http://www.visitsurin.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
Home News World Newspaper Visit Surin Article Eastern PhilosopHy Conspiracy 100ปีวิถีชีวิตชาวจีนเมืองซู้ลิ้ง History Webboard
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
 

สงครามอ่าว ๒

สงครามอ่าว ๒
สงครามอ่าว ๒
ยุทธการแห่งยุคสมัย
พิชัยสงครามไม่เคยปิดทางชนะแก่ฝ่ายใด
 
ปรีชา วรเศรษฐสิน
๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖
 

.
สงครามรุกรานคุกคามต่อสันติภาพโลก
 
สงครามรุกรานคุกคามต่อสันติภาพโลก สหรัฐอเมริกากำลังจัดศึกเตรียมทัพเพื่อกรีฑาแสนยานุภาพกองทัพอันเกรียงไกร ด้วยรูปแบบ ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี และยุทธปัจจัย ที่ล้ำสมัยยุค IT (Information Technology ) ทั้งทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ และอวกาศ เปิดยุทธการสู่..ยุทธภูมิ ถล่มประเทศอิรัก ที่อดอยากหิวโหย หล้าหลัง ขาดมิตรไร้เพื่อนถูกโดดเดี่ยวมานานนับสิบปี ด้วยเหตุผลที่ไร้หลักฐานและมิได้ยืนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง
 
แต่ด้วยศักดิ์ศรีแห่งอารยธรรม ประเทศชาติที่มีสิทธิเสรีภาพและบูรณภาพเหนือดินแดน ประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซ็น ผู้นำแห่งอิรัก เขาได้พยายาม ที่จะรักษาการสูญเสียซึ่ง ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ให้หลุดพ้นจากการรุกรานด้วยแสนยานุภาพอันเกรียงไกรของกองทัพที่เหี้ยมโหดอัมหิต เพียบพร้อมไปด้วยศาสตราอภิมหาภัย จากกลุ่มพันธมิตรแห่งลัทธิ ”ไตรซาตานแห่งความชั่วร้าย” อันได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลีย ด้วยการยินยอมให้มีการเข้าไปตรวจค้น ข้อมูลลับด้านความมั่นคงของประเทศ ได้โดยปราศจากเงื่อนไข  
 
ประธานาธิบดี ซัสดัม ฮุสเซ็น แห่งอิรัก เพื่อความสงบ สันติสุขของประชาชนชาวอิรัก และประชาคมโลก เขายินยอมที่จะให้ องค์กรสหประชาชาติ (ที่ไร้เกียรติศักดิ์ศรี) ปฎิบัติตามแรงกดดันของสหรัฐอเมริกา ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพและบูรณภาพเหนือดินแดนของอิรัก เพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาของสหรัฐว่า “ซัสดัม ฮุสเซ็น “ เป็นบุคลที่อันตรายต่อสันติภาพของโลกจริงหรือไม่ ?  
หมาป่ากับลูกแกะ ในที่สุดความเป็นจริงก็ได้พิสูจน์ ความดื้อรั้นของสหรัฐอเมริกา ว่าจริงๆแล้ว ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช เขาต้องการทำสงครามพื่อครอบครองอิรัก มากกว่าความต้องการที่จะพิทักษ์สันติภาพของโลกตามที่กล่าวอ้าง เมื่อคณะผู้ตรวจสอบจากสหประชาชาติ พลิกทั่วแผ่นดินอิรักเพื่อพิสูจน์หาความจริง และกลับออกมารายงานผลการตรวจสอบ ว่าไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆตามคำกล่าวอ้างของสหรัฐ ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ คอลิน เพาเวลล์ กลับออกมาแถลงอ้างหลักฐานข้างๆคูๆ ที่นานาชาติยอมรับไม่ได้ พร้อมกับคำประกาศข่มขู่ จะเข้าโจมตีอิรักโดยไม่รับฟังเสียงคัดค้านทัดทาน จากนานาอารยะประเทศ ความกร้าว ร้าวของสหรัฐดังกล่าวคงไม่แตกต่างไปจากนิทานอีสบ คติเตือนใจของชาวเอเซีย เรื่อง “หมาป่า กับ ลูกแกะ” ที่สอนให้รู้จักสัญชาติญาณป่าเถื่อนอันธพาลของหมาป่า ที่ไว้ใจไม่ได้
 
ชะตากรรมของชาวอิรัก คงหลีกไม่พ้นเช่นเดียวกับลูกแกะ แม้การยอมจำนนหรือต่อสู้ก็ต้องตาย เชื่อว่า ประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน และประชาชนชาวอิรัก คงต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องปิตุมาภูมิ ที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ยาวนาน มหาอาณาจักร นครอันศักดิ์สิทธิ์ แห่งบาบิโลน
 
พิชัยสงครามไม่เคยปิดทางชนะแก่ฝ่ายใด
 
ประวัติศาสตร์ ไม่ปรากฎว่าตำราพิชัยสงครามใด สามารถเอาชนะศึกได้อย่างเป็นกลไกตายตัว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่มีแสนยานุภาพที่เหนือกว่า ไปเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งที่มีแสนยานุภาพที่ด้อยกว่า   หรือฝ่ายที่มีแสนยานุภาพที่ต่ำกว่า สามารถไปเอาชนะศึกฝ่ายที่มีแสนยานุภาพที่เหนือกว่า ดังเช่น
ตำนานสามก๊ก ยุทธการระหว่าง กองทัพจ๊กก๊ก นำโดยขงเบ้ง ที่มีกองทัพอันด้อยกว่า กองทัพของ ก๊กวุย ที่นำทัพโดย สุมาอี้ ขงเบ้งสามารถที่จะเอาชนะศึกต่อสุมาอี้ได้ในทุกยุทธการ ต่อมาสุมาอี้สรุปบทเรียน ตนไม่ควรเข้าปะทะโดยตรงกับปราชญ์ที่มากด้วยกลยุทธ์อย่างขงเบ้ง เมื่อรบร้อยครั้งแพ้ ร้อยครา ไม่สู้รบก็ไม่มีแพ้มีชนะ เมื่อไม่แพ้ก็นับเป็นชัยชนะของสุมาอี้ได้ เมื่อเวลาและสถานที่ ที่เหมาะสม ก็ไปกดดันให้ขวัญสู้รบกองทัพของขงเบ้ง ถึงกับต้องแตกทัพสิ้นบุญ และหลังจากการสิ้นบุญของขงเบ้ง กลยุทธของขงเบ้งที่วางไว้ก่อนสิ้นบุญ ก็ยังสามารถ กดขวัญกองทัพของสุมาอี้ไม่กล้า ตามบดขยี้ตีทัพถอยร่นของขงเบ้งได้
 
จักรพรรดินโปเลียนมหาราช ด้วยแสนยานุภาพอันเกรียงไกรของพระองค์ ในต้นยุคอุตสาหกรรมป่องควันไฟ พระองค์ได้นำเอายุทธศาสตร์-ยุทธวิธี ที่ก้าวหน้า เข้าทำสงครามรุกรานแผ่ขยายอิทธิพลของพระองค์ครอบคลุมไปทั่วทั้งยุโรป ปี ค.ศ.๑๘๑๒ นโปเลียนนำกองทัพฝรั่งเศส และประเทศในเขตการปกครองของฝรั่งเศสอีก ๒๐ ชาติ เรียกว่า “กองทัพ ๒๐ ชาติ” มีกำลังทหารกว่า ๕๐๐,๐๐๐ นาย บุกรัฐเซีย ในเดือนกันยายน ๑๘๑๒ เมื่อกองทัพอันเกรียงไกรของนโปเลียน บุกตลุยถึงกรุงมอสโก ในเดือนตุลาคม พระเจ้าซาร์ ที่มีแสนยานุภาพกองทัพที่ด้อยกว่า ไม่นำทัพออกสู้รบกับกองทัพของนโปเลียน 
 
ขณะที่กองทัพ นโปเลียนเข้าปิดล้อมกรุงมอสโก รอการยอมจำนนของพระเจ้าซาร์ เวลาก็ผ่านล่วงเลยเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน การระดมยิงด้วยปืนใหญ่เข้าใส่กรุงมอสโกจนพังพินาศย่อยยับ ขณะที่ความอหังการ์ทรนงในชัยชนะของนโปเลียน ยืนอยู่ได้เพียงชั่วกระพริบตา เมื่อกองทัพของนโปเลียนเคลื่อนพลเข้ายึดกรุงมอสโก ถึงกลับตกตลึงเมื่อพบว่ากรุงมอสโกปราศจากผู้คนและเสบียงอาหาร กว่าจักรพรรดินโปเลียนมหาราช   จะรู้ว่ากองทัพตนได้ เสียทีตกอยู่ในวังวนหลงกลศึก เพลี่ยงพล้ำต่อพระเจ้าซาร์

กาลเวลาก็สายเสียแล้ว กองทัพทหาร ๕๐๐,๐๐๐ นาย ของนโปเลียน รีบเคลื่อนพลถอยทัพอย่างรนรานกลับฝรั่งเศสที่มีระยะทางยาวถึง ๕๐๐ ไมล์ ท่ามกลางพายุหิมะ ลมหนาว ก็โหมกระหน่ำเข้าสู่กองทัพของนโปเลียน ในสภาพของการขาดเสบียงอาหาร หนาวสั่น 
 
ขณะที่กองทัพของนโปเลียน กำลังผจญภัยกับภัยธรรมชาติ และความอดอยากหิวโหยอ่อนล้า กองทหารม้าคอสแซคของพระเจ้าซาร์ ก็ปรากฎตัวขึ้นซุ่มตีทัพของนโปเลียนที่อิดโรยอ่อนล้าอย่างเมามันตลอดเส้นทางล่าถอย เมื่อกองทัพของนโปเลียน แตกทัพพ่ายหนีกระเจิดกระเจิงรนรานข้ามพรมแดนรัฐเซีย ถึง แกรนด์ ดัชชี่ ของโปแลนด์ ในกลางเดือนธันวาคม กองทัพอันเกรียงไกรของนโปเลียน ก็เหลือกำลังพลทหารในสภาพที่อิดโรยเพียงไม่ถึง ๔๐,๐๐๐ นาย พังพินาศหมดสิ้น

ตำราพิชัยสงคราม ไม่เคยปิดประตูแห่งชัยชนะแก่ฝ่ายใด มีแต่ปรัชญาตะวันออกที่ว่า “ ธรรมะ ย่อม ชนะอธรรม “ จึงจะไปเอาชัยชนะได้โดยสัมบูรณ์ ชัยชนะด้วยพิชัยยุทธ เป็นแต่เพียงชัยชนะชั่วคราวที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของ เวลาและสถานที่ เท่านั้น ความอ่อนแอ แข็งแกร่ง รุ่งเรือง และการล่มสลาย ล้วนถูกกำหนดโดย “ สัจธรรม “ ดังปรัชญาที่ว่า “ สรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง “ เช่น เป็นเด็ก หนุ่มสาว แก่เฒ่า และตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น มีแต่การอยู่ร่วมกัน อย่างสงบ สันติภาพ ภราดรภาพ เท่านั้น คือชัยชนะที่แท้จริงแห่งมวลมนุษยชาติ
 
พัฒนาการ ยุทธศาสตร์-ยุทธปัจจัย กองทัพสหรัฐ
 
สงครามรุกรานที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อกองทัพอันเกรียงไกรก้าวหน้าของสหรัฐเอเมริกา ได้พัฒนาสู่..รูปแบบ ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธี-ยุทธปัจจัยแห่งยุค IT ( Information Technology ) ใน ปี ค.ศ.๑๙๗๐ เมื่อดอน สตาลี่ และดอน เมอเรลลี่ สองนายทหารอเมริกา ผู้เคยผ่านสมรภูมิรบในเวียตนาม เกาหลี ได้พยายามลำดับเหตุการณ์ ศึกษาและวิเคราะห์จากประสบการณ์ในสมรภูมิเวียตนาม เกาหลี ตลอดจนการเดินทางสู่เทลอาวิฟ เพื่อศึกษาสงครามอียิปต์-อิสราเอล ในสงคราม ๖ วัน

หลังจากที่ ดอน สตารี่ ได้ค้นพบรูปแบบของสงคราม IT แล้ว เขาได้เสนอ ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธี ทฤษฎีใหม่  “การตั้งรับอย่างมีเขี้ยวเล็บ” ทฤษฎีนี้เสนอให้ “เจาะลึกเข้าไป ในสนามรบ โจมตีแนวหน้าของข้าศึก ด้วยอาวุธไฮเทคที่มีวิถียิงไกลเข้าทำลายแนวกองหนุนที่ ๑-๒-๓ ลึกเข้าไปกระทั่งถึงกองบัญชาการรบของศัตรูในเวลาเดียวกัน”  เข้าสู่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา กระทั่งปี ๑๙๗๗ สตารีได้ถูกส่งเข้าไปเป็นผู้บัญชาการ TRADOC [The Training and Doctrine Command] แนวความคิด ของดอน สตารี ก็เริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้น ในกองทัพของสหรัฐอเมริกา รถถัง M-1Abrams, เฮลิคอปเตอร์อปาเช่, ยานรบแบรดลีย์, ขีปนาวุธแพตริออท จรวดโทมาฮอค ฯลฯ ถูกออกแบบและสร้างอย่างลับสุดยอด

