งสองได้กำหนดเงื่อนไขให้ไทยต้องเดินนโยบายเสรีนิยมทางเศรษฐกิจ
 
การเปลี่ยนแปลงทางสากล แบบพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ วิถีการดำเนินชีวิตในท้องถิ่นก็ต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย บรรดาพ่อค้าวานิช ชุมชนทิศเหนือทางรถไฟ “เชียโหล่วเฮี๊ยโป๊ย” ย่อมขึ้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ ต้องปรับเปลี่ยน “วิธีคิด วิธีการดำเนินธุรกิจ” ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงทางภาวะวิสัย วิสัยทัศน์พ่อค้านักธุรกิจ จะต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป กงล้อประวัติศาสตร์เคลื่อนหมุนไป พร้อมๆกับกฎแห่งการเปลี่ยนแปลงสรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง” ดัง ”สัจจะธรรมความเชื่อของปรัชญาตะวันออกสรรพสิ่งล้วน “เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น” ธุรกิจย่อมขึ้นอยู่ในเงื่อนไขกฏเกณฑ์ดังกล่าวเช่นกันมี “เริ่มต้น เฟื่องฟู รุ่งเรือง ฟุบดับ” นักธุรกิจที่ก้าวหน้าจำต้องขึ้นต่อเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ หากผู้ใดไม่มีการปรับเปลี่ยน ก็จะถูกกงล้อประวัติศาสตร์บดทับดับสูญไปจากวงการธุรกิจ อย่างยากที่จะหลีกพ้น
 
ชุมชนฟากทางรถไฟ (เชียโหล่วเฮี๊ยโป๊ย) ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทางสากล ได้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชนฟากทางรถไฟ จากที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าของป่าที่คึกคัก กลายเป็นย่านการค้าเงียบเหงาล้าหลัง ร้านค้าของป่าในเขต ”ฟากทางรถไฟ” ต่างเคลื่อนย้ายกิจการของตนออกไปทำมาหากิน ตามการเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาและสถานที่ มีทั้งกิจการโรงงานอุตสาหกรรม ฟาร์มเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจเช่น ไก่พันธุ์เนื้อ ไก่ไข่ ฟาร์มสุกร ฯลฯ สัมปทานเส้นทางเดินรถโดยสาร พ่อค้าบางรายถึงกับอพยบย้ายครอบครัวออกจากจังหวัดสุรินทร์ไปทำมาหากินยังต่างถิ่นเลยก็มี 
ถนนดำลาดยาง ถนนที่คลุกฟุ้งไปด้วยฝุ่นดินแดงลูกรังหายสาบสูญไป ถนนดำลาดยางเข้ามาแทนที่ “เชียโหล่วเฮี๊ยโป๊ย” คนรุ่นหลังไม่รู้จักเรียกคำๆนี้อีกต่อไป เหลือไว้แต่เพียงความทรงจำ และความหมายทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมมากมาย ที่จะต้องถูกบันทึกไว้ ให้เป็นความภาคภูมิใจของชนรุ่นหลัง ว่าพวกเขาได้เติบโตมาในท้องถิ่นที่ประกอบด้วย สังคมที่มีวิวัฒนาการ วิถีแห่งวัฒนธรรม อารยธรรม มีประวัติศาสตร์ มิได้ถือกำเนิดมาจากกระบอกไม้ไผ่
 
อนาคตโลกอินเตอร์เนต จะดึงพวกเขาออกไปจากท้องถิ่น และผืนแผ่นดินนี้ วิสัยทัศน์ต่อมุมมองในปัจจุบัน เชียโหล่วเฮี๊ยโป๊ยมิอาจมองข้ามผ่าน ว่าเป็นเพียงชุมชนที่ล้าหลังโบราณ แต่ควรมีมุมมองความหมายทางประวัติศาสตร์ เป็นสังคมที่มีรากเหง้า มีวิถีแห่งวัฒนธรรม อารยธรรม อนาคตจะเป็นดุลถ่วงวิธีคิด วิธีการทำงานของอนุชนรุ่นหลังจากโลกของอินเตอร์เนต ให้เกิดความภาคภูมิใจ ถนอมรักหวงแหนท้องถิ่น แผ่นดิน เกิด ความสามัคคีสร้างสรรค์ต่อท้องถิ่น ให้เกิดความเจริญก้าวหน้า มั่นคง ตลอดไป
 
