http://www.visitsurin.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
Home News World Newspaper Visit Surin Article Eastern PhilosopHy Conspiracy 100ปีวิถีชีวิตชาวจีนเมืองซู้ลิ้ง History Webboard
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
 

เบื้องหลัง ชัยชนะของทรัมป์

เบื้องหลัง ชัยชนะของทรัมป์

 

 

 

 

เบื้องหลัง ชัยชนะของทรัมป์ 

 

 

 

 

เบื้องหลัง ชัยชนะของทรัมป์ 

จักรวรรดินิยมจ้าวโลก

 

 


 

ปรีชา วรเศรษฐสิน

12 พฤศจิกายน เวลา 19:41 น.

เบื้องหลัง ชัยชนะของทรัมป์ เพราะคนอเมริกัน เพราะพวกเขาต้องการที่จะต่อต้าน กลุ่ม Bilderberg ที่สร้างองค์กรธุรกิจควบคุมเศรษฐกิจโลกไว้ทั่วทั้งโลกแล้วในปัจจุบัน ปีค.ศ.1954 กำเนิดองค์กรลับ Bilderberg ก่อตั้งโดย Dr. Joseph Retinger ชาวยิว ได้มีการประชุมกันครั้งแรกที่โรงแรม Hotel de Bilderberg เมืองอูสเตอร์บีก ฮอลแลนด์ เป็นองค์ลับ กึ่งเปิด-กึ่งปิด ที่มีรากฐานมาจาก องค์การลับ ตามลำดับชั้นความลึกลับ ดังนี้


 

 คลิกขยายภาพ

ปีค.ศ. 1921 กำเนิดองค์กรลับ มนตรีแห่งความสัมพันธ์ต่างประเทศ (Council on Foreign Relations – CFR ) CFR ได้รับการก่อตั้งขึ้นโดย Edward Mandell House เป็นองค์กรลึกลับ กึ่งเปิด-กึ่งปิด

 คลิกขยายภาพ

ปีค.ศ. 1832 กำเนิดองค์กรลับ หัวกระโหลกกระดูกไขว้ (Skull and Bones) องค์การลับ สมาชิกเกือบทั้งหมดจะถูกคัดเลือกขึ้นมาจากมหาวิทยาลัย เยล (Yale University) เป็นองค์กรลึกลับ กึ่งเปิด-กึ่งปิด


 คลิกขยายภาพ

ปีค.ศ. 1776 กำเนิดองค์กรลึกลับ Illuminati มาจากภาษาลาติน แปลว่า "การรู้แจ้ง" ชาวคริตส์เรียกกลุ่มนี้ว่า เป็นพวก ซาตาน Illuminatiก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่1พฤษภาคม พศ.2319 ในเมืองอินกอลสตาดท์(บาวาเรียตอนบน)โดย Adam Weishaupt ผู้เลื่อมใสในคณะเยซูอิต และ เป็นศาสตราจารย์ด้านประมวลกฎหมายโรมัน เกี่ยวกับศาสนาที่เป็นฆราวาสคนแรก ที่ มหาวิทยาลัยอินกอลสตาดท์ องค์กรนี้ก่อตัวขึ้นจากนักคิดเสรีในฐานะเป็นผลพวงจากยุคการศิลปะ-วัฒนธรรม ในยุโรป ซึ่งนักเขียนร่วมสมัยบางคนอย่างเช่น Seth Payson เชื่อว่าเป็นการสมคบคิดเพื่อแทรกซึมและโค่นล้มรัฐบาลของหลายๆรัฐในยุโรป ขณะที่นักเขียนบางคนอย่าง Augusting Barruel และ John Robison ได้กล่าวอ้างว่า อิลลูมินาติ อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส

 คลิกขยายภาพ

ปีค.ศ. 302 กำเนิดองค์กรลึกลับFreemasonry หรือ Masonnic Fraternity, สมัยจักรพรรดิไดโอคลีเซียน ( Dioclettian ) แห่งอาณาจักรโรมัน เป็นองค์การลับสุดยอด กำเนิดขึ้น โดยกลุ่มช่างก่อสร้างอิสระ ที่มีความเชี่ยวชาญด้ายชนก่ารก่อสร้างสถาปัตยกรรมรูปโดมต่างๆ ปรัชญาของ Freemasonry หรือ Masonnic - มีความคิดที่ตรงกันข้ามกันการศาสนะจักร - ความจริงคือสิ่งที่ต้องพิสูจน์ได้ - เชื่อว่า การที่จะหยุดยั้งสงครามได้ ต้อ งมีกลุ่มพลังที่เข้มแข็งเพียงหนึ่งเดียว เท่านั้นที่จะหยุดยั้งสงครามได้. ดังนั้น..การต่อสู้ขัดแย้งกันมาแต่ในประวัติศาสตร์ ระหว่างศาสนาคริสต์ และพวก Freemasonry หรือ Masonnic ขับเขี่ยวกันมาโดยตลอดเวลา ชาวคริสค์ จะเรียกพวกนี้ว่าเป็นพวก แอนตี้ไครส์ (Antichrist) หรือ พวก ซาตาน (Satan)

ประชาชนชอเมริกัน เชื่อว่า ฮิลลารี่ คือพวก Bilderberg ขณะที่ ภาพของทรัมป์ เป็นเพียงนักธุรกิจธรรมดา ไม่ใช่นักการเมือง แม้ว่าคุณสมบัติความเป็นผู้นำของทรัมป์จะต่ำกว่ามาตรฐาน ของสังคมวัฒนธรรมอเมริกาอย่างต่ำสุดเพียงใดก็ตาม แต่ขาวอเมริกัน พวกเขาต้อวการลงโทษ ต่อพวก Bilderberg อย่างสาสม ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ ทรัมป์ สามารถเอาชนะ ฮิลลารี่ ได้อย่างถล่มทะลาย..

อย่างไรก็ตาม ทั้งฮิลลารี และทรัมปฺ์ล้วนเป็น สมาชิกของ Bilderberg ด้วยกันทั้งคู่  และนี่ก็คือ  2016 USA Fixed Presidential Elections Conspiracy theory  การจะแสดงการโกหกต่อหน้าคนทั้งโลกได้นั้น ย่อมต้องสร้างบทละคร และผู้แสดงที่สลับซับซ้อนหลายๆชั้น ยากที่วิธีคิดวิเคราะห์ระดับธรรมดาจะเข้าถึง..

........................................................

จักรวรรดินิยมจ้าวโลก

ปรีชา วรเศรษฐสิน ๑๑ / ๙ / ๒๕๔๒

การปรากฏร่างเงาของ ลัทธิจักรวรรดินิยมจ้าวโลก ซึ่งจะนำไปสู่ทุรภัยทั้งหลายที่จะเกิดขึ้น แก่มวลมนุษย์ชาติทั้งหลายบนโลกนี้ ความไม่รู้จักอิ่มไม่รู้จักพอ ความหลงใหลคลั่งไคล้ในอำนาจ ของมนุษย์เพียงไม่กี่คน ที่กำลังจะทำให้สังคมแห่งมวลมนุษยชาติ กำลังจะเดินทางสู่ มหาภัยวิบัติล้างโลก ในอนาคตอันใกล้นี้ . ไขปริศนาความลับ จากภาพสัญลักษณ์บนธนบัตร ๑ ดอลล่าร์  ที่นำออกใช้หลัง ปีค.ศ. ๑๙๙๑ เมื่อประธานาธิบดี จอร์จ บู้ท (George Bush) ได้สาธิตยุทธปัจจัยสงคราม ประกาศต่อชาวโลกให้ตกตะลึงถึงความสำเร็จ ในแสนยานุภาพกองทัพสหรัฐ ด้วยรูปแบบการทำสงครามยุค IT (Information Technology) ในสงครามอ่าว (รูปแบบกองทัพต่างๆในโลกยังเป็นรูปแบบสงครามยุคอุตสาหกรรม) กองทัพสหรัฐสมารถเอาชนะสงครามกับประเทศอิรัค ที่นำโดยประธานาธิบดี ซัสดัม ฮุตเซน ด้วยกำลังทหารที่ปฏิบัติการจริงๆเพียง ๒๐๐๐ คน อย่างง่ายดายด้วยระยะเวลาเพียง ๔๒ วัน โดยมีทหารพันธมิตรเสียชีวิตเพียง ๓๗๘ คน ในจำนวนนี้มีทหารอเมริกันเสียชีวิตเพียง ๔ คน .

จากชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของ กองทัพอเมริกาในสงครามอ่าว ทำให้ ประธานาธิบดี จอร์จ บู้ท ฮึกห้าวเฮิมหาญอหังการ ร้อนรนที่จะประกาศเปิดเผยตัว ขององค์การลับ ฟรีเมชั่น (freemasonry) ที่ถูกปิดลับมานาน กว่า ๑๐๐๐ ปี  . ด้วยการนำเอาสัญลักษณ์ขององค์การฟรีเมชั่น จัดวางไว้บนธนบัตร ๑ ดอลล่าร์ เป็นรูปปิรามิด ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ขององค์การฟรีเมชั่น  . มีรูป ตา ปรากฏอยู่เหนือปิรามิด โดยมีข้อความเป็นกรอบรอบภาพปิรามิดเขียนเป็นภาษาลาติน ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษมีใจความว่า  “Announcing the Birth of the New Order World”  แปลเป็นภาษาไทยว่า  “การประกาศกำเนิดของโลกระเบียบใหม่ “  .

Freemasonry องค์กรลับ ฟรีเมชั่น ( Freemasonry หรือ Masonnic Fraternity ) สมาคมฟรีเมชั่น เกิดจากแรงบัลดาลใจให้เกิดการก่อตั้งสมาคมลับนี้ คือ ช่างก่อสร้างอิสระ (Freemasons ) ใน ค.ศ. ๓๐๒ สมัยจักรพรรดิไดโอคลีเซียน ( Dioclettian ) แห่งอาณาจักรโรมัน จำนวน ๔ คน ชื่อ ซินฟรอนิอาโน (Sinfroniano) นิกอสตราโต (Nicostrato) เกลาดิโอ (Claudio) และซิมปลีโซ (Simplicio) พวกเขาได้ถูกประหารชีวิตเพราะปฏิเสธที่จะแกะสลักเทวรูปเนื่องจากขัดต่อหลักศาสนา พวกเขาจึงได้รับการยกย่องให้เป็นวีรชน ของพวกช่างก่อตึกอิสระ

ความรุ่งเรืองของพวกฟรีเมชั่น เกี่ยวโยงกับสถาปัตยกรรมรูปแบบ Gothic อันเป็นสถาปัตยกรรมแบบส่วนโค้งสูง และหลังคาชันสูง ซึ่งเป็นลักษณะของอาคารโบสถ์ราชวัง

พวกฟรีเมชั่นเริ่มก่อตัวเป็นสมาคม ที่อังกฤษ และสก็อตแลนด์ ในศตวรรษที่๑๔ ภายใต้การสนับสนุนจากพระราชา ผู้นำศาสนา รัฐบุรุษ และชนชั้นกลาง ในปี ค.ศ. ๑๕๑๗ เกิดการปฏิวัติคริสตศาสนาโดยมาร์ติน ลูเธอร์ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะของสมาคม จนกระทั่งต้น ค.ศ. ๑๖๐๐ วัตถุประสงค์ของสมาคม ได้ถูกเปลี่ยนแปลงกลายเป็นด้านธุรกิจการค้าอย่างสิ้นเชิง เมื่อนายทุนที่ดินเข้ามาเป็นสมาชิกในสมาคม และมีสมาชิกที่เป็นช่างก่อสร้างเหลือเพียงไม่กี่คน

ที่อังกฤษปี ค.ศ. ๑๗๑๗ สมาคมใหญ่ จำนวน ๔ ใน ๖ สมาคม ได้รวมตัวกันเป็นองค์การ และมีการร่างรัฐธรรมนูญขององค์การ ในปี ค.ศ.๑๗๒๓ ซึ่งนับเป็นก้าวที่สำคัญโดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อหางานทำให้แก่สมาชิกและบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคม แต่มีนโยบายต่อต้านนักบวช และศาสนาคริสต์นิกายคาธอลิค ทั้งนี้ประธานขององค์กรคนแรกก็คือ Duke of Montagu หลังจากนั้นองค์การฟรีเมชั่นก็ได้แพร่หลาย ออกไปทั่วโลก . กำเนิด Freemasonry ในสหรัฐอเมริกา การก่อตั้งสมาคมฟรีเมชั่น ในอเมริกา ในปีค.ศ. ๑๗๓๓ ที่เมือง บอสตัน รัฐแมสซาจูเซทส์ โดย Henry Price หลังการก่อตั้ง สมาคม ฟรีเมชั่น อเมริกา ในช่วง ๑๐๐ ปี หลังการประกาศรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา

องค์การได้เติบโตอย่างรวดเร็ว มีสมาชิกกระจายอยู่ในทุกวงการ เช่น สมาคมใหญ่ถึง ๔๙ แห่ง ในหมู่คณะบุคคล ๕๖ คน ที่เซ็นข้อตกลงประกาศอิสระภาพ มี ๙ คนที่เป็นสมาชิกของสมาคม มีประธานาธิบดีเป็นสมาชิก ๓๐ คน ในปี ๑๙๕๙ รัฐมนตรี ๑๑ คนเป็นสมาชิกฟรีเมชั่น ๖ คน ผู้พิพากษาศาลสูง ๙ คน เป็นสมาชิก ๕ คน วูฒิสมาชิก ๙๖ คน เป็นสมาชิก ๕๔ คน ผู้ว่าการรัฐ ๔๙ คน เป็นสมาชิก ๒๙ คน

ทั้งนี้สามารถระบุตัวบุคลชั้นนำที่เป็นสมาชิกได้เช่น  Benjamin Franklin , George Washington, John hancook, Paul Revere, Dr.John Warren, Richard Gridley George H. Bush (left of clock)  . สมาคมหัวกระโหลกกระดูกไขว้ ( Skull and Bones )  สมาคมหัวกระโหลกกระดูกไขว้ ก่อตั้งขึ้นในปี ๑๘๓๒ ที่มหาวิทยาลัย Yele สมาชิกภาพเริ่มต้นขึ้นในหมู่นักศึกษาปีสุดท้าย โดยสมาชิกเก่าจะคัดเลือกทาบทามเชิญนักศึกษาเพียงปีละ ๑๕ คน คุณสมบัติของผู้จะได้รับการคัดเลือกคือ  ๑, มีคนอื่นในครอบครัวเป็นสมาชิกมาก่อน  ๒, เป็นคนหนุ่มไฟแรงมีความกระตือรือล้นสูง  3, ชอบการเมือง  ๔, มีฐานะดี  ๕,สติปัญญาดี  ๖, จะต้องเป็นผู้มีกิจกรรมพิเศษที่สำคัญคือด้านกีฬา เพราะถือว่าการทำงานเป็นทีมเป็นเรื่องสำคัญ

สมาชิกต้องให้ความสำคัญต่อสมาคม และเคารพกติกาของสมาคมเหนือกว่าสิ่งอื่นใด ทั้งนี้จะต้องละทิ้งทัศนะความเชื่อ ความภาคภูมิใจของตนเก่าแต่หนหลังให้หมดไป แล้วหันมารับเอาเป้าหมายและปรัชญาของสมาคม ไว้เพียงประการเดียว นั่นคือ มุ่งสู่ความเป็นผู้นำโลก ในแต่ละช่วง เวลาจะมีสมาชิก Active จำนวน ๕๐๐-๖๐๐ คน

ภายหลังก่อตั้งมา ๑๕๐ ปี สมาชิกได้ก่อตัวกันเป็นกลุ่มแกนกลางประมาณ ๒๐-๓๐ ครอบครัว ซึ่งก่อร่างสร้างตัว เกาะกลุ่มจนเป็นตระกูลมั่งคั่ง เป็นจ้าวทางเศรษฐกิจ มีอิทธิพลมหาศาลในสังคมและในโลก ตัวอย่างเช่น

ตระกูล Harriman, Rockefeller, Payne, Davison พวกเขาแทรกเข้าไปอยู่ในทุกวงการของสังคมอเมริกัน เช่น รัฐบาล นักกฏหมาย นักการเมือง สื่อสารมวลชน การศึกษา ธนาคาร นักธุรกิจ การค้า อุตสาหกรรม สำนักพิมพ์ คริสตจักร ในตำแหน่งบริหารอันดับสูง ทำการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย ทั้งนี้กิจกรรมทุกอย่าง แม้กระทั่งชื่อจริงของสมาชิก จะถูกปกปิดเป็นความลับสุดยอด

สมาชิกของสมาคมหัวกระโหลกกระดูกไขว้ (Skull and Bones) รวมทั้งทายาทของสมาคม จำนวนหลายคนได้รวมตัวกัน เพื่อก่อตั้งองค์การใหญ่ระดับโลก อันได้แก่ Council on Foreign Relation ( CFR ) และ Trilateral Commission ( TLC ) และ Bilderbergers บุคคลสำคัญในปัจจุบันที่เปิดเผยตัวได้ คือ อดีตประธานาธิบดีเมริกา จอร์จ บู้ช เขาเป็นสมาชิกของสมาคม หัวกระโหลกไขว้ และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญใน CFR