ทศวรรษที่ ๑๙๙๐ โลกต้องตลึงกับภาพบนจอโทรทัศน์ เมื่อกองทัพกระจ้อยร่อย ใช้กำลังทหารปฏิบัติเพียง ๒,๐๐๐ นาย พร้อมอาวุธไฮเทคตาม ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีการรบ รูปแบบของดอน สตารี่ เปิดฉากสงครามอ่าวกับอิรัก แสงไฟจากระเบิดของสหรัฐ พุ่งเข้าทำลายที่มั่นทางการทหาร ตลอดจนศูนย์บัญชาการรบของอิรัก วูบวาบยามราตรี สร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้ชมทั่วโลก และสงครามอ่าวได้สิ้นสุดลงด้วยเวลาเพียง ๔๒ วัน สร้างความปราชัยอย่างยับเยินแก่อิรัก
นั่นคือภาพของสงครามอ่าว ปี๑๙๙๐ ที่ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช (พ่อ) เปิดยุทธการตอบโต้ปกป้อง คูเวต จากการทำสงครามรุกรานของประธานาธิบดี ซัสดัม ฮุสเซ็น แห่งอิรัก สหรัฐอเมริกาได้นำเอารูปแบบยุทธศาสตร์-ยุทธวิธี ยุค IT เข้าทำสงครามขับไล่กองทัพของอิรัก ที่หล้าหลังด้วยรูปแบบ ยุทธศาสตร์-ยุทธปัจจัย สงครามยุคอุตสาหกรรม ทำให้สหรัฐอเมริกา สามารถขับไล่ผลักดันกองทัพของอิรักออกไปพ้นจากดินแดนของของคูเวต อย่างง่ายดายด้วยเวลาเพียง ๔๒ วัน
หลังจากสงครามอ่าวสิ้นสุดลง ด้วยความปราชัยอย่างยับเยินของอิรัก และ  อิรักได้ถูกสังคมโลกพิพากษา ลงโทษโดยสหประชาชาติให้มีมติคว่ำบาตร และข้อกำหนดการตรวจสอบควบคุมอาวุธต่ออิรัก ตลอดระยะเวลากว่าสิบปีถึงปัจจุบัน เศรษฐกิจของอิรักพังทลายลงโดยสิ้นเชิง ภาวะการขาดแคลนอาหาร ยารักษาโรค เป็นผลให้เด็กๆ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยต้องล้มตายไปกว่า ๘ แสนชีวิต(นี่คือคำพิพากษาของนายโคฟี่ อันนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของ UN) ฯลฯ สร้างความบอบช้ำแก่สังคมอิรักอย่างต้องจดจำตลอดไป
 
ปฐมเหตุแห่งสงคราม

หตุการณ์ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๔ สหรัฐประกาศสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ตามล่าตัวนาย ออสมา บินลาเดน ที่สหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ถล่มตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และประเทศแรกที่ถูกอเมริกาพิพากษา ก็คือ รัฐบาลตอลีบัน แห่งอาฟกานิสถาน และตามด้วยการพิพากษาสามประเทศอันได้แก่ อิรัก อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ว่าเป็นกลุ่ม “อักษะแห่งความชั่วร้าย “ ที่เป็นอันตรายต่อความสงบสุขสันติภาพของประชาคมโลก
.
.


จุดปะทุของสงครามอเมริกา-อิรัก รอบสอง เริ่มปรากฏเค้ารางที่ชัดเจนขึ้นเมื่อประธานาธิบดี ยอจช ดับเบิ้ลยู บุช ออกมาแถลง ถึงแผนโค่นอำนาจ 'ซัดดัม' ผู้นำอิรัก เบิกโรงด้วยการให้ เครื่องบินรบสหรัฐและอังกฤษเปิดฉากทิ้งระเบิด โจมตีศูนย์ควบคุมและบัญชาการทางอากาศ ที่สนามบินทหารแห่งหนึ่ง ห่างจากกรุงแบกแดด ไปทางตะวันตกประมาณ ๓๘๐ กิโลเมตร ในวันศุกร์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๔๕ ถือเป็นปฏิบัติการทางทหารในอิรักครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ ๔ ปี
ตามด้วยการกดดันองค์การสหประชาชาติ (UN) ให้เห็นด้วยกับ แผนการโจมตี อิรักของสหรัฐอเมริกา โดยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช แถลงว่าเขาจะชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายต่ออิรัก ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก ในวันที่ ๑๒ กันยายน นี้ ท่ามกลางกระแสคัดค้านของประชาคมโลก ที่ไม่เห็นด้วยกับเหตุผลที่ไร้หลักฐานของสหรัฐนำมาใช้เป็นข้ออ้างโจมตีอิรัก ในครั้งนี้ 
ผู้เขียนเชื่อว่าสงครามได้ระเบิดขึ้นแล้ว ด้วยรูปแบบของสงครามจิตวิทยา สำหรับผู้ที่สนใจกับ “พิชัยสงคราม” คงต้องเฝ้าดูติดตามอย่างใกล้ชิด สงครามอาจจะเอาชนะศึกกันในเวลาชั่วพริบตาไร้สาระต่อการติดตาม หรืออาจจะกลายเป็นตำนานสงครามคลาสสิค ที่เต็มไปด้วยศิลปะแห่งพิชัยยุทธ์ หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของการก้าวเข้าสู่รอบพันปีที่สาม เมื่อแสนยานุภาพอันเกรียงไกรของกองทัพพันธมิตรสหรัฐอเมริกา ที่นำเอารูปแบบ ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีและยุทธปัจจัย สงครามยุค IT กรีฑาทัพนับหมื่นไมล์ เข้าถล่มประเทศอิรัก ที่อ่อนแอหล้าหลัง ประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซ็น จะนำกองทัพ “ยุคอุตสาหกรรม”หล้าหลังเข้าต่อสู้ปกป้องปิตุภูมิของตนได้ด้วยยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีอย่างไร เพราะแม้ในอดีต สงครามฝิ่น กองเรือยุคอุตสาหกรรมป่องควันไฟของอังกฤษเพียงไม่กี่ลำ ก็สามารถบีบบังคับให้ราชสำนัก เต้าก้วง ที่ยังคงอยู่ในยุคกสิกรรมไร่นาและอ่อนแอ “ขี้ยาแห่งเอเซีย” ยอมศิโรราบโดยทันที่ ขณะที่เรือรบอังกฤษเพียงไม่กี่ลำผ่านหนิงปอ ยึดติงไห่ เข้านานจิง จนกลายเป็นตำนานอัปยศของจีน-ฮ่องกง มาถึงปัจจุบัน
สงครามทางการทูตช่วงชิงความชอบธรรม

สังคมมนุษย์ ที่วิวัฒนาการมานานกว่า ๕๐๐๐ ปี ได้วิวัฒนาการทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมที่ก้าวหน้าทั้งทางด้านศาสตร์และศิลป์ กลายเป็นอารยธรรมที่แตกต่างในแต่ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นอารยธรรมจีน(แม่น้ำฮวงเหอ) ๕๐๐๐-๔๐๐๐ ปีก่อนค.ศ.,อารยธรรมบ้านเชียง ๓๖๐๐ ปี ก่อนค.ศ. ที่เป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมโลกยุคโลหะบรอนซ์ อารยธรรมเมโสโปตาเมีย แห่งบาบิโลน ๓๕๐๐ ปี ก่อนค.ศ. วัฒนธรรมหลงซาน ราชวงศ์เซี่ย (ซันหวง) ยุคชุนชิว ยุคจ้านกว๋อ ที่ก่อกำเนิด ปรัชญาเต๋า ขงจื้อ ตำราพิชัยสงครามอันลือลั่น ๓๖ กลยุทธ์ของ ซุนหวู่+ซุนปิน แห่งรัฐฉี ฯลฯ และ อารยธรรมแห่งลุ่มแม่น้ำสินธุฯลฯ 

ดูเหมือนว่าวิวัฒนาการทางด้านวัฒนธรรม ศาสนาจะก้าวหน้ายั่งยืนเป็นสัจธรรม ที่ทุกชาติทุกภาษายังคงยึดถือปฎิบัติ มาถึงปัจจุบันโดยไม่เปลี่ยนแปลง ความถูกต้อง มนุษยธรรม เมตตาธรรม จิตใจรักความเป็นธรรม ถูกปลูกฝังหยั่งรากลึกในทั่วทุกชนชาติภาษา พิชัยสงคราม สงครามที่ถูกต้องชอบธรรมย่อมได้รับการสนับสนุน จากอารยชน สงคราม อธรรมรุกราน ย่อมถูกต่อต้านขัดขวาง ยุทธศาสตร์-ยุทธปัจจัย จึงเป็นเพียงกลไกของการเอาชนะ หาได้เป็นศาสตร์แห่งการเอาชัยชนะอย่างสัมบูรณ์แต่อย่างใด

สงครามทางการฑูต


  
สงครามช่วงชิงความชอบธรรม ระหว่างสหรัฐอเมริกา กับ อิรักก่อนเปิดยุทธการสู้รบในยุทธภูมิ เมื่อสหรัฐประกาศกล่าวหาอิรักว่า เป็น”อักษะแห่งความชั่วร้าย “เป็นอันตรายต่อสันติภาพโลก มีการซ่องสุม ผลิตอาวุธทำลายล้างสูง เช่น อาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ และขีปวุธนิวเคลียร์ ฯลฯ สหรัฐจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปปลดอาวุธ และเปลี่ยนแปลงผู้นำในอิรัก ปลดอำนาจประธานาธิบดี ซัสดัม ฮุสเซน ผู้นำที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงในสันติภาพของโลก !! ออกไป 

สังคมโลกเกิดความตรึงเครียดขึ้นมาทันที เมื่อประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศพิพากษากลุ่ม “อักษะแห่งความชั่วร้าย” สามประเทศอันได้แก่ อิรัก อิหร่าน และเกาหลีเหนือ โดยมีเป้าหมายแรกประกาศสงครามต่อประเทศอิรัก แต่ แทนที่ประธานาธิบซัสดัม ฮุสเซน จะเดือดเนื้อรัอนใจกลับนั่งตีขิม วางหมากอยู่ในแนวลึก ปล่อยให้สงครามทางการฑูตวิ่งพล่านกันทั่วโลก เมื่อมหาอำนาจต่างๆ เกิดความระแวงต่อแผนการโจมตีอิรักของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ ว่าในเบื้องลึกมีอะไรแอบแฝงมากกว่าความต้องการ รักษาความสงบสันติสุขของประชาคมโลกตามที่สหรัฐกล่าวอ้างหรือไม่ พันธมิตรของอิรักจึงค่อยๆ ปรากฎร่างขึ้นโดยที่อิรักไม่ต้องออกแรง ซัสดัม ฮุสเซน เมื่อเขาสามารถกุมสภาพ เงื่อนไขภายนอกได้ จึงเลือก “ใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว “ ปล่อยให้เงื่อนไขภายนอก ไปโดดเดี่ยวพลังอำนาจของศัตรู เช่น

องค์การสหประชาชาติ ที่ยืนอยู่บนผลประโยชน์ของชาติมหาอำนาจ มากกว่าการยืนอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องชอบธรรม พวกเขาเป็นองค์กรแรกที่สับสนวุ่นวายกันไปหมด เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางผลประโยชน์ของชาติมหาอำนาจ และประชาคมโลกที่รักและหวงแหนเสรีภาพสันติภาพ พวกเขาจึงกำหนดบทบาทตนเองแทบไม่ถูก เสียผู้เสียองค์กรไป กับความไม่ชัดเจน โปร่งใส ไร้อำนาจ ต่อการตัดสินปัญหา เมื่อผลการตรวจสอบอิรักไม่พบหลักฐาน ไม่มีเหตุผล การตัดสินปัญหาก็ยังต้องเกรงใจสหรัฐ ผลของการตัดสินปัญหาขององการสหประชาชาติ จึงปรากฏออกมาในรูปของสีเทา ไม่เด็ดขาดชัดเจน สร้างความอึมครึมต่อเศรษฐกิจโลก และกระทบความมั่นคงต่อสันติภาพโลก อย่างแหลมคม

สหภาพยุโรป (European Union : EU ) หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ยุโรปตะวันตกและตะวันออก ต้องตกอยู่ภายใต้การครอบงำของสหรัฐอเมริกา ภายใต้ สนธิสัญญานาโต้ทางด้านการเมือง-การทหารและแผนมาร์แชลทางด้านเศรษฐกิจ – ด้านสหภาพโซเวียต ควบคุมยุโรปตะวันออกภายใต้สนธิสัญญา วอซอร์ กระทั่ง ปี๑๙๘๐ เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย สังคมนิยมยุโรปตะวันออก ก็ล่มสลายด้วยเช่นกัน และได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ ในสหภาพยุโรป กำแพงเบอร์ลินแตกเยอรมันรวมเป็นหนึ่งเดียวได้ไม่นาน การรวมกลุ่มสหภาพยุโรปก็เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ จากสมาชิก ๑๕ ชาติเพิ่มขึ้นเป็น ๒๒ ชาติ การกำหนดนโยบายร่วมกันของสหภาพยุโรปในการรวมสกุลเงินเป็นหนึ่งเดียว เรียกว่า สกุลเงินยูโร (ECU=European Currency Unit )   ก็ประสบความสำเร็จอย่างแข็งแกร่งรวดเร็ว 
  
Martin Hufner หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ HypoVereinsbank ของเยอรมนี กล่าวในปี ๒๐๐๑ว่า เงินยูโรปเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการออกตราสารหนี้ ถึง ๑ ใน ๓ ของตราสารหนี้ทั้งหมด ที่ขายกันอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ และเงินยูโรมีสัดส่วน ๑๓% ในทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของทุกชาติ มีความเชื่อกันว่าขนาดเศรษฐกิจของยุโรปที่เติบขึ้นทุกวัน คาดว่าใน ปี ๒๐๐๓-๒๐๐๕ เงินสกุลยูโรจะเข้าไปมีบทบาทในตลาดโลกไม่น้อยกว่า ๔๐ % แน่นอนย่อมต้องเกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพของค่าเงินดอลล่าร์ สหรัฐ ที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดโลกมากถึง ๘๐ % ในอนาคตอย่างหลีกไม่พ้น 