ถนนดำลาดยาง สัญลักษณ์แห่งความทันสมัย โฉมหน้าใหม่ถนนปัทมานนท์ในทศวรรษนี้ ได้เปลี่ยนไปจากเดิม รถสองแถวที่เคยบรรทุกโดยสาร นำสินค้าของป่าจากชนบทเข้ามาในเมือง และจอดลงผู้โดยสาร ขายสินค้าในแถบฟากทางรถไฟ ค่อยๆเลือนหายไป ส่วนใหญ่จะแวะจอดขายสินค้าตาม ยุ้งฉาง โกดัง โรงงานที่ตั้งรับซื้อ อยู่นอกเมืองระหว่าง ก.ม. ๔ ถึงก.ม.๕ ถนนสาย สุรินทร์-ท่าตูม
 
พ่อค้าเหล่านี้ในอดีตทุนยังน้อยก็ทำได้แต่เพียง การซื้อมาขายไประหว่างวัน ต่อมาพวกเขาเติบโตมาจากการสะสมทุน และมองเห็นโอกาสในการรับซื้อสินค้ากักตุนเพื่อเก็งกำไรราคา ชุมชนฟากทางรถไฟ จึงแทบไม่เหลือร่องรอยของการค้าวานิช มีเพียงร้านค้า-ขายลูกเป็ดลูกไก่ ไก่เนื้อ ไข่เป็ดและไข่ไก่ อยู่เพียงสองสามร้านฯลฯ เชียโหล่วเฮี๊ยโป๊ยจึงคงสภาพเหลือเพียงการเป็นที่พักอยู่อาศัยเท่านั้น
             
สัตว์เศรษฐกิจสัญญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนแปลง ฟาร์มเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจไก่กระทง (พันธุ์เนื้อ) ไก่พันธุ์ไข่ และสุกรพันธุ์ มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง แบบทันสมัยนำเข้าสายพันธุ์จากต่างประเทศ (ปัจจุบันไทยยังไม่สามารถผลิตสายพันธุ์ระดับปู่-ย่าพันธุ์เองได้ยังคงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ) เลี้ยงง่าย โตเร็ว ตัวอย่างเช่น เช่น ไก่พื้นบ้าน (เรียกในสมัยนั้นว่า"ไก่บ้าน” ) ถ้าต้องการน้ำหนักไก่ ๑ ตัวให้ได้น้ำหนัก ๑ กิโลกรัม ต้องใช้เวลาการเลี้ยงนานถึง ๖-๘ เดือน ขณะที่ไก่ขาว (ไก่พันธุ์เนื้อเรียกว่า ไก่ขาว หรือไก่กระทงในสมัยนั้น) ใช้เวลาเลี้ยงเพียง ๓๕ วันก็ได้น้ำหนักเฉลี่ย ๑ กิโลกรัมแล้ว (ปัจจุบันไก่พันธุ์ใช้เวลาเพียง ๒๑ วัน) และสามารถผลิตได้ในปริมาณมากๆ ตามความต้องการของตลาด การเกษตร-ปศุสัตว์สมัยใหม่เริ่มเข้ามาแทนที่การผลิตแบบครัวเรือน ที่สืบทอดวัฒนธรรมมาแต่บรรพบุรุษ เคยเป็นแหล่งผลิตอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์หลายชนิด เช่น
 
ไก่พื้นบ้าน ที่มีสีขนหลากหลายสวยสดงดงาม รส ชาดดี มีเลี้ยงกันในครัวเรือนทั่วไปในชนบท( ปัจจุบันเรียกว่าไก่อินทรีย์ ) ไก่จะจิกกินอาหาร เศษข้าว หนอน แมลง ไม่มีต้นทุนการเลี้ยง ซอกแซกเกาะนอนตามต้นไม้ ใต้ถุนบ้าน ยุ้งฉาง มูลไก่ใช้ทำปู๋ย ไก่ที่เหลือจากการบริโภค ก็เอาขายในเมืองแลกเปลี่ยนสินค้าเครื่องใช้จากเมืองกลับไป
  