นอกจากความขัดแย้งด้านสกุลเงินแล้ว การกีดกันทางการค้าระหว่าง สหภาพยุโรป กับสหรัฐ นับวันยิ่งเพิ่มทวีคูณ เช่น EU ได้ออกกฎหมาย “De facto moratorium” สำหรับสินค้านำเข้าเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีทางชีวภาพ ส่งผลให้มีการห้ามนำเข้าเนื้อวัว สัตว์ปีก และสินค้าปศุสัตว์ต่างๆ ของสหรัฐฯ ที่มีการใช้ฮอร์โมน และเทคโนโลยีทางชีวภาพ การต่อต้านสินค้า GMOs(Genetically Modified Organisms ) ของยุโรป ทำให้จากเดิมที่สหรัฐเคยส่งออกสินค้าเกษตรไปยัง EU เป็นจำนวนมาก เช่น สัตว์ปีก มากถึง ๕๑ % ของยอดการส่งออก ถั่วเหลือง ๓๖% ข้าวโพด,ข้าวฟ่าง(เลี้ยงสัตว์) ๓๖ % ฝ้าย ๒๗% จากการตั้งกำแพงทางการค้าต่อกันและการได้แรงงานราคาต่ำจากยุโรปตะวันออก ทำให้ต้นทุนสินค้ายุโรปต่ำทำให้สินค้าหลายชนิดของสหรัฐ จำต้องเคลื่อนย้ายทุนเข้าไปลงทุนใน สหภาพยุโรป
 
ปัจจุบันการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปจากเดิมที่สหรัฐเคยได้เปรียบดุลการค้ายุโรป ในปี ๒๐๐๑ สหรัฐฯกลับขาดดุลการค้าแก่ยุโรปมากถึง ๖๐.๙ พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ๕.๖ พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากปี ๒๐๐๐ และจากข้อมูลสถิติการส่งออกข้าวโพดของสหรัฐฯ ไปยุโรป ตั้งแต่ปี ๑๙๙๘ สหรัฐฯ สูญเสียมากกว่า ๒๐๐ ล้านเหรียญ ข้อขัดแย้งต่อมาตรการอื่นๆ ได้แก่การสนับสนุนด้านการเงินแก่อุตสาหกรรมการบิน หรือการกำหนดมาตรฐาน กระบวนการทดสอบ และรับรองสินค้านำเข้าที่แตกต่างจากมาตรฐานสากลมาก และสหรัฐตอบโต้ด้วยการ ตั้งกำแพงภาษีเหล็ก ฯลฯ เป็นต้น

ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปกำลังเติบโต เศรษฐกิจอเมริกา กลับเสื่อมถอยทรุดโทรมลงทุกวันอย่างต่อเนื่อง ในปี ๒๐๐๒ ระหว่างเดือนมิถุนายน ประธานธิบ บุช และอลัน กรีนสแปน  ถึงกับต้องผลัดกันออกมาแถลงเป็นรายวันเพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน ที่กำลังตื่นตระหนกกับข่าวการล้มละลาย และการตกแต่งปลอมบัญชี ของบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆของอเมริกา เช่น บริษัท เอนรอน-แอนเดอร์เซน , ซีร็อกซ์, โกลบอล ครอสซิ่ง, เมิร์ค แอนด์ โค , อเมริกัน เวิลด์คอม อิงค์ ฯลฯ

ดังนั้นเหตุผลที่สหรัฐอ้างว่าการเข้าโจมตีอิรักเพื่อพิทักษ์สันติภาพโลก จึงฟังไม่ขึ้นสำหรับสหภาพยุโรป ความหวาดระแวงของสหภาพยุโรป เกรงว่าสหรัฐจะเข้าควบคุมแหล่งพลังงานน้ำมันโลกไว้แต่เพียงผู้เดียว ตลอดจนการเข้าควบคุมตลาดโลก อนาคตอาจไม่มีช่องว่างสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เยอรมัน และ ฝรั่งเศส ความเป็นเอกภาพของสหภาพยุโรป ในการสนับสนุนสหรัฐทำสงครามรุกรานอิรัก จึงอาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการแตกแยกภายในของสหภาพยุโรปก็เป็นได้ ดังนั้นสหรัฐอเมริกาพ่ายแพ้ต่อการดึงเอาสหภาพยุโรปมาเป็นพันธมิตรสงคราม หรือชัยชนะที่ทำลายโครงสร้างของความเป็นเอกภาพความเข้มแข็งของเศรษฐกิจยุโรป และสกุลเงินยูโร การต่อสู้ต่อรองผลประโยชน์ที่ยากจะเข้าใจเป้าหมายของยุทธศาสตร์ที่แท้จริงของแต่ละฝ่าย ระหว่างอิรัก-ยุโรป และ สหรัฐ จึงเป็นศิลปะยุทธ์ที่ต้องจับตาติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าฝ่ายใดจะเพลี่ยง พร้ำเสียที หรือฝ่ายใดจะกำปฐมชัยใน “ยุทธการสงครามอ่าว ๒“

รัสเซีย หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ตั้งแต่ ปี ๑๙๘๐ เป็นต้นมา เศรษฐกิจเสื่อมทรุดสังคมอ่อนหล้า จากการเผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกาในยุคสงครามเย็น กลับต้องพึ่งความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน จะกำหนดท่าที่ของเขาอย่างไร หลังจากที่ประธานาธิบดี ยอจช ดับเบิ้ลยู บุช เข้าไปจัดตั้งรัฐบาลหุ่นในอาฟกานิสถาน และเปิดเกมรุกอย่างดุเดือดแหลมคม ด้วยการพิพากษาอิรัก อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ว่าเป็น ”กลุ่มอักษะแห่งความชั่วร้าย ที่จะต้องกำจัดทำลาย “ 
 
ดูเหมือนว่าสถานการณ์ดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความวิตกกังวลของรัฐเซีย โดยตรง เมื่อจุดยุทธศาสตร์ของรัฐเซีย นับตั้งแต่ กลุ่มประเทศที่แยกตัวจากสหภาพโซเวียต แถบเอเซียกลาง ได้แก่ อุซเบกีสถาน เตอร์เมนีสถาน อาเซอร์ไบยัน อาร์เมเนีย จอร์เจีย และเชชเนีย ฯลฯ ที่เริ่มหันไปฝักใฝ่อเมริกา และหากอิรัก อิหร่าน ต้องตกอยู่ใต้อิทธพลของอเมริกา ก็เท่ากับ จุดยุทธศาสตรทางด้านใต้รัฐเซียถูกปิดล้อมโดยสิ้นเชิง 
 
ความมั่นคงด้านตะวันออกไกล ปัญหาที่สหรัฐกล่าวหาเกาหลีเหนือ ซึ่งจะไปกระทบต่อ ทางออกทะเลที่มีอยู่แห่งเดียวของรัฐเซียที่ปลอดภัยและออกทะเลได้ตลอด๓๖๕วัน ที่เมือง วลาดิวอสตอก จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ถึงกับวิ่งพล่าน    ไปทั่วโลก หลังจากการประชุมสุดยอดผู้นำนาโต้ ระหว่างปลายเดือน ตุลาคม ๒๐๐๒ เมื่อที่ประชุมมีมติรับเอาประเทศในกลุ่มวอซอว์ ๗ ประเทศจากยุโรปตะวันออก เข้าเป็นสมาชิก ทำให้ปูติน ต้องวิ่งพล่านไปเจรจากับจีนและในวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๐๐๒ ได้ประกาศปฏิญญาปักกิ่งเรียกร้องให้มี มหาอำนาจเพิ่มขึ้นมาเพื่อไม่ให้เกิดดุลอำนาจโลกเดี่ยวที่มีเพียง สหรัฐอเมริกา และเดินทางต่อไปเจรจากับอินเดียในวันรุ่งขึ้น 
 
ระหว่างกระแสการโจมตีอิรักของสหรัฐ ทางการรัฐเซียได้ส่งนายมิคเฮลล์ มากีล็อฟ ประธานกรรมาธิการกิจการต่างชาติของสภาสันนิบาตรัฐเซีย เดินทางไปสหรัฐเพื่อเจรจาถึงผลประโยชน์ของรัสเซียในอิรัก เขากล่าวว่ารัสเซียต้องการความเสมอภาคระหว่างบรรดาบริษัทค้าน้ำมันต่างชาติและบรรดาบริษัทค้าน้ำมันในอิรัก และมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับหนี้สินของอิรักที่มีต่อรัสเซีย ซึ่งมีประมาณ ๗ -๑๒ พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่สหรัฐได้มีการเสนอข้อต่อรองกับ ฝรั่งเศส-เยอรมัน ว่าหากทั้งสองประเทศไม่ให้การสนับสนุนสหรัฐ หลังสงครามสิ้นสุดลง จะไม่มีส่วนแบ่งปันผลประโยชน์ในอิรักแต่อย่างใด
 
ความขัดแย้งในด้านผลประโยชน์ของรัฐเซียในอิรัก ต่อการทำสงครามอิรักของสหรัฐ ในครั้งนี้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ปัญหาใหญ่ที่รัฐเซียวิตกกังวลมาก คงได้แก่เรื่องของความมั่นคง และผลประโยชน์ในระยะยาวทางสากล หลังจากสหรัฐสามารถควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลกไว้ได้ทั้งหมด รัฐเซียจะใช้ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีอย่างไร ในหยุดการเคลื่อนไหวของสหรัฐ และสหรัฐจะใช้กลยุทธใดที่จะสะกดรัฐเซียให้หยุดนิ่ง ไม่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านขัดขวาง ยุทธการในครั้งนี้

โลกอิสลาม  ปัญหาของโลกมุสลิม กับ ชาวคริสต์ยุโรปที่มีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งยาวนานตั้งแต่สมัยสงครามครูเสด (ค.ศ.๑๐๖๑-๑๒๙๙๑) ที่มีความขัดแย้งแย่งชิง ดินแดนอันศักดิ์ “ กรุงเจรูซาเล็ม “ซึ่งเป็นที่ตั้งของสุเหร่าอัลอัคซอ และโดมศิลา ( Dome of the Rock) ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอิสราเอล ) เมื่อองค์สันตะปาปาเออร์บานที่ ๒ ได้เทศน์ ปลุกใจ และส่งสาส์นไปยังกษัตริย์-เจ้าชาย-อ้ศวินจากทั่วยุโรป เพื่อไปตีเอา “กรุงเจรูซาเล็ม “ จากพวกมุสลิมคืนมา กองทัพจากยุโรปนำทัพโดยอัศวินชาวแฟรงค์ (ได้รับขนานนามว่าเป็นทหารม้าที่ดีที่สุดในโลก ) ได้เคลื่อนแสนยานุภาพกองทัพอันเกรียงไกร จากฝรั่งเศส นอร์มังดี เยอรมัน อิตาลี ผ่านช่องแคบบอสพอรัส มายังกรุงคอนสแตนติโนเปิ้ล (ปัจจุบันคือ อิสตันบูล) ผ่านซีเรีย เข้าปาเลสไตน์ (ขณะนั้นไม่มีประเทศอิสราเอล) เข้ายึดเอากรุงเจรูซาเล็มกลับคืนจากพวกมุสลิม และจัดตั้งราชอาณาจักรครูเสเดอร์(Crusader Kingdoms ) และได้แบ่งดินแดนกันปกครองออกเป็น ๔ อาณาจักร

ต่อมาได้เกิดการสู้รบเพื่อแย่งชิงดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ “กรุงเจรูซาเล็ม” ระหว่างชาวคริสต์ กับมุสลิม ในสงครามครูเสดอย่างน้อยอีก ๗ ครั้ง กินเวลา มากถึง ๒๓๐ ปี สงครามครูเสดสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะชาวมุสลิม เมื่อทัพของมุสลิมตีเอาเมืองแอดรี แตกในปี ค.ศ.๑๒๙๑ ขับไล่พวกครูเสดกลับยุโรป ผลจากสงครามครูเสด กรุงเจรูซาเล็มนครอันศักดิ์สิทธิ์ ดูเหมือนจะตั้งตะหง่านอยู่ในดินแดน ปาเลสไตน์-อิสราเอล เพื่อตอกย้ำรอยร้าวลึก ที่ยังฝังแน่นอยู่ในจิตวิญญาณ ของชาวคริสต์และมุสลิมตราบถึงปัจจุบัน

เมื่อวิวัฒนาการสังคมได้ก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ประเทศมหาอำนาจต่างเชื่อว่า หากใครสามารถครอบครอง ปากบ่อน้ำมันได้ก็จะสามารถควบคุม เศรษฐกิจโลกไว้ได้ทั้งหมด ตะวันออกกลาง (กลุ่มโอเปค) แหล่งพลังงานน้ำมันของโลกยุคอุตสาหกรรม ปัจจุบันน้ำมัน ๙๐ % ในตลาดโลก มาจากแหล่งผลิตของกลุ่มโอเปค (ประมาณ ๕.๒๒ ล้านบาร์เรลต่อวัน) หลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นต้นมา ผลประโยชน์น้ำมันในตะวันออกกลาง ถูกควบคุมโดย กลุ่มบริษัทชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ แทบทั้งสิ้น 

ปัญหาปาเลสไตน์ – อิสราเอล หลังจากสงครามครูเสด ก็ได้กลับมาปะทุอีกในวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๑๙๔๗ เมื่อองค์การสหประชาชาติ มีมติให้แบ่งแยกดินแดนปาเลสไตน์ ให้แก่ชาวยิว ๕๓ % อีก ๔๗ % ที่เหลือให้แก่ชาวปาเลสไตน์ นับแต่นั้นมาก็ได้เกิดประเทศใหม่ขึ้น ชื่อว่า อิสราเอล สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวอาหรับที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้มานับพันปี หลังจากเกิดประเทศอิสราเอล เป็นต้นมาความไม่สงบในดินแดนปาเลสไตน์ นับวันยิ่งทวีความขัดแย้งโยงใยซับซ้อนรุนแรงเรื่อยมาถึงปัจจุบัน   ปัญหาดังกล่าวได้ไปฝังลึกอยู่ในความรู้สึกของชาวมุสลิม ว่าถูกเอารัดเอาเปรียบข่มเหงรังแก จากชาติตะวันตก กระทั่งกลายเป็นกระแส การกลับมาของสงครามครูเสด และการทำสงครามอันศักดิ์สิทธิ์(จีฮัด) ในหมู่ชาวมุสลิม ที่เชื่อว่าสงครามครูยังไม่จบสิ้น

สงครามช่วงชิงมวลชนชาวมุสลิม ระหว่างสหรัฐ กับ อิรัก ใครจะสามารถช่วงชิงความได้เปรียบดีกว่ากัน เพราะแม้ว่า สหรัฐอเมริกาจะมีความได้เปรียบทางด้านยุทธปัจจัยสงครามและเสนอผลประโยชน์แก่ผู้นำชาติอิสลาม ขณะที่อิรักพยายามสร้างจิตวิญญาณชาวมุสลิมกับโลกอิสลามให้ผนึกกำลังกันลุกขึ้นต่อสู้กับสหรัฐ-อิสราเอล    ความได้เปรียบของสหรัฐหาใช่เป็นความได้เปรียบอย่างเบ็ดเสร็จในยุทธการ ความแตกต่างระหว่างสงครามอ่าวปี ๑๙๙๑ กับสงครามอ่าวในครั้งนี้มีความแตกต่างกับโดยสิ้นเชิง กับสงครามอ่าวครั้งก่อน ครั้งนั้นอเมริกาเพียงเข้าช่วยเหลือคูเวต ในการขับไล่กองทัพของอิรักออกไปจากดินแดนคูเวต แต่ยุทธการในครั้งนี้สหรัฐจะต้องเคลื่อนพลเข้าไปในแผ่นดินอิรักเพื่อครอบครองควบคุมพื้นที่ จนกว่าการจัดตั้งรัฐบาลหุ่นของสหรัฐในอิรักอย่างถาวร จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนของศิลปะยุทธของทั้งฝ่ายอิรักและอเมริกาที่จะเอาชัยต่อกัน การเตรียมศึกแบบกลไก อาจนำมาซึ่งชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จ หรืออาจพังพินาศย่อยยับในพริบตาก็เป็นได้

จีน หลังจาก เหมา เจํอ ตง นำประชาชนจีนขับไล่อิทธิพลของต่างชาติออกไปจากแผ่นดินจีน และได้ตั้งประเทศจีนเป็น สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้การนำของผู้นำรุ่นที่สอง เติ้งเซี่ยวผิง ได้เสนอทฤษฎี สีทันสมัย เพื่อให้จีนพัฒนาสู่ความทันสมัยทัดเทียมสากล เจียงเจํอหมิน ได้นำเอาทฤษฎีดังกล่าวประสานสู่การปฎิบัติอย่างถูกต้องเป็นจริง ทำให้สังคมจีนก้าวหน้าทันสมัยอย่างรวดเร็วเกินเป้าหมาย ในเวลาเพียง ๒๐ ปี การก้าวกระโดดของเศรษฐกิจสังคมจีน ขยายตัวอย่างมหัสจรรย์ ในท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลกเหมือนไฟลามทุ่งนับตั้งแต่ เม็กซิโก โรคต้มยำกุ้ง อาเจนติน่า ญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรปฯลฯ แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนกลับเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยระดับ GDP เฉลี่ยไม่น้อยกว่า ๗-๘ % ในทุกปี กล่าวกันว่า ปี๒๐๐๓ จีนจะก้าวสู่การเป็นประเทศผู้นำเศรษฐกิจโลก 

ปัญหาความวิตกกังวลของจีนที่มีต่อ สถานการณ์ทางสากล ที่อเมริกาออกมาท้าทายยั่วยุล่อแหลมต่อความมั่นคงของจีน และสันติภาพของโลก เริ่มตั้งแต่ปัญหาการขายขีปนาวุธพิสัยไกลแก่ใต้หวัน การส่งเครื่องบินจารกรรมบินล้ำเข้าไปในน่านฟ้าจีน ทำให้จีนต้องส่งเครื่องบินขับไล่สองลำเข้าปะกบบังคับให้ลงจอด ฉุกเฉินที่เกาะไหหลำ ในเดือนมีนาคม ปี ๒๐๐๑ ปลายปี สหรัฐประกาศตามล่าตัว บินลาดิน สุดท้ายก็คือการตั้งรัฐบาลหุ่นของสหรัฐในอาฟกานิสถาน และคงกองกำลังของอเมริกาไว้ในอาฟกานิสถาน ที่มีพรมแดนติดต่อกับจีนด้าน มลฑล ซินเกียง

ทำให้จีนเกิดความวิตกกังวล เนื่องจาก ปัญหาชนชาติส่วนน้อยในจีน นับตั้งแต่ เขตปกครองตนเอง ธิเบต ซินเกียง กานสู ถึงลั่วหยางในมณฑลส่านซี ที่ประกอบไปด้วยชนชาติส่วนน้อย โดยเฉพาะชาวมุสลิม และล่าสุดการประกาศสงครามต่ออิรัก หากสหรัฐมีชัยเหนืออิรัก ก็จะทำให้จีนถูกปิดล้อมทางด้านตะวันตกโดยสิ้นเชิง นับตั้งแต่ เอเซียกลาง เอเซียใต้ และตะวันออกกลาง จะตกอยู่ใต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาทันที รวมถึงแรงกดดันทางด้านตะวันออก ที่สหรัฐสร้างแรงกดดัน ประกาศอาจทำสงครามถล่มเกาหลีเหนือ ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของจีนแทบทั้งสิ้น

ดูเหมือนว่าเกมรุกของสหรัฐอเมริกา จะรีบเร่งร้อนรนจนลืมจังหวะก้าว ปรัชญาแห่ง ”เวลาและสถานที่” หรือ อาจจะฉวยโอกกาสที่จีนยังไม่พร้อมที่จะนำประเทศเข้าสู่ภาวะสงคราม ทั้งนี้จีนยังอยู่ในระยะที่มีการเปลี่ยนถ่ายผู้นำจากรุ่นที่ ๒ สู่รุ่นที่ ๓ ที่มีภาระกิจ รับช่วง “ทฤษฎีสามตัวแทน” ของเจียงเจํอหมิง ซึ่ง หูเจิ้นเทา ผู้นำรุ่นที่ ๓ จะต้องนำทฤษฎี ประสานสู่การปฎิบัติ นำจีนให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างเป็นจริง อเมริกามิอาจประเมินจีนต่ำเกินไป เชื่อว่าวิสัยทัศน์ผู้นำจีนคงไม่ประเมินสถานการณ์อย่างกลไก ด้านเดียว แต่จะนำเอาปัญหา อะไรก่อนอะไรหลัง ระหว่าง “เหตุและผล” มาศึกษากันอย่างรอบด้าน เพื่ออธิบายปรากฏการ และกำหนดท่วงทำนองต่อสถานการณ์ อย่างสอดคล้องกับความเป็นจริงที่สลับซับซ้อน ในสถานการณ์ “อักษะแห่งความชั่วร้าย” อย่างถูกต้องชัดเจน

กลยุทธทางการฑูต เพื่อช่วงชิงความชอบธรรม ก่อนการเปิดยุทธการสู่..ยุทธภูมิ   ของฝ่ายสหรัฐอเมริกา และอิรัก ทั้งสองฝ่ายต่างกำหนดยุทธศาสตร์ พุ่งเป้าเข้าโจมตีศัตรู ด้วยกลยุทธอย่างดุเดือด ซับซ้อน ซ่อนลึก หักเหลี่ยม เฉือนคม กันอย่างแพรวพราว สร้างความตื่นระทึกไปทั่วโลก ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ-การเมือง ทำให้แต่ละประเทศต่างต้องกำหนดท่าที ต่อสถานการณ์ทางสากล วงการทูตต้องวิ่งพล่านเพื่อยุติสถานการณ์อันแหลมคมนี้

สหรัฐอเมริกา พุ่งยุทธศาสตร์เข้าโจมตีเงื่อนไขภายนอกต่ออิรัก ว่าเป็น ”อักษะแห่งความชั่วร้าย” อันตรายที่สุดในโลก มีการลักลอบพัฒนาอาวุธทำลายล้างสูง มีทั้งอาวุธ เคมี ชีวภาพ และอาวุธนิวเคลียร์ และโจมตีเงื่อนไขภายใน ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงผู้นำ ปลดประธานาธิบดี ซัสดัม ฮุสเซน ซึ่งเป็นบุคลอันตรายต่อความมั่นคงและสันติภาพของโลก
 
อิรัก ตอบโต้โดยพุ่งเป้าหมายทางยุทธศาสตร์เข้าใส่สหรัฐอเมริกา ในเงื่อนไขภายใน ความล้มเหลวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ และโจมตีเงื่อนไขภายนอกว่า สหรัฐเข้าทำลายอิรักหาใช่ความต้องการรักษาสันติภาพของโลกแต่อย่างใด หากแต่เป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากบ่อน้ำมันในอิรักต่างหาก    

ปฐมชัยของอิรักในสงครามทางการทูต จากสถานการณ์ที่แหลมคมเข้ามาทุกขณะ ของสถานการณ์สงครามทางการทูต ระหว่าง สหรัฐ กับ อิรัก ขณะที่อิรักตั้งรับอยู่ในแนวลึกอย่างสงบนิ่ง ในสมรภูมิองค์การสหประชาชาติ ผ่าน “ เวลา และ สถานที่ “ นับวันสหรัฐอมริกากำลังถูกต้อนเข้าสู่มุมอับเข้าไปทุกนาที ความรุกรี้ร้อนรน กับการดิ้นรนต่อสู้บนเวทีทางการทูตของอเมริกา ด้วยเหตุผลที่ไร้หลักฐาน และไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องชอบธรรม กำลังนำสหรัฐอเมริกาถอยห่างออกจาก ปฐมชัยแห่งยุทธการ สู่ความปราชัยในสงครามทางการทูต  

ประธานาธิบดี ยอจช ดับเบิ้ลยู บุช , รองประธานาธิบดีดิค เชนีย์ ,นายโดนัลด์ รัมสเฟลด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ,และรัฐมนตรีต่างประเทศคอลิน เพาเวลล์ พญาเหยี่ยวกระหายเหยื่อทั้ง ๔ คงหลีกไม่พ้นกับการที่ต้องนำแสนยานุภาพกองทัพอันเกรียงไกร ด้วยรูปแบบยุทธศาสตร์ยุทธปัจจัย สงครามยุค IT ที่ทันสมัยที่สุดในโลก เข้าทำสงครามรุกรานถล่มอิรัก ที่อ่อนแอหล้าหลังท่ามกลางเสียงต่อต้านคัดค้านจากประชาคมโลก นับล้านล้านคนที่จะลุกขึ้นมาต่อต้านสงครามอธรรม และขยายตัวออกไปทั่วทุกปริมณฑลดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วโลก

ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ในสมรภูมิรบทะเลทราย
 
สหรัฐอเมริกา รูปแบบยุทธศาสตร์- ยุทธวิธี ที่นำมาใช้คงเป็นรูป สงครามยุค IT ที่ก้าวหน้า และเพรียบพร้อมไปด้วยยุทธปัจจัย อาวุธยุทโธปกรณ์ อันทันสมัยที่พัฒนาจาก สงครามอ่าวเมื่อปี ๑๙๙๑ ผ่านระยะเวลานานถึง ๑๒ ปี ความก้าวหน้าประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และการทำลายล้างสูง ดังที่ พลเรือตรี จอห์น แพ็กซ์ตัน (John Paxton) แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ประกาศอย่างมั่นใจว่าเป็นยุทธการ “สมาร์ทบอม”  แสนยานุภาพของกองทัพเรือสหรัฐ ในวันนี้เหนือกว่าเมื่อสิบปีก่อนมาก แสนยานุภาพได้ถูกนำมาแสดง ณ ฐานทัพเรือสหรัฐฯ นอกเขตมลรัฐวอชิงตันเมื่อกลางเดือนกันยายน๒๐๐๒ เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีที่แอดวานซ์ที่สุด "รุกได้ไกลขึ้น สนับสนุนได้ดีขึ้น การสื่อสาร การโจมตี ความคล่องตัว ทุกอย่างดีขึ้น" เช่น  

หุ่นยนต์ขนาดเล็ก ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบสายพาน มีขนาดพอๆกับรถบังคับวิทยุ มีประสิทธิภาพสูง โดยสามารถตรวจจับคลื่นวิทยุ, ตรวจหาพื้นที่ที่เสี่ยงต่ออันตรายจากอาวุธชีวภาพหรืออาวุธเคมี มันจะส่งข้อมูลกลับมายังทหารที่ควบคุมการทำงานอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย  
 
อาวุธลำแสงเลเซอร์ ประสิทธิภาพสูงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ จะใช้ยิงต่อต้านตอบโต้ขีปนาวุธของอิรัก ด้วยอาวุธเลเซอร์อานุภาพสูง ที่เดินทางด้วยความเร็วแสงและในระยะไกลโดยไม่สูญเสียความหนาแน่น ก็จะมีการนำมาใช้เป็นครั้งแรกในสงครามอ่าวครั้งนี้ด้วย                 

สมาร์ทบอม   อภิมหาศาสตรามหาภัยของสหรัฐ ที่ซัสดัม ตายแล้วเกิดใหม่อีกสองรอบก็ยังยากที่จะพัฒนาได้ทัน จะถูกนำออกมาใช้ในยุทธการครั้งนี้ ยุทธปัจจัยต่างๆ เช่น ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่แม่นยำรุนแรง หรือที่สหรัฐฯเรียกว่า “สมาร์ทบอม” จะมีบทบาทสำคัญในสงครามอิรัก ความแม่นยำที่เพิ่มขึ้นมากกว่า ๕๐% และอำนาจทำลายล้างสูง การโจมตีเป้าหมายและต่อต้านขีปวุธของอิรักด้วยลำแสงเลเซอร์ ที่จะถูกนำออกใช้เช่น
 