เป็ดพื้นเมือง เลี้ยงกันในท้องทุ่งนาข้าว เรียกกันว่าเป็ดไล่ทุ่งสีสันหลากหลายสวยงามเช่นเดียวกับไก่ เก็บหอย เก็บปู หนอน แมลง ไส้เดือน ในท้องทุ่ง มีให้เห็นอยู่ทั่วไปมากมาย จังหวัดสุรินทร์เคยเป็นแหล่งผลิตไข่เป็ดคุณภาพดี ส่งออกครอบคลุมพิ้นที่อีสานตอนล่าง จากโคราชถึงอุบล ยโสธร ร้อยเอ็ด ขอนแก่นฯ ไข่เป็ดสุรินทร์นำไปทำไข่เค็มจะให้รสชาติดีมาก ไข่แดงจะแดง และมีมันเยิ้ม อร่อย ถูกใจตลาด
หมูกระโดน หมูแม้ว สุกรพันธุ์ท้องถิ่น ผิวหนังหมูจะมีสีดำเป็นส่วนใหญ่ มีสีแดงบ้าง ท้องยาน รส ชาดดี หมูแหล่งอาหารโปรตีนที่นิยมบริโภคในท้องถิ่นมาก และในประเพณีสำคัญต่างๆ เช่น ใช้เป็นสินสอด ทองมั่นในพิธีแต่งงาน ชาวบ้านต่างนำมาใช้เป็นสำนวนภาษาล้อสาวๆที่ยังไม่แต่งงานเสมอว่า “อยากกินหมูแล้ว เมื่อไรจะได้กิน” ซึ่งใช้กันมาแม้ในปัจจุบัน
 
การเลี้ยงสุกร จะเลี้ยงด้วยกระบวนการธรรมชาติในครัวเรือน พวกเขาจะใช้เศษอาหารที่เหลือจากการรับประทานในแต่ละวัน เก็บผักเช่น ผักหมู(ไม่ทราบเรียกว่าอะไร สมัยเด็กๆผู้เขียนเรียกกันว่าผักหมู) ผักบุ้ง กาบกล้วยฯลฯ ผสมรวมกันให้หมูกิน ต้องเลี้ยงนานมาก ๓๐๐-๔๐๐ วันจึงจะได้น้ำหนักประมาณ ๘๐-๑๐๐ ก.ก. เมื่อโตเต็มที่ก็นำมาชำแหละรับประทาน แต่เนื่องจากสุกรเป็นสัตว์ใหญ่ บริโภคในครัวเรือนไม่หมด ก็ต้องนำมาแบ่งภูติ(๑ ภูติ ประมาณ๓-๕กก.)ซื้อขายแลกเปลี่ยนรับประมานกันในชุมชน   เหลือจากการใช้บริโภคในครอบครัว ก็นำออกมาขายในเมือง
วัว-ควาย สัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงกันในท้องทุ่ง ท้องนา และใช้ในการสร้างผลผลิตทางกสิกรรม ทำสวน ไร่นา มูลวัว มูลควาย ถูกนำมาใช้สารพัดประโยชน์ เช่น ใช้ทำปุ๋ยมูลสัตว์ ผสมดินเหนียวทาทับจักสานไม้ไผ่ทำเป็นผนัง ยุ้ง ฉาง ฯลฯ
วิถีการดำเนินชีวิตของชาวสุรินทร์ ที่มีสัตว์เลี้ยง ทำไร่ไถนาแบบครัวเรือน สืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษ กำลังกลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัย ค่อยๆ ลดน้อยหายไป สัญญลักษณ์สัตว์เลี้ยงชนิดใหม่ที่บินมาจากแดนไกลนับเป็นหมื่นไมล์จากสหรัฐอเมริกา ยุโรป ที่ดูทันสมัยสวยงาม ไก่กระทง สุกร เป็ดเนื้อพันธุ์เชอรี่ มีสีขาวบริสุทธิ์ไม่มีสีอื่นปะปน ดูสะอาดน่ารับประทาน เป็ด สีกากีพันธุ์ไข่ขนสีกากีล้วนดูขรึมเข้ม น่าจะผลิตไข่คุณภาพสูงแก่ผู้บริโภคเป็นอย่างดี 
 