เฮลิคอปเตอร์อปาเช่, ยานรบแบรดลีย์, ขีปนาวุธแพตริออท จรวดโทมาฮอค เครื่องบินทิ้งระเบิด B-๑B Lancer, F-๑๑๗A ไนต์ฮอว์กล,เครื่องบินเอแวกส์ E-๓ Sentry,เครื่องบินทิ้งระเบิด B-๕๒ Stratofortress,เครื่องบิน AC-๑๓๐ gunship,เครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกล B-๒ Spirit, เครื่องบินสอดแนม U-๒S ,ระเบิดพวงมาตรฐานที่สหรัฐฯ ใช้คือ CBU-๘๗/B น้ำหนักราว ๔๓๐ กิโลกรัม บรรจุระเบิดเล็ก BLU-๙๗/B ได้ ๒๐๒,เรือบรรทุกเครื่องบิน “ธีโอดอร์ รุสเวลต์, ฯลฯ จรวดร่อน( cruise missile ) แบบโทมาฮอว์ก, ระเบิด-ขีปนาวุธนวิถี ฝูงบินโจมตี เครื่องบินรบกวนเรดาร์ เครื่องบินทิ้งระเบดแบบ บี๒
             
และอีกมากมายสุดพรรณา ฯลฯ   รวมความแล้วแสนยานุภาพอันเกรียงไกรมั่งคั่งของสหรัฐในครั้งนี้ เพียบพร้อมไปด้วยอภิศาสตรามหาภัย ที่จะสามารถถล่มทำลายล้างอิรักให้ล่มสลายกลายเป็นจุลได้เพียงชั่วพริบตา 
 
อิรัก แสนยานุภาพอันเกรียงไกร ของกองทัพแห่ง บาบิโลน อันโบราณคร่ำครึจากยุคอุตสาหกรรม ปืนครก ปืนกล ปืนต่อสู้อากาศยานรถจรวดตับ(พิสัยใกล้)และรถถังฯลฯ กับความอดอยากหิวโหยของประชาชนชาวอิรัก ประธานาธิบดีซัสดัม ฮุสเซน เขาจะกำหนดยุทธศาสตร์ยุทธวิธีใดไปเอาชนะ ต้านยัน ขับไล่ การกรีฑาทัพจากแสนยานุภาพล้ำสมัยยุค IT “สมาร์มบอม” ของสหรัฐ และการฉกฉวยโอกาสเข้าโจมตีอิรักของกลุ่มกบฐ ชาวเคิร์ดทางภาคเหนือ,กลุ่มกบฐมุสลิมนิกายชีอะต์ ทางภาคใต้ ภายใต้การสนับสนุนของ CIA ด้วยกลยุทธใดนี่คือสิ่งที่น่าสนใจติดตาม
 
ประธานาธิบดี ซัสดัม ฮุสเซ็น หากเขาสามารถค้นพบ บ่วงโซ่ที่อ่อนเปาะที่สุดของสถานการณ์ กำหนดยุทธศาสตร์-ยุทธวิธี ที่เชื่อมประสานพลังรวมศูนย์เป็นหนึ่งเดียว สามัคคีทั่วทุกด้าน ไปโดดเดี่ยวศัตรูให้ถึงที่สุด เลือกสถานการณ์ “เวลาและสถานที่” อย่างแม่นยำกุมสภาพอย่างรอบด้าน เข้าจู่โจมศัตรูอย่างพลิกแพลง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ยุ่งยากซับซ้อน “พูดง่ายทำได้ยากยิ่ง”   ซัสดัม ฮุสเซ็น ที่สั่งสมประสบการณ์มามากกว่า ครึ่งศตวรรษ ประสบการณ์ของเขา จะสามารถรวบรวม“ศิลปยุทธ” เพียงใด ปราชญ์ ขุนศึก ขุนพล ที่ชำนาญยุทธ์ เสียสละ ซื่อสัตย์ต่อซัสดัม ฮุสเซนระดับใด หากเขามีสิ่งเหล่านี้ในแวดล้อม ยุทธการในยุทธภูมิในครั้งนี้ จะเป็นสงครามที่คลาสสิคแห่งยุคสมัย ปฐมศึกปฐมวัยของการย่างก้าวสู่..รอบพันปีที่สาม 
 
กลยุทธ์อิรักต้องรวมศูนย์พลังเป็นหนึ่งเดียว
๑, กลุ่มพลัง ที่เกิดจากความขัดแย้งผลประโยชน์กับสหรัฐอเมริกา จากปัญหาสงครามในอิรัก และปัญหาการเข้าควบคุมจุดยุทธศาสตร์โลกของสหรัฐ
๒, กลุ่มอิสลาม พลังและจิตวิญญาณชาวมุสลิม
๓, กลุ่มผู้รักความเป็นธรรมต้องการเสรีภาพสันติภาพโลก
๔, สหรัฐและพันธมิตร สร้างพันธมิตรจากฝ่ายศัตรู ดึงเอาประชาชนผู้รักความเป็นธรรม เสรีภาพ และสันติภาพ แยกตัวออกจากรัฐบาล ไปกดดันนโยบาย-งบประมาณ-การสูญเสียของทหารหาญที่มาจากประชาชน ไปโดดเดี่ยวอำนาจรัฐทมิฬ ของ บุช และพวก
 
การดึงเอากลุ่มพลังจำนวนมหาศาล จากทั่วโลก หล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญาณของประชาชนชาวอิรัก โหมกระหน่ำเข้าโอบล้อมตีศัตรูในแนวหลัง ให้เกิดสภาวะ การห่วงหน้าพะวงหลัง ไปกดขวัญทางความคิดแก่ทหารหาญของศัตรู  ให้ขาดความเป็นเอกภาพสับสนทางความคิด พวกเขาจะเกิดความรู้สึกว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ศัตรูอย่างเหี้ยมโหดอำหิต รบทำไม เสียสละเพื่อใคร ให้รวมศูนย์ทางความคิด ไปสู่จุดความรู้สึกที่พวกเขาสู้รบใน สถานะของ ธรรมะ หรือ อธรรม ก็จะทำให้แสนยานุภาพของศัตรูขาดประสิทธิภาพลงทันที
 
ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีของอิรักในยุทธภูมิ อิรักจะต้องไม่เคลื่อนทัพเข้าปะทะทางตรงแบบไสช้างเข้าชนกัน กับแสนยานุภาพกองทัพยุค IT ของสหรัฐ ซัสดัม ฮุสเซน จะต้องติดตั้งอาวุธทางความคิดให้แก่กองทัพ และประชาชน ให้พร้อมที่จะเสียสละเพื่อปกป้องพิทักษ์รักษาปิตุมาภูมิ พร้อมกับการที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ที่ยืดเยื้อยาวนาน ซ่องสุมซุ่มซ่อนกำลัง หลอกล่อศัตรู เปลี่ยนสนามสู้รบทางอากาศ ดึงเอาศัตรูลงสู่สนามรบภาคพื้นดิน ปล่อยม่านควันสร้างความ คึกคะนองศึก เย่อหยิ่งอวดดี ลำพองอหังการ์แก่ศัตรูจนเกิดความชะล่าใจ 
 
ในขณะที่กองทัพสหรัฐเปิดแนวรบภาคพื้นดิน นำโดยกองพลที่ 101 Airborne ฉายา(อินทรีแผดเสียง) ซึ่งเป็นหน่วยทหารหน่วยเดียวในโลกเวลานี้ที่มีความสามารถเคลื่อนกำลังหลายพันคนเข้าจู่โจม ไปยังแนวหลังของข้าศึกโดยมี  เฮลิคอปเตอร์ 270 ลำ ประกอบด้วย เฮลิคอปเตอร์ประสิทธิภาพสูง ได้แก่   AH-64 Apache สามารถบินได้ด้วยความเร็วเกือบ 200 ไมล์ต่อชั่วโมง อาวุธประจำเครื่องปกติจะมีทั้งขีปนาวุธเฮลล์ไฟร์ จรวด เอฟเอฟเออาร์ และปืนใหญ่อัตโนมัติที่สามารถยิงรัวเป็นตับ, UH-60 Black Hawk ใช้ในการขนส่งหน่วยจู่โจมสู้รบ เฮลิคอปเตอร์ชนิดนี้สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นอากาศยานสำหรับขนผู้บาดเจ็บไปรับการรักษาและบินได้ด้วยความเร็วเกิน180ไมล์ต่อชั่วโมง CH-47 Chinook ใช้สำหรับการขนส่งในระยะทางปานกลาง โดยสามารถยกน้ำหนักได้ 8 ตัน และเดินทางด้วยความเร็วสูงสุด150ไมล์ต่อชั่วโมง
 
ขณะที่หน่วยรบ “ อินทรีแผดเสียง “ จากค่ายฝึก “ ฟอร์ตแคมป์เบลล์ มลรัฐเคนตั๊กกี้ “ บุกตลุยลึกเข้ามาในแดนอิรัก พวกเขาจะเผชิญกับการเข้าจู่โจมในสนามรบที่แตกหัก ดุดันเป็นจริง ในสมรภูมิที่แตกต่างจากค่ายฝึก ที่ ฟอร์ตแคมป์เบลล์ ศัตรูที่สู้รบด้วยอุดมการณ์ “ปกป้องปิตุมาภูมิ” และกองทัพของอิรักจะต้องชักนำศัตรูให้ตกอยู่ในวังวลของกลศึกสงครามจรยุทธ์ ประสานกลยุทธ์-ศิลปชัย ผสมกลมกลืนกับจิตวิญญาณรักชาติ เข้าตีศัตรูอย่างดุเดือดแหลมคมห้าวหาญมีพลัง เข้าทำลายกดขวัญสู้รบของศัตรู ที่หึกห้าวเหิมหาญหยิ่งผยอง กับแสนยานุภาพอันเกรียงไกรของยุทธปัจจัย ให้กลายเป็นกองทัพรุกรานที่เป็น “กลไกไร้จิตวิญญาณ” กองทัพอันเกรียงไกรยุค IT ก็จะกลายเป็นเศษเหล็กโลหะง่อยเปรี้ยอัมพาธ หมดพลังสิ้นหวังพ่ายแพ้ไปในที่สุด 
 
สงครามจรยุทธในสมรภูมิ นักรบจรยุทธจะต้องชาญฉลาด รักษากำลังให้ถึงที่สุด ศูนย์บัญชาการซ่อนเร้นอยู่ในเมือง สร้างกองทัพที่ไร้ฐาน กองหนุนที่ไร้เงา สร้างผลทางจิตวิทยาให้เกิดความหวาดผวาต่ออาวุธ-เคมีชีวภาพ(แต่ต้องไม่ใช้จริง เพราะจะเสียมวลชนทางสากล) ให้เกิดความเทอะทะต่อกำลังพลศัตรู(สวมชุดป้องกัน) ตีกรอบสงครามให้ตกอยู่ในสถานการณ์สมรภูมิที่ยากลำบากของศัตรู ระหว่างเดือน มีนาคม –พฤษภาคม ในยุทธภูมิที่ร้อนระอุ พายุลมร้อน และพายุฝุ่นทะเลทรายฯลฯ “ เอาหนึ่งไปสู้ สิบ เอาสิบไปสู้หนึ่ง “ เข้าปะชิดสู้รบประจันบานสิบทิศตีฐานของศัตรู เพื่อสยบการสนับสนุนโจมตีทางอากาศอันแม่นยำจากแนวหลังของศัตรู
 
อิสราเอล   ดึงเอาอิสราเอล เข้าสู่สงคราม ด้วยการโจมตีอิสราเอลโดยใช้ ขีปนาวุธ หรือใช้กองกำลังเข้าโจมตี เพื่อกระตุ้นชาวมุสลิมเข้าร่วมสนับต่อต้านสหรัฐด้วยรูปแบบ การต่อสู้ที่หลากหลาย เช่น ร่วมกันเข้าโจมตีตลาดทุนของสหรัฐ ด้วยการถอนการลงทุนออกจากตลาดทุนในสหรัฐฯ ,เคลื่อนไหวโล่มนุษย์สกัดการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯให้กลายเป็นง่อย,ชุมนุมคัดค้านสงคราม เปิดโปงความทารุนโหดร้ายของสงคราม ฯลฯ 
 
สามัคคีทั่วทั้งหมดไปโดดเดี่ยวศัตรูผู้รุกรานอย่างถึงที่สุด   ประเทศเพื่อนบ้าน ต้องเชื่อมประสานจากศัตรูเปลี่ยนให้เป็นมิตรหรือเป็นกลาง ไม่ว่าจะเป็น ซาอุฯ,จอร์แดน,ซีเรีย,ตุรกี,อิหร่าน, สหรัฐอาหรับ,การ์ต้า ,บาห์เรน หรือแม้กระทั่งคูเวตฯ โดยชูประเด็นการเข้ามาครอบครองน้ำมัน,จัดระเบียบใหม่ในตะวันออกกลาง,เอเซียกลาง,การแบ่งประเทศขึ้นมาใหม่ และเป็นภัยคุกคามต่อโลกอิสลามฯลฯ เคลื่อนไหวผ่านประชาชนในแต่ละประเทศไปกดดันรัฐบาล ดึงเอารัฐบาลให้กำหนดนโยบายให้เป็นมิตรหรือเป็นกลาง หากสามารถทำได้สำเร็จ ก็จะทำให้การเคลื่อนกำลังพลภาคพื้นดินของสหรัฐฯ ประสบปัญหายุ่งยากในการวางยุทธศาสตร์ ที่จะเข้าตีอย่างรอบด้าน บีบช่องทางเข้าโจมตีของศัตรูให้แคบที่สุด เมื่อศัตรูถลำลึกเข้ามาในแนวหน้า การปิดล้อมศัตรูก็จะเข้มแข็งมีพลัง
 
สกัดการบุกเข้าโจมตีทางภาคเหนือ หากสหรัฐเคลื่อนกำลังผ่านตุรกีเข้าตีโมซูล ( แหล่งผลิตน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของอิรัก) เออร์บิล สองเมืองหน้าด่านทางภาคเหนือ และเมืองติกริต บ้านเกิดของซัสดัม เพื่อรุกเข้าแบกแดด ซึ่งคาดว่าจะเป็นเป้าหมายสำคัญที่จะถูกโจมตี ซัสดัมจะต้อง เกลี้ยกล่อมประสานดึงเอา ชีก มอสตาฟา ผุ้นำทางจิตวิญญาณแห่งสำนักศึกษานักชบันด์ นิกายซูฟี ที่เขาเชื่อว่า”มีแต่การต่อสู้จึงจะได้มาซึ่งความเสมอภาคเป็นธรรม” เขามีอิทธิพลต่อนักรบชาตินิยม หัวรุนแรงทางตอนเหนือของอิรัก แทบทุกกล่มไม่ว่าจะเป็น นักรบชาวเคิร์ด กลุ่มเคร่งครัดจารีตดั้งเดิม อันซาร์ อัล-อิสลาม,มุลลาห์ โอมาร์ ผู้นำของตอลิบานและนักรบเชเชนฯลฯ ซัสดัม จะต้องเจรจาชักนำ ให้มาเข้าร่วมเป็นพันธมิตรสงครามต่อสู้ขับไล่สหรัฐ อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ให้กลุ่มกบฐชาวเคิร์ด ทั้งหมด กลายเป็นพันธมิตรสนับสนุนสหรัฐโจมตีอิรัก 
 
สกัดการบุกเข้าโจมตีทางภาคใต้ กลุ่มนักรบ ชิอะต์ที่ไม่พอใจรัฐบาลอิรัก ซัสดัมจะต้องเจรจาทำความเข้าใจ ให้กลุ่มนักรบชีอะต์ ที่มีศัตรูตัวเดียวกัน ไม่ฉวยโอกาสที่ CIA หยิบยื่นผลประโยชน์ให้เพราะนั่นเป็นเพียงผลประโยชน์ชั่วคราว จะต้องร่วมกันต่อต้านสหรัฐฯ หรืออย่างน้อยก็ให้วางตัวเป็นกลาง หากสำเร็จอิรักก็ไม่ต้องเผชิญการต่อต้านและเสริมกำลังรบที่ชำนาญสมรภูมิให้แก่ศัตรู ดังนั้นยุทธการเมืองหน้าด่านทางภาคใต้ การเคลื่อนพลของสหรัฐฯ จะผ่านในแต่ละเมืองก็ไช่ว่าจะปราศจากการต่อต้านอย่างดุเดือดเผ็ดร้อนได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นเมืองท่า อนาดาน, บาสรา,คอร์แรมชาร์,ฮอร์อัลแอมมาร์ ฯลฯ
 
จรยุทธทางเวบไซค์ เปิดโปงแพร่ภาพความทางรุนโหดร้ายจากสงครามรุกรานของกองทัพสหรัฐ ที่มีต่อการสูญเสียบาดเจ็บล้มตาย ของผู้บริสุทธิ เด็กเล็ก สตรี คนชรา ความทุกข์ยาก อดอยากขาดแคลนอาหาร-น้ำ ของประชาชนอิรัก และทหารหาญอิรัก-อเมริกัน     ว่าประธานาธิบ บุช ทำสงครามเพื่อตอบสนองใคร ต่อผลประโยชน์ของกลุ่มบริษัทธุรกิจน้ำมัน ในตะวันออกกลางของสหรัฐฯ-อังกฤษ เช่นกลุ่มเซเว่น ซิสเตอร์ , ยูโนแคล เท็กซาโก เอ็กซอนและบีพีฯลฯ หรือ เป็นการทำลายสิทธิเสรีภาพผลประโยชน์ของประชาชนอเมริกัน การเปิดโปงดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อ แนวหลังของศัตรู ดึงเอาประชาชนอเมริกันออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านต่อต้านสงคราม และส่งผลต่อแนวหน้า ทำให้ขาดความเป็นเอกภาพทางความคิด กดดันรัฐบาลให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย เช่นสงครามในเวียตนาม
 
จรยุทธโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐทั่วทุกมุมโลก   กลุ่มอิสลาม   อันได้แก่ชาวมุสลิมทั่วโลก ที่มีประวัติศาสตร์สงครามครูเสดที่สู้รบกันยาวนานถึง ๒๓๐ ปี และความรู้สึกถึงการถูกกดขี่-เอาเปรียบจากตะวันตกในปัจจุบัน ประธานาธิบดี ซัสดัม อาจจะปลุกสร้างกระแสต่อต้านสงคราม สร้างกระแสสงครามครูเสดที่ยุโรปรวมตัวกัน เข้าตีเอาดินแดนเมโสโปตาเมีย มีศูนย์กลางที่ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำ ไทกรีสและยูเฟรตีส(ปัจจุบันคือประเทศอิรัก)จัดตั้งราชอาณาจักรครูเสเดอร์ ซึ่งชาวมุสลิมจำนวนมากยังคงมีความเชื่อว่าสงครามครูเสดยังไม่สิ้นสุด การทำจีฮัด ยังคงเป็นภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะปกป้องโลกอิสลาม ให้หลุดพ้นจากการถูกกดขี่รังแก หากซัสดัม ฮุสเซน สามารถสร้างแนวร่วมกับชาวมุสลิมจากทั่วโลกให้สนับสนุนการต่อสู้ของอิรัก   สหรัฐจะตกอยู่ในวังวลแห่งสงครามจรยุทธที่มีพลังสู้รบและประสิทธิภาพสูง อย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน
 
จรยุทธทางการทูต สานสัมพันธ์กับพันธมิตรต่อต้านสงคราม แยกกันเดิน รวมกันตีอย่างทั่วทุกด้านพุ่งเป้า ยุทธศาสตร์ทางการทูต เข้าโจมตีสู่เป้าหมายเดียวกัน ที่คัดค้านต่อต้านสงครามกดดันให้กองทัพสหรัฐถอนตัวออกจากอิรักโดยทันที ประสานกลุ่มพลังต่างๆที่สูญเสียผลประโยชน์ หากสหรัฐฯสามารถเข้าควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลกไว้ได้      ในการประกาศสงครามของ สหรัฐต่ออิรัก โดยมีกลุ่ม ประเทศต่างๆที่เกรงว่าตนจะเสียผลประโยชน์ จากสงครามซึ่งอย่างน้อยก็ได้แก่

-                    สหภาพยุโรป ที่มีความขัดแย้งทางด้านเศรษฐกิจ จากเรื่อง สกุลเงินยูโร-ดอลล่าร์,การค้าสหรัฐ-ยุโรป,ฯลฯ ซึ่งอนาคตตลาดโลกทั้งหมดอาจไม่มีช่องว่างสำหรับยุโรป ขณะที่ยุโรปยังต้องพึ่งแหล่งพลังงานน้ำมันจากตะวันออกกลางมากถึง ๗๐%

-                    รัฐเซีย-จีน หากสหรัฐฯเป็นฝ่ายได้ชัย ก็จะเข้าไปมีอิทธิพลควบคุมจุดยุทธศาสตร์โลก ในเอเซียกลาง,ตะวันออกกลาง,เอเซียใต้,มหาสมุทรอินเดียและคาบสมุทรเกาหลีฯลฯ ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของรัฐเซีย-จีน

-                    กลุ่มประเทศโลกที่สาม ที่ยากจนหล้าหลัง และถูกเอารัดเอาเปรียบจากชาติมหาอำนาจโลก และต่อสู้ทางการทูตมาโดยตลอด ในการที่จะได้รับสิทธิ เสรีภาพ อันเท่าเทียมกัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติ 

จรยุทธ์ร่วมกลุ่มพลังประชาชน   มหาพลังอันบริสุทธิจากประชาชนทั่วโลก บนพื้นฐานของโลกแห่งอารยธรรม พวกเขาย่อมที่ จะปฏิเสธสงครามรุกรานขาดความชอบธรรม พวกเขาเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความรัก ต่อความเป็น มนุษยธรรม จริยธรรม เคารพต่ออำนาจอธิปไตย,เอกราชและบูรณภาพในดินแดน ทั่วทุกหนแห่งในโลก พลังอันบริสุทธิของประชาชนจากทั่วทุกมุมโลก จะลุกฮือขึ้นมาคัดค้าน สงครามรุกรานต่อต้านกดดันให้สหรัฐฯ ถอนตัวออกไปจากการทำสงครามรุกรานอิรัก

เศรษฐกิจสหรัฐในสถานการณ์สงคราม เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่ยืนอยู่ได้ด้วยความเชื่อมั่น โดยสหรัฐฯมีสัดส่วนหนี้ต่อGDP คิดเป็น ๒๐๐ % (GDP สหรัฐฯประมาณ สิบล้านล้านดอล่าร์ ) การขยายตัวทางเศรษฐกิจถดถอยต่อเนื่องมาโดยตลอดในปี ๒๐๐๓ การขยายตัวของ GDP อาจไม่เกิน ๑% หรือต่ำกว่า ๐ % , การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเฉลี่ยปีละประมาณ ๑๕ – ๒๐ ติดต่อกันมาร่วม ๑๕ปี,บริษัทยักษ์ใหญ่ตกแต่งบัญชี ล้มละลาย, เงินสกุลยูโรขึ้นมาประกาศท้าทายต่อ เงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ ,งบประมาณรายจ่ายป้องกันการก่อการร้ายถึงสิ้นปี ๒๐๐๒ ซึ่งมากถึง ๒๕,๐๐๐ ล้านดอลล่าร์ (เท่ากับงบประมาณแผ่นดินของไทย๑ปี), ค่าใช้จ่ายในสงครามอิรักและที่อื่นๆที่อเมริกามีเป้าหมายระรานไปทั่วโลก ยังต้องเผาผลาญงบประมาณอีกจำนวนมหาศาลเท่าใด ซึ่งยากแก่การประเมินต้นทุนค่าใช้จ่ายได้, สภาพดังกล่าวจะไปกดดันให้เศรษฐกิจอเมริกาที่ กำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตให้เสื่อมทรุดลงอย่างรวดเร็วรุนแรง 
 
ตลาดหุ้นดาวน์โจน  จากนโยบายต่างประเทศที่ระรานข่มขู่คุกคามประเทศต่างๆ ไปทั่วโลก จะทำให้ภาพพจน์ของอเมริกาในสายตาของประชาคมโลก ที่เคยถูกมองว่าเป็นชาติศิวิไลซ์ จะกลับติดลบอย่างน่าตกใจ (ชาวจีนเรียกประเทศสหรัฐอเมริกาว่า มุยกก = ดินแดนแห่งความสวยงาม) ผลประโยชน์ของอเมริกาจะถูกต่อต้านในทั่วทุกด้าน ตลาดทุนอเมริกัน จะขาดความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน สภาวะจิตวิทยาการเก็งกำไรขาลง (Bear) จะกลายเป็นกระแสแพร่กระจายไปทั่วโลก ในระหว่างสงครามอิรัก หากการสู้รบยืดเยื้อยาวนานเกินกว่า ๓ เดือน ตลาดหุ้นอเมริกาดัชนี Dow Jones จากที่เคยสูงถึง ๑๓,๐๐๐ จุด อาจร่วงลงเหลือเพียง ๓,๐๐๐ จุดเศษ ส่วน Nasdaq ก็อาจลดลงจาก ๕,๐๐๐จุดเหลือเพียง ๕-๖๐๐ จุด ซึ่งเท่ากับการประกาศว่าเศรษฐกิจอเมริกาได้ล้มละลายอย่างเป็นทางการ
 
สกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ จากสถานการณ์ที่สหรัฐต้องเผชิญกับการที่ต้องตกอยู่ในวังวลของ สงครามที่ไร้สมรภูมิยืดเยื้อยาวนาน ก็จะต้องเกิดการเผาผลาญงบประมาณเป็นจำนวนมหาศาล ภาระหนี้สินก็จะพอกทวีคูณ เศรษฐกิจก็จะเกิดการทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่เงินยูโรกลายเป็นสกุลเงินที่มีเสถียรภาพ และความเชื่อมั่นมากขึ้น จะกลายเป็นจิตวิทยาขาขึ้นของสกุลเงินยูโร และการกำเนิดขึ้นของเงินสกุลเอเซีย (แม้ขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้น แต่จะมีการก่อตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ในยามที่ดอลล่าร์สั่นคลอน )   เงินสกุลดอลล่าร์ สหรัฐฯ ก็จะดิ่งนรกทันที เนื่องจากสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศยกเลิกมาตรฐานสำรองทองคำ ต่อสัดส่วนของการออกธนบัตร ดอลล่าร์ ไปเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๑๙๗๑ โดย ประธานาธิบดี ริกชาร์ด นิกสัน จิตวิทยาเก็งกำไรขาลงก็จะไม่แตกต่างไปจากตลาดทุน เชื่อว่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ อาจหล่นไปอยู่ที่ ๑๐ กว่าบาทต่อดอลล่าร์หรือต่ำกว่าก็เป็นได้
 