ไอ้ถึกควายทุย กลายเป็นสัญลักษณ์ของความโบราณคร่ำครึน่ารังเกียจ มูลเหม็น เลี้ยงไว้ใต้ถุนเรือนรังแต่จะก่อให้เกิดการเพาะเชื้อรื้อโรคเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผิดต่อหลักสาธารณสุขวิชาการสมัยใหม่ เดือดร้อนถึงขั้น สำนักงานสาธารณสุข อนามัย ต้องออกไปเผยแพร่ให้ความรู้แก่ชาวบ้าน ชี้ให้เห็นถึงอันตรายต่อสุขภาพ ความน่ารังเกียจของไอ้ถึกควายทุย ต้องกลายเป็นโศกนาถกรรมของพวกมัน แม้ไอ้ขวัญ อีเรียม ยังต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน 
 
คูโบต้า รถไถนาเดินตาม หนุ่ม สาวในชนบทเริ่มไม่รู้จัก ไม้คาน กระบุง กระโด้ง ต่างเปลี่ยนจากผ้าถุงนุ่งซิ่นหันมานุ่งกางเกงยีน ซึ่งดูดีมีเสน่ห์เท่เก๋ไก๋ที่ใครๆก็ต้องเหลียวมามอง 
 
 ฤดูการผลิตรอบใหม่ของชาวนา หลังจากฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนาระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม การเฉลิมฉลองงานบูญประเพณี งานแต่งงาน งานบุญแคแจด สงกรานต์ ล่วงถึงเดือนพฤษภาคมปิดท้ายเทศกาลการเฉลิมฉลองรื่นเริงสืบทอดวัฒนธรรม ด้วยงานบุญประเพณีบวชนาค
 
เวลาผ่านไปไม่นานหลังงานบุญประเพณีบวชนาค สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าตามฤดูกาล อ๊อบ..อ๊อบ..อ๊อบ..อ๊อบ..เสียงกบ เขียดดังมาแต่ไกลจากลำห้วย ลำธาร สันชาติญาณบอกเตือน ชาวไร่ชาวนา ถึงฤดูการผลิตที่เวียนมาอีกครั้ง 
 
..แสงอาทิตย์รำไรลอดลำแสงผ่านต้นไม้ใหญ่ บอกถึงรุ่งอรุณของวันใหม่ นกกาแตกฝูงออกหากิน สายฝนพรำๆ อากาศเย็นสบายๆ สร้างบรรยากาศท้องถิ่นชนบทให้ดูดีมีเสน่ห์งดงามตามวิถีชีวิตแบบธรรมชาติ บอกเตือนถึงฤดูการผลิตกำลังมาเยือน ตึด..ตึด..ตึด..ตึด เสียงเครื่องยนต์คูโบต้าลากกระบะพ่วงท้าย(เรียกกันว่ารถอีต๋อย)บรรทุกเอาอุปกรณ์ทำนา ลัดเลาะผ่านบ้านเรือนอาศัยในหมู่บ้าน อย่างสง่างามท่ามกลางน้ำตานองหน้าของไอ้ถึกควายทุยที่ถูกปลดระวาง ภารกิจทางประวัติศาสตร์อันยาวนานของพวกมัน และต้องตกงานหมดความสำคัญไป
 
เสียงคำรามของเครื่องยนต์คูโบต้า คล้ายดังการตอกย้ำถึงการสิ้นสุด วิถีการผลิตกสิกรรมไร่นา ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สั่งสมมานานนับพันปี ขณะที่วิชาการสมัยใหม่ และแนวความคิดเกี่ยวกับการผลิตภาคเกษตรทันสมัย บ่าทะลักเข้าสู่ประเทศไทย ทั้งการผลิตด้านกสิกรรมพืชไร่ และปศุสัตว์ จากเดิมเป็นการ “ผลิตเพื่อตอบสนองต่อครัวเรือน” เหลือกินเหลือใช้จึงนำออกจำหน่าย กลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัย ถูกเข้ามาแทนที่โดยแนวคิดแบบตะวันตกผลิตเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด”
 
รัฐบาลในขณะนั้นได้มีนโยบายพัฒนาการเกษตรไทย ให้ก้าวสู่เทคโนโลยีเกษตรเคมีและทุน ตามแนวทางพัฒนาของ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO : The Food and Agriculture Organization of the United Nations) ที่เรียกว่า “ระบบเกษตรกรรมสมัยใหม่ “ ( Modern Agriculture หรือ Chemical Agriculture ตามแบบอย่างตะวันตก 
 
กระทั่งมาถึงยุค”เกษตรอินทรีย์เป็นเลิศ” ผลผลิตการทำนากลับตกต่ำเหลือเพียง ๓-๔๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายเกษมศักดิ์ แสนโภชณ์ ผู้บุกเบิกเกษตรอินทรีย์เมืองสุรินทร์(๒๕๔๔-๒๕๔๘) ถึงกับกล่าวติดตลกว่า ”นี่เป็นการทำนาแบบเฒ่าแก่” ที่เต็มไปด้วยค่าใช้จ่าย
 
ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เชียโหล่วเฮี๊ยโป๊ยนักธุรกิจบางรายก็ผันธุรกิจของตนไปตามกระแสการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการเลี้ยงสัตว์สมัยใหม่ที่เรียกว่า “สัตว์เศรษฐกิจ” ดังกล่าวได้พลิกโฉมหน้า วงการปศุสัตว์ไทย จากการเลี้ยงในครัวเรือน มาเป็นการลงทุนเรือนแสน เรือนล้าน เกษตรกรจำต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ทั้งวิชาการ พันธุ์สัตว์ วัคซีน เคมี ยา อาหารเสริม ฯลฯ สามารถผลิตได้เป็นจำนวนมากๆตามความต้องการของตลาด  
 
การเลี้ยงต้องเลี้ยงด้วยหัวอาหารที่ผลิตจากบริษัทที่ใช้เทคนิควิชาการสมัยใหม่ ประกอบด้วยคุณค่าทางอาหารที่สมดุลโภชนาการกับความต้องการของสัตว์เลี้ยง ทั้งโปรตีน และคาโบไฮเดรท ที่มาจากพืช เช่นข้าว รำข้าว ข้าวโพด และจาก ”สารเคมี”ต่างๆมากมายเพื่อเสริมและเร่งการเจริญเติบโต เช่น วิตามิน แร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันโรคไปในตัว (ทั้งนี้การเจริญโตที่เร็วเกินไปสัตว์จะอ่อนแอ ขาดภูมิต้านทานโรคดีพอ จึงจำเป็นต้องมียาปฏิชีวนะช่วยเสริมป้องกันโรค) ตลอดจนการทำวัคซีนป้องกันโรคอีกหลายชนิดที่นำเข้ามาพร้อมกับพันธ์สัตว์ เช่น”กัมโบโร” (Gumboro's disease) โรคไข้หวัดนก (Avian influenza) ในไก่ โรคกาฬโรคเป็ด(Duck plaque) โรคพิษสุนัขบ้าเทียม (Pseudorabies). โรค Blue ears
(Porcine Reproductive and Respiratory Syndrome)
ฯลฯ
 
สภาพการเปลี่ยนแปลง ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ การลงทุนสร้างตึกห้องแถว เพื่อจำหน่ายนับเป็นการลงทุนที่เฟื่องฟูทันสมัยในยุคนี้ อาคารพานิชตึก ผุดขึ้นมาแทนที่อาคารไม้เป็นดอกเห็ด คูคลองในเขตเทศบาลแทบทุกแห่งดูโบราณล้าสมัย ถูกถมทับเพื่อสร้างเป็นอาคารพานิชที่เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญในท้องถิ่น จากคิวรถตลาดสด คิวรถบ.ข.ส.ถนนจิตบำรุง มาถนนถนนธนสาร ถนนเทศบาล๑ ฯลฯ การเปลี่ยนแปลงอาคารบ้านเรือน ในเทศบาลเมืองสุรินทร์ ศูนย์กลางการค้าเมืองสุรินทร์ในทศวรรษนี้ ได้เคลื่อนย้ายจากถนนสนิทนิคมรัฐ กระจายตัวเป็นวงกว้างออกไป ทั่วเขตเทศบาล
 