ประชาชนอเมริกา จะลุกขึ้นมาต่อสู้กล่าวหารัฐบาล บุช ว่ารัฐบาลกำลังคุกคามปล้นเอาสิทธิเสรีภาพของพวกเขาไป เมื่อค่าเงินดอลล่าร์ลดลง ภาวะเงินเฟ้อก็จะระบาดทั่วไปในสหรัฐฯ การทำสงครามจรยุทธ์ในปริมณทลทั่วโลก จะทำให้ชาวอเมริกันไม่กล้าเดินทาง ทำให้อิสระภาพ เสรีภาพของคนอเมริกันสูญเสียไปโดยปริยาย ฯลฯ ประชาชนอเมริกันจะลุกขึ้นมาคัดค้านต่อต้านรัฐบาล กดดันให้รัฐสภาอเมริกา เปลี่ยนแปลงนโยบายต่อสงครามอิรัก และถอนกำลังออกจากอิรักทันที
 
บทสรุป มุมมองอีกด้านที่ไม่อาจมองข้าม
 
จากการวิเคราะห์ดังกล่าวข้างต้น หากการเปิดสงครามของสหรัฐต่ออิรักในขณะที่ประเทศกำลังเผเชิญกับวิกฤต และการออกมาคัดค้านสงครามของประชาคมโลกอย่างทั่วด้าน หากสหรัฐยังดื้อดึงที่จะทำสงครามต่อไป ย่อมที่จะนำไปสู่..วังวลแห่งสงคราม สุ้มเสี่ยงต่อหายนะของสหรัฐมากกว่า จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเจริญรุ่งเรืองชัชวาล ผู้เขียนได้แต่หวังว่า วิสัยทัศน์ของผู้นำสหรัฐอเมริกา มิได้มืดบอดดังบทวิเคราะห์ข้างต้น เนื่องจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา สหรัฐเปรียบเสมือนศูนย์รวมคลังสมองของโลกยุคทุนนิยม วิธีคิดวิธีการทำงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขาเชื่อในวิธีคิดวิธีการทำงานแบบกลไก
 
โดยเฉพาะช่วงหลังของปี ๑๙๘๐ เป็นต้นมาผู้นำสหรัฐต่างเชื่อใน ทฤษฎี “ ความสมดุลของทฤษฎีเกมส์ “ โดย ศาสตราจารย์ จอห์น แนช (John Nash ) ซึ่งแนช มีประวัติที่น่าทึ่งทีเดียว หลังจากที่เขาค้นพบทฤษฎีดังกล่าวเมื่อ ครึ่งทศวรรษที่ผ่านมาได้ไม่นานชีวิตของเขาต้องพบกับสภาพของโรคจิตแบบ “จิตเภท“ (Schizophremia ) ทฤษฎีของเขาไม่ได้รับความสนใจ ถูกทิ้งร้างไปนานกว่า ๓๐ ปี และถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี ๑๙๘๐ ในการแก้ไขปัญหาทั้งภายในสหรัฐฯเอง และในเวทีการเจรจาต่อรองระหว่างประเทศ ซึ่งประสบความสำเร็จมาตลอด กระทั่งผลงานของเขาได้รับรางวัลโนเบลในปี ๑๙๙๔ สาขาเศรษฐศาสตร์ ปัจจุบันอายุประมาณ ๘๐ ปี เขายังมีชีวิตอยู่ ที่ วิทยาลัย พริ้นตัน ขณะที่ภาวะ “จิตเภท “ ก็ยังคงดำรงอยู่ในตัวตนของเขา
 
กล่าวกันว่าเขามีความเป็นสุดยอดอัจฉริยะคนหนึ่งของโลก ที่สามารถรู้คำตอบได้ก่อนคำถาม เช่นเดียวกับ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ศ.จอห์น แนช เขามักกล่าวเสมอว่า “ตลอดชั่วชีวิตของ เขาเชื่อใน คณิตศาสตร์ สมการ และตรรก “ หัวใจของทฤษฎี “ ความสมดุลของทฤษฎีเกมส์ “  พอจะสรุปได้ว่า “ ในเกมส์การแข่งขันย่อมมีผู้แพ้และชนะ แต่ ทฤษฎี “ ความสมดุลของทฤษฎีเกมส์ “ ของศ.จอห์น แนช จะมีแต่ผู้ชนะไม่มีผู้แพ้
 
สถานการณ์สงคราม ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-อิรัก ในครั้งนี้ในเบื้องลึก ยุทธศาสตร์ของ บุช อาจต้องการ รักษาความมั่นคงของสกุลเงินดอลล่าร์ ควบคุมบ่อน้ำมัน และจุดยุทธศาสตร์โลก โดยอาศัย ทฤษฎี “ ความสมดุลของทฤษฎีเกมส์ “ ไปบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ โดยมี ซัสดัม ฮุสเซน เป็นคณิตศาสตร์ในทฤษฎี   หากประธานาธิบดี จอร์จ บุช นำทฤษฎี ของจอห์น แนช มาใช้จริงก็จะเป็นสุดยอดของความชาญฉลาด ที่ไม่ต้องซุ่มเสียงอย่างไร้เดียงกับการทำสงครามที่ยากแก่ การหาคำตอบ(พวกเขาเชื่อในคณิตศาสตร์) ของชัยชนะอย่างสัมบูรณ์ และสิ้นเปลืองงบประมาณมหาศาลฯลฯ 
 
สมมุติว่าข้อสันนิฐานดังกล่าวมีตัวตนจริง และสามารถบรรลุยุทธศาสตร์ได้เช่นการควบคุมเอเซียกลาง,ตะวันออกกลาง,เอเซียใต้และทำลายโครงสร้างพื้นฐานของสกุลเงินยูโร เกมส์ยุทธการถล่มอิรักก็น่าจะประสบความสำเร็จถึงขั้นสูงสุดแล้วนั่นเอง ขณะนี้สถานะการณ์กำลังเดินมาถึงจุดที่ก้าวหน้าพอสมควร ดังนี้
 
๑, เอเซียกลาง ความคืบหน้าของสหรัฐในการเข้าควบคุมเอเซียกลาง ด้วยการปรากฏร่างเงาที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๐๐๓ ได้มีการเจรจาความร่วมมือ ระหว่าง เติร์กเมนีสถาน,อาฟกานิสถาน,ปากีสถาน และที่ประชุมได้ผ่านข้อตกลงในความร่วมมือวางท่อแก๊ส ผ่านอาฟกานิสถาน ออกทะเลที่เมืองท่าการาจี ปากีสถาน มูลค่า ๓,๒๐๐ ล้านดอลลาร์ และยังมีเป้าหมายที่จะวางท่อแก๊สซผ่านอินเดียอีกด้วย ภายใต้การเคลื่อนไหว ของบริษัทยักษ์ใหญ่ค้าน้ำมันโลก กลุ่ม ยูโนแคล และ บีพี จากสหรัฐฯและอังกฤษ เพื่อลำเลียงน้ำมันจากเอเซียกลาง ออกสู่ตลาดโลก (เดิมผ่านมอสโคว์)
 
๒, สกุลเงินยูโร โครงสร้างพื้นฐานของสกุลเงินยูโรกำลังถูก สั่นคลอนความมั่นคงแข็งแกร่ง เมื่อประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรปมีความเห็นที่ขัดแย้งแตกแยกกันออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายที่สนับสนุนสหรัฐทำสงครามโจมตีอิรัก ได้แก่ อังกฤษ,สเปน,อิตาลี่,และสมาชิกใหม่อีก ๕ ชาติ รวม ๘ ประเทศ ขณะที่ฝรั่งเศส,เยอรมัน,เบลเยี่ยมและชาติสมาชิกที่เหลือไม่เห็นด้วยกับการโจมตีอิรักของสหรัฐฯ หากการบริหารจัดการภายในกลุ่มชาติสมาชิกสหภาพยุโรปไม่ดีพอ โอกาสที่สหภาพยุโรปจะแตกออกเป็นสองฝ่าย ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ นั่นแปลว่า เป้าหมายสูงสุดของ สกุลเงินยูโร ที่จะขึ้นมาสั่นคลอนเสถียรภาพความมั่นคงของสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐที่ครองตลาดประมาณ ๘๐ % มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สกุลเงินยูโรก็คงจะต้องลดบทบาทถอยร่นกลับไปยืนอยู่ ณ.จุดของสกุลเงินท้องถิ่นธรรมดาๆ สกุลหนึ่ง
 
๓, ตะวันออกกลาง    ความเป็นจริงสหรัฐสามารถควบคุมผลประโยชน์ด้านน้ำมัน ในตะวันออกกลางอยู่แล้ว โดยกลุ่ม บริษัทยักษ์ใหญ่น้ำมันโลกของสหรัฐฯ หรือที่เรียกว่ากลุ่มเซเว่น ซิสเตอร์ อาทิ ยูโนแคล เท็กซาโก โมบิล เชพร่อน และเอ็กซอนฯลฯ ที่เหลือในปัจจุบันก็คืออิรัก และอิหร่าน ซึ่งหากสหรัฐต้องการเพียงผลประโยชน์จากอิรักเท่านั้น หลังสงครามอ่าวปี ๑๙๙๑ ระหว่างการคว่ำบาตรอิรักทำไมสหรัฐจึงไม่ เจรจาเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์การค้าน้ำมันกับอิรัก
 
ดังนั้นปัญหาที่ว่าสหรัฐจะทำสงครามอ่าวรอบสอง ด้วยความกระหายน้ำมันในอิรัก จึงไม่น่าจะเป็นประเด็นหลัก อาจมีผลประโยชน์ด้านอื่นแอบแฝง การเลือกเอาอิรักอาจเป็นเพียงคณิตศาสตร์ตัวหนึ่ง ในทฤษฎี “ ความสมดุลของทฤษฎีเกมส์ “ของจอห์น แนช เมื่อสถานการณ์ได้ดำเนินการมาถึงขั้นนี้แล้ว ซึ่งสหภาพยุโรปเริ่มปรากฎร่างเงาของรอยร้าว เมื่อความเป็นเอกภาพของสหภาพยุโรปเริ่มคลอนแคลน ก็อาจเป็นสัญญาณบอกเหตุลางร้ายของสกุลเงิยยูโร ที่กำลังจะหมดพลังอำนาจลงเป็นได้เพียงเงินสกุลท้องถิ่น ไม่สามารถผงาดขึ้นมาสั่นคลอนสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯได้อีกต่อไป 
 
ส่วนปัญหาของอิรัก หากสหรัฐฯหวังเพียงต้องการน้ำมันจากอิรักซึ่งมีเพียงไม่ถึง ๕%ของตลาดโลกที่สหรัฐควบคุมอยู่ ผู้นำสหรัฐคงไม่ซุ่มเสียงแลกกับการสูญเสียอย่างมากมายมหาศาลดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งเป็นต้นทุนคณิตศาสตร์ที่สูงเกินความจำเป็น และเมื่อจังหวะก้าวผ่าน ” เวลา และสถานที่ “ อันเหมาะสมทุกอย่างลงตัว สหรัฐสามารถก้าวลงจากเวทีอย่างง่ายดายสง่าผ่าเผย ด้วยการเจรจากับประธานาธิบดี ซัสดัม ฮุสเช็น เสนอผลประโยชน์ต่างตอบแทนต่อ อิรัก อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ในรูปแบบต่างๆนานาโดย ซัสด้ม ฮุตเซน อาจแสดงละครถอยให้สหรัฐ หนึ่ง สอง หรือสามก้าวก็ไช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
 
 
จากนั้นสหรัฐฯก็โหมประโคมอึกทึกข่าวประชาสัมพันธ์ ให้ดังกึกก้องกัมปนาจไปทั่วโลกผ่าน “เทคโนโลยีสารสนเทศ” ที่สหรัฐควบคุมอยู่ทั่วโลก ว่า สหรัฐ ได้สร้างคุณูประการอันยิ่งใหญ่แก่มวลมนุษยชาติอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ด้วยการสยบภัยคุกคามต่อความสงบ สันติภาพ ของประชาคมโลก จาก “ลัทธิก่อการร้ายโลก” ที่ก่อตัวขึ้นโดย “กลุ่มอักษะแห่งความชั่วร้าย” อันได้แก่ อิรัก อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ได้ด้วย สันติวิธี โดยวิถีทางการทหาร(ต่างกับทั่วไปที่เสนอแก้ปัญหาด้วยวิถีทางการทูต ทำให้มองว่าอื่นๆนั้น คิดไม่ทันสหรัฐ หาใช่สหรัฐดื้อด้านต่อการแก้ปัญหา  
หลังจากปัญหาได้คลี่คลายลงระดับหนึ่ง ราคาน้ำมันก็จะดิ่งลงทันที เศรษฐกิจโลกก็จะขยายตัว (ชั่วคราว ปัญหาความขัดแย้งในสังคมโลกยังฝังตัวอยู่มากมาย) ท่ามกลางความตื่นเต้นยินดีของประชาคมโลกที่ได้ผ่านห้วงเวลาแห่งนาทีระทึกขวัญ!! แสร่ซ้องยินดีสรรเสิญอเมริกา สหรัฐอเมริกาก็จะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำ ในการควบคุมปกครองประชาคมโลก ในยุคIT (Information Technology ) ได้ อย่างถูกต้องชอบธรรม   กล่าวกันว่า ในยุคอุตสาหกรรม “ผู้ใดควบคุมบ่อน้ำมันได้ ผู้นั้นจะเป็นมหาอำนาจโลก” หากบทวิเคราะห์นี้เป็นจริง ก็จะพบว่า ในยุค IT ผู้ใดสามารถควบคุม “เทคโนโลยีสารสนเทศ” ได้ผู้นั้นก็จะครองโลกได้ “และนี่ก็คือพลังอำนาจการเปลี่ยนแปลงของพลังการผลิต..
 
 
 
 
จอร์จ วอล์กเกอร์ บุช (ลูก) 
ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนที่ 43  ผู้ก่อคดีสงตรามอ่าว ๒
 
 
 
 
 
 
สงครามอ่าว ๒ ลำดับเหตุการณ์สงครามทางการฑูต สหรัฐ-อิรัก     
ลำดับเหตุการณ์สงครามทางการฑูต สหรัฐ-อิรัก     

๓๑ กรกฎาคม ๒๐๐๒: ริชาร์ด บัตเลอร์ รายงานกับคณะกรรมาธิการสภาสูงสหรัฐฯ ว่าอิรักลักลอบผลิตอาวุธเคมีและชีวภาพเพิ่มขึ้นอีกหลังการตรวจอาวุธของสหประชาชาติสิ้นสุดลง และอาจจะถึงขั้นพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์
      
๖ กันยายน ๒๐๐๒: เครื่องบินรบสหรัฐและอังกฤษเปิดฉากทิ้งระเบิด โจมตีศูนย์ควบคุมและบัญชาการทางอากาศ ที่สนามบินทหารแห่งหนึ่ง ห่างจากกรุงแบกแดด ไปทางตะวันตกประมาณ ๓๘๐ กิโลเมตรถือเป็นปฏิบัติการทางทหารในอิรักครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ ๔ ปี
 
๑๘ กัยยายน ๒๐๐๒ สหรัฐหารือกับอังกฤษ ในการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด สเตลธ์ บี-๒ จำนวน ๖ ลำ เข้าประจำการบนเกาะดิเอโก การ์เซีย ของอังกฤษ ในมหาสมุทรอินเดีย และส่งกองกำลังทางทหาร ไปยังกาตาร์
๕ ตุลาคม ๒๐๐๒  ดาวดังทั่วฟ้าฮอลลีวู้ด ออกมาแสดงพลังต้านนโยบาย "บุช" ต่อสงครามอิรักอิรัก เช่น บาร์บารา สไตรแซนด์ ,โอลิเวอร์ สโตน, โรเบิร์ต อัลต์แมน, เทอร์รี กิลเลียม, เจน ฟอนดา, แดนนี โกลเวอร์, ซูซาน ซาแรนดอน และเจสสิกา แลงก์ฯลฯ
๑๖ ตุลาคม ๒๐๐๒ นายเอซซัต อิบราฮิม ผู้ช่วยประธานาธิบดีอิรักและประธานคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งประกาศ ว่า ชาวอิรักผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งสิ้น ๑๑,๔๔๕,๖๓๘ คน ลงคะแนนให้ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซ็น บริหารประเทศต่อไปอีก ๗ ปี คิดเป็นสัดส่วน ๑๐๐ % เต็ม สะท้อนว่า ชาวอิรักจงรักภักดีและสนับสนุนประธานาธิบดีซัดดัมอย่างเหนียวแน่น
๒๑ ตุลาคม ๒๐๐๒ สหรัฐฯ เตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส คอนสเตลเลชั่น” พร้อมเรือรบอีก ๗ ลำประกอบด้วยเรือลาดตระเวนติดจรวดนำวิถี จำนวน ๒ ลำ เรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถี ๒ ลำ เรือพิฆาต ๑ ลำ เรือฟริเกตติดจรวดนำวิถี ๑ ลำ และเรือดำน้ำโจมตี ๑ ลำ,พร้อมด้วยเรือบรรทุกเครื่องบินอับราฮัม ลินคอล์   ขณะที่กองทัพบกกำลังลำเลียงเฮลิคอปเตอร์โจมตีรุ่น เอเอช-๖๔ อาปาเช่ จำนวน ๒๐ เครื่อง พร้อมทหารสหรัฐฯ ๔๕๐ นายจากฐานทัพในยุโรปไปยังคูเวต
 
๒๒ ตุลาคม ๒๕๔๕ ประธานาธิบดีบุชของสหรัฐฯ มีแผนจะประชุมร่วมกับประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมินของจีน ที่เมืองครอว์ฟอร์ด มลรัฐเทกซัส เพื่อหาทางเจรจากับเกาหลีเหนือเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์
 
๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๕ ชาวอเมริกันนับแสนคนชุมนุมประท้วงต่อต้าน สงครามในบริเวณอนุสาวรีย์ทหารผ่านศึกเวียดนามกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และ ซานฟรานซิสโก นำโดยสาธุคุณเจสซี แจ็กสัน นายแรมซีย์ คลาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ และซินเธีย แม็คคินนีย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐจอร์เจีย
 
๘ พฤศจิกายน ๒๐๐๒: สหประชาชาติยอมรับร่างมติตรวจสอบอาวุธ ซึ่งสหรัฐฯพยายามผลักดันมาเป็นเวลา8สัปดาห์

๑๓ พฤศจิกายน ๒๐๐๒: ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ประกาศยอมรับมติตรวจสอบอาวุธ ของสหประชาชาติอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยให้เหตุผลว่าทำไปเพื่อรักษาชีวิตของชาวอิรัก
 
๑๘ พฤศจิกายน ๒๐๐๒ สภาสูงสหรัฐโหวตครั้งใหม่ ผ่านฉลุย ๒๙๓ต่อ ๑๑๓ ให้อำนาจเต็มที่แก่ประธานาธิบดีบุช ถล่มซัดดัม ฮุสเซ็น ผู้นำอิรัก

๒๒ พฤศจิกายน ๒๐๐๒   สหรัฐฯ เตรียมจัดตั้งรัฐบาลหุ่นในอิรักหลังสงคราม จากกลุ่มฝ่ายค้านในอิรัก ๖ กลุ่มได้แก่กลุ่ม ๑, Iraqi National Congress (INC) ๒,  กลุ่ม Iraqi National Accord (INA) ๓,ฝ่ายนิยมกษัตริย์ ๔,ฝ่ายค้านนิกายชีอะห์ซึ่งอยู่ที่กรุงเตหะราน ๕,กลุ่มเคิร์ดทางภาคเหนือของอิรักอีกสองกลุ่ม
 
๒๓ พฤศจิกายน ๒๐๐๒ ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ผู้นำสหรัฐจะเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ที่กรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก ที่ประชุมมติให้ 7 ประเทศยุโรปตะวันออก เข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโต
 
๒๗ พฤศจิกายน ๒๐๐๒ รัฐมนตรีต่างประเทศอิรัก นาจี ซาบรี กล่าวในจดหมายลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ที่ส่งถึงเลขาธิการสหประชาชาติ โคฟี่ อันนัน ว่าแบกแดดยอมรับมติ ๑๔๔๑
 
๒๘ พฤศจิกายน ๒๐๐๒ เกิดเหตุคนร้ายใช้รถยนต์บรรทุกระเบิดพุ่งเข้าชนโรงแรมพาราไดส์ ของชาวอิสราเอลในเคนยา พร้อมยิงจรวดอย่างน้อย ๒ ลูกเข้าใส่เครื่องบินโดยสารของอิสราเอลที่กำลังขึ้นจากสนามใน ประเทศเคนยา
 
๔ ธันวาคม ๒๐๐๒ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เยือนจีนเป็นวันสุดท้าย ได้ร่วมลงนามปฎิญญาร่วมกับประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน ผู้นำจีน เรียกร้องให้โลกสร้างดุลย์อำนาจหลายขั้วเพื่อถ่วงดุลอำนาจจากสหรัฐ พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์โลกซึ่งได้แก่ปัญหาอิรักและเกาหลีเหนือด้วยวิถีทางการทูต และเดินทางต่อไปอินเดียในวันรุ่งขึ้น
 
๑๒ ธันวาคม ๒๐๐๒ เกาหลีเหนือแถลงการณ์ว่า จะเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์      รัฐบาลเกาหลีเหนือไม่มีทางเลือก จึงต้องยกเลิกข้อตกลงกับสหรัฐ เกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นเงื่อนไขตามข้อตกลงกับสหรัฐเพื่อแลกกับน้ำมันปีละ ๕ แสนตัน และสหรัฐตัดสินใจเมื่อเดือนที่แล้วว่า จะยุติการจัดส่งน้ำมันเพื่อลงโทษเกาหลีเหนือ ดังนั้นเกาหลีเหนือจะดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ต่อไป เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอตามความต้องการ

๑๘ มกราคม ๒๐๐๓ เพต้า ลินด์เซย์ ตัวแทนจากองค์กร อินเตอร์เนชั่นแนล อานเซอร์ นำชาวอเมริกันราว ๑๕๐,๐๐๐ คนชุมนุมประท้วงสงคราม ในกรุงวอชิงตัน ,ซาน ฟรานซิสโก, เมืองพอร์ตแลนด์ในรัฐโอเรกอน, แลนซิ่ง รัฐมิชิแกน, รัฐไอโอว่า พร้อมกับประเทศต่างๆจากทุกมุมโลกทั้งในทวีปเอมริกา เอเชีย ยุโรป และ ในตะวันออกกลาง
 
๓๐ มกราคม ๒๐๐๓ ขณะที่วงการฑูตทั่วโลกกำลังวิ่งพล่านกันเพื่อหาทางยุติสงคราม ซัสดัมกลับออกมาโว ว่าตนนอนหลับสบายดีทุกวัน
 
๖ กุมภาพันธ์ ๒๐๐๓ พลเอกคอลิน พาวเวลล์โชว์รูปถ่ายทางอากาศที่อ้างว่าเป็นการเคลื่อนย้ายอาวุธชีวภาพและเสียงการสนทนาของเจ้าหน้าที่อิรักถึงการ เก็บซุกซ่อนอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ความเชื่อมโยงกับเครือข่าย ของอุซามะห์ บิน ลาดิน ต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสห-ประชาชาติ ขณะที่นายโจนาธาน สตีเวนสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย จากสถาบันศึกษากลยุทธ์ระหว่างประเทศ ในกรุงลอนดอน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เพาเวลล์ประสบความล้มเหลวที่จะเชื่อมโยงอิรัก เข้ากับปฏิบัติการของอัล-ไกดา
 
๙ ก.พ. ๒๕๔๖ อิรักตอบโต้ด้วยการพาผู้สื่อต่างประเทศ ทัวร์หมู่บ้านซาร์กาท ทันที่ขณะที่เพา เวลล์ใช้เป็นหลักฐานภาพถ่ายทางดาวเทียม ว่ามีแหล่งผลิตอาวุธเคมีชีวภาพในอิรักจริง
 
๓๐ มกราคม ๒๐๐๓ ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ของอิรักประกาศเนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๒ ปีสงครามอ่าวเปอร์เซีย ว่า ใครก็ตามที่คิดจะรุกรานอิรัก ก็เท่ากับ ฆ่าตัวตาย” คนอิรักทั้งประเทศมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะสู้รบกับกองกำลังผู้รุกรานที่บุกเข้าไปถึงถิ่นกรุงแบกแดดแบบเดียวกับกองทัพมองโกลที่ยกทัพเข้ารุกรานนครหลวงของอิรักเมื่อปี ๑๒๕๘
 
๑๒ กุมภาพันธ์ก.พ. ๒๐๐๓ ฝรั่งเศสยื่นข้อเสนอเลี่ยงสงคราม
 
๑๒ กุมภาพันธ์ก.พ. ๒๐๐๓ บิน ลาเดน แถลงการณ์ผ่านเทป เรียกร้องให้ชาวมุสลิม ออกมาต่อสู้พลีชีพกับสงครามรุกรานของสหรัฐ

๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๐๐๓ ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ประกาศใช้การทูตต่ออีก ๒ สัปดาห์ ก่อนตัดสินใจว่าจะโจมตีอิรักหรือไม่
 
๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๐๐๓ โจนาธาน สตีเวนสัน จากศูนย์เพื่อสิทธิทางเศรษฐกิจและสังคม เขาอ้างรายงานของสหประชาชาติ เมื่อวันที่ ๗ มกราคม นี้ ระบุว่า ๓๐% ของเด็กอิรักที่อายุต่ำกว่า ๕ ปี คือกว่า ๑.๒ ล้านคน และ ๔๐% ของประชาชนทั้งหมด อาจขาดน้ำดื่มน้ำ  ประชาชนต้องลี้ภัย ๑.๔๕ ล้านคน ในจำนวนทั้งหมดนี้ เด็ก หญิงมีครรภ์ และแม่ลูกอ่อนกว่า ๕ ล้านคน    นอกจากนั้นภายในสิ้นเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้า องค์กรอิสระหลายกลุ่มอาทิ ฮิวแมนไรท์วอช, องค์การนิรโทษกรรมสากล และองค์กรเอกชนอีกราว ๑๖๐ กลุ่มในสหรัฐฯ จะรวมตัวกันคัดค้านสงครามสหรัฐโจมตีอิรัก
19 ก.พ.2546 องค์กรนักศึกษาและเยาวชนเพื่อสันติภาพในสหรัฐฯ นัดร่วมกันชุมนุมประท้วงต่อต้านสงครามในวันที่ 5 มีนาคม 2003 ตามสโลแกน "ขอหนังสือให้หนูแทนระเบิดเถิดท่าน” ( Books Not Bombs! Stop the War Against Iraq) โดยมีเหตุผล 1,เป็นการสร้างความสูญเสียด้านชีวิตของเจ้าหน้าที่ 2,ทำร้ายผู้บริสุทธิ์และสร้างความเจ็บปวดให้กับชาวอิรักมากขึ้น 3,ส่งเสริมให้มีการก่อการร้ายทำลายชาวอเมริกันทั้งในสหรัฐฯและทั่วโลก 4, ผู้นำสหรัฐฯ ใช้สงครามเป็นข้ออ้างในการทำลายเสรีภาพของประชาชน 5,ล้มล้างกฎหมายระหว่างประเทศ 6,รัฐบาลกำลังละเลยความต้องการที่แท้จริงของชาวอเมริกัน 7,สงครามครั้งนี้จะเอาเงินภาษีของประชาชนไปผลาญอย่างมหาศาล
 
21 ก.พ. 2546 กลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด(NAM) 114 ประเทศ แถลงการณ์คัดค้านสงครามอิรัก โดยเรียกร้องให้แก้ปัญหาโดยสันติวิธี
 
 
 

 

 

 
หน้าแรก เว็บบอร์ด
By Visit Surin Thailand “Land of Elephants” .  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view