สถานบริการ โรงแรมขนาดมหึมาสูงเสียดฟ้า ๙ ชั้น ผุดขึ้นใจกลางเมืองแทนที่โรงแรมอาคารไม้ และโรงแรมตึกห้องธรรมดาๆ โรงแรมใหม่ที่ทันสมัยขึ้น-ลงด้วย ลิฟ มีอัครสถานบันเทิงไฟแสงสีวูบวาบหลากหลายในบริเวณโรงแรม แอร์เย็นเฉียบ สร้างความตื่นตาตื่นใจ และเชิดหน้าชูตาของชาวสุรินทร์ 
 
โรงภาพยนตร์ทันสมัย ขนาดมหึมาติดแอร์เย็นฉ่ำ ผุดขึ้นมาแทนที่โรงหนังอาคารไม้-คอนกรีตเล็กๆ ภายในมีพื้นลาดเอียงให้ความสะดวกสบายกับผู้เข้าชม นั่งด้านหน้าด้านหลังไม่บังกันอีกต่อไป จอภาพยนตร์แบบจอแก้ว แทนแบบเก่าที่เป็นจอผ้า ระบบแสงสีเสียง เปลี่ยนจากการฉายระบบ ซีนีม่าสโคปมาเป็นระบบเซ็นเซอร์ราวที่อึกกระทึกคึกโครมสนั่นโรง สร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้ชมให้ได้เสพสมกับอัครมหาบันเทิงภาพยนตร์
 
สถานบันเทิงเริงรมย์แบบคาเฟ่ ไนต์คลับล้ำยุค ให้บริการอาหารเครื่องดื่ม มีดนตรีไพเราะเสนาะเสียง การแสดงดนตรีด้วยลีลาทันสมัยแบบตะวันตก นักดนตรีทรงผมยาวปะบ่าดูสง่างาม กรีดนิ้วพริ้วไล่ไปบนเส้นสายของกีต้าร์ได้อย่างเสนาะใจ เสียงเบสกลองชุดสุดแสนจะมันในอารมณ์ ด้วยระบบไฟแสงสีวูบวาบสลัวๆ และเครื่องเสียงระบบสตูดิโอ สร้างความบันเทิงหรูหราให้กับแขกที่เข้าไปใช้บริการอย่างสะใจ
การแสดงบันเทิงท้องถิ่นเช่น การแสดงกันตรึม เจรียง ลิเก รำวงฯลฯ กลายเป็นบันเทิงที่ล้าหลัง ค่อยๆถอยห่างแยกออกจากผู้ชมอย่างรวดเร็ว
 
ชุมชนทิศเหนือทางรถไฟ เชียโหล่วเฮี๊ยโป๊ยเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงของเมืองสุรินทร์ ขณะที่ความเจริญสมัยใหม่ไหลบ่าสร้างความเจริญหูเจริญตากับสังคมในเขตเทศบาล ชุมชนทิศเหนือทางรถไฟ “เชียโหล่วเฮี๊ยโป๊ย” ที่เคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าสินค้าเกษตรของจังหวัดสุรินทร์ ตลอดมาร่วมกึ่งศตวรรษ พ่อค้าวานิชต่างทยอยแยกย้ายกันเคลื่อนย้ายการลงทุนออกไปจาก “เชียโหล่วเฮี๊ยโป๊ย” ปิดฉากย่านการเกษตรที่รุ่งเรืองของชุมชนทิศเหนือทางรถไฟ กลายเป็นชุมชนที่ เงียบสงบ เรียบง่ายหล้าสมัย แต่แฝงไว้ด้วยศาสตร์และศิลปะ กลยุทธ์ทางการค้า อันทรงคุณค่าแก่การศึกษาจิตวิญญาณของมหาวิทยาลัยข้างถนน ต้นทางถนนสายปัทมานนท์แห่งนี้ อาจเปรียบ “เชียโหล่วเฮี๊ยโป๊ย” เป็นสถาบันการค้าแห่งหนึ่ง ที่บ่มเพาะสร้างสรรค์นักธุรกิจชั้นนำแก่เมืองสุรินทร์ จากอดีตถึงปัจจุบัน
 
 
สนใจอ่านเพิ่ม (กรณีภาษาอังกฤษ:แปลทุกคำ)
[สงครามเวียตนาม: Vietnam War]    [อินโดจีน  Indochina]     [พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย  Communist Party of Thailand - CPT]    [สงครามสั่งสอนจีน-เวียตนาม Chinese-Vietnam War ]       [ G7 ]    [ G8 ]    [ G20 ]  [ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ  United States Dollar ]    [  ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและพัฒนา : IBRD ]     [กองทุนการเงินระหว่างประเทศ =IMF]    [เติ้ง เซี่ยว ผิง  鄧小平 Deng Xiaoping  ]    [นโยบายสี่ทันสมัย Four Modernizations  ]     [ กระแสโลกาภิวัตน์  Globalization]               [องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ เอฟเอโอ FAO: Food and Agriculture Organization  ]     [Modern Agriculture ]    [เกษตรอินทรีย์ ]     [ซีนีม่าสโคป  CinemaScope ]    [ระบบเซ็นเซอร์ราว   Sensurround]  
.
17 กุมภาพันธ์ 2522– จีนส่งทหารราว 120,000 นาย ข้ามพรมแดนสู่ตอนเหนือของเวียดนาม เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามจีน-เวียดนาม
ดูเพิ่ม 14 คลิป
.
 
 
 
**Star Wars technology, coming soon to a planet near you
 
 
 
 

ความคิดเห็น

  1. 1
    carbuncle
    carbuncle 28/10/2010 13:32
    In the months leading up to March 2003, fresh from its swift andgameladen heady victory in Afghanistan, the Bushwow gold administration
  2. 2
    carbuncle
    carbuncle 28/10/2010 13:32
    In the months leading up to March 2003, fresh from its swift andgameladen heady victory in Afghanistan, the Bushwow gold administration
  3. 3
    carbuncle
    carbuncle 28/10/2010 13:33
    mobilized thewow gold kaufen United States armed forces towow cd key overthrow the government ofwow gold Iraq.
  4. 4
    Coach Outlet Store
    Coach Outlet Store vcfd@126.com 08/10/2012 16:52

    At that range, the


    Coach Outlet Store


    missile range would include


    Coach Factory Online


    North Korea's northern peninsula. Under the amended


    Coach Factory Outlet


    pact, South Korea also can


    Coach Outlet Store Online


    increase its current restricted payload of 500 kilograms (1,100 pounds), depending on the range of the missile. The plan allows for three times the current payload for ballistic missiles with a range of 300 kilometers. South Korea first


    Coach Outlet Store Online


    agreed in 1972 to limit its missile range to 180 kilometers (112 miles) in exchange for


    Coach Factory Outlet


    access to U.S. missile technology. A bilateral


    Coach Outlet Store Online


    agreement between the two countries was signed in 1979, though the guidelines were revised in 2001 to allow for a range of 300 kilometers. The two Koreas


    Coach Wallet Outlet


    signed an armistice that ended the 1950-1953 Korean war, though a peace treaty was never signed. Technically, the two countries remain in a state of war

  5. 5
    cheap north face jackets
    cheap north face jackets xlmabc@gmail.com 22/10/2012 19:32

    These cheap north face jackets are just right to you that what style is your looking for? I can't say enough excellent words of this cheap north face s, not only high quality but also cheap price, fashion style and provides comfortable and warm wear feeling to you

  6. 6
    north face clearance
    north face clearance meitinghu@gmail.com 28/11/2012 08:58

    The jerkin within north face are all formally established the pattern construction or fantastic, convinced hence sure that they\'re going to meet a person\'s north face coupons would really like,Faux Fur Coatsi live in melbourne, questions, We are classified as the Capital (Out out of all the aussie us) A title that that i entirely were pleased with, and then do excellent tiny bit just addressing very little style pretend paus it may possibly be! all of our climate here for the may be be certain to common cold, nevertheless we have to attempt to be and presently warm up, it is sometimes good times but when you are badly over the necessary cold weather clothes it can be a bit terrifically boring and as well,as well as the mundayne.

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
หน้าแรก เว็บบอร์ด
By Visit Surin Thailand “Land of Elephants” .  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view