Council on Foreign Relations มนตรีแห่งความสัมพันธ์ต่างประเทศ (Council on Foreign Relations – CFR ) CFR ได้รับการก่อตั้งขึ้นโดย Edward Mandell House ในปี ค.ศ. ๑๙๒๑ อุดมการณ์ ของ CFR คือ ส่งเสริมให้ก่อตั้งรัฐบาลโลกขึ้น ส่วนเหตุผลของการก่อตั้งรัฐบาลโลกนี้ สมาชิกของ CFR ได้แถลงการณ์ไว้หลายคน ซึ่งสามารประมวลได้ดังต่อไปนี้

ด้วยปรากฏว่าในประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้เกิดการไม่สงบสุข แต่มีการต่อสู้ขัดแย้งกันเสมอ เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เนื่องมาจากโลกยังถูกแบ่งออกเป็นประเทศเอกราชหลาย สิบ ประเทศ ปัญหานี้จะถูกขจัดให้หมดสิ้นไปได้ก็โดยการที่ ต้องจัดระเบียบใหม่ของโลกสากลขึ้น ที่สามารถจัดการบริหารให้ประชาชนโลก อยู่อาศัยอย่างสงบ ระบบใหม่นี้ก็คือ “ รัฐบาลโลก “ ซึ่งทำเกิดสันติสุข โดยมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และเศรษฐกิจ

เป้าหมายของ CFR คือผนวกรวมประเทศต่างๆ ในโลกรวมทั้งสหรัฐอเมริกา เข้าสู่ภายใต้การปกครอง ของรัฐบาลหนึ่งเดียวของโลก

ต่อมาในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ Franklin Roosevelt ได้ช่วย CFR ก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ ในปี ๑๙๔๕ ผ็แทนองค์การสหประชาชาติเป็นสมาชิกของ CFR ถึง ๔๗ คน นอกจากมีบทบาทในองค์การสหประชาชาติแล้ว

CFR ยังสนับสนุนเงินทุนและควบคุมกิจการขนาดยักษ์หลายแห่ง เช่น - อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ Mercedes Benz,Ford,Chrysler - อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องใช้สำนักงาน GE Fdn, General Moter,Xerox Fdn, IBM - นิตยสาร และสิ่งพิมพ์ ระดับใหญ่ๆเกือบทั้งหมดเช่น Newsweek, Reader’ Digest,Washington Post, AT&T,New york Times, Wall Street Journal - สำนักงานข่าวสาร CBS,ABC,NBC - กิจการอื่นๆเช่นบัตรเครดิต American Express - ห้างสรรพสินค้าชั้นนำเช่น Macy, Sers,JC Penny

การมีอิทธิพลเหนือสื่อมวลชนเช่นนี้ CFR จึงสามารถกำหนดทิศทางการเลือกตั้งประธานาธิบดี เนื่องจากสามารถควบคุมเสียง คะแนนนิยมของประชาชนได้ คณะบุคคลที่ให้การสนับสนุนเงินทุนแก่ CFR ก็เป็นคนกลุ่มเดียวกันที่ก่อตั้งธนาคารกลางสหรัฐ เช่น John D. Rockefeller, Bernard Baruch, J.P.Morgan, Paul Warburg และ Otto Kahn ตัวอย่างคนดังๆที่เคยเป็น ผู้อำนวยการของ CFR เช่น George Bush, Henry Kissinger, David Rockefeller, Jeane Kirpatrick, Dick Chenney

Federal Reserve Bank = FED ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Federal Reserve Bank = FED) ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ผู้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมกลไกทุน ของโลกโดยเบ็ดเสร็จ (ธุรกิจการเงิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดของระบบเศรษฐกิจทุนนิยม) ซึ่งการควบคุมทุนดังกล่าวสามารถที่จะ กำหนดทิศทาง เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม ของโลกให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ได้มีบทบาทที่สำคัญมากในเวทีเศรษฐกิจ-การเมือง ทางสากล ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ท่านผู้สนใจจะต้องมารู้จักกับ ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา

ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Federal Reserve Bank = FED ) ได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ๑๙๐๗ โดยตัวแทนคนใหม่ของตระกูล Rothschild (มีอิทธิพลสูงด้านการเงินการธนาคารในยุโรป แผ่อิทธิพลเข้ามาในอเมริกา ตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๘๓๗ ) คือ John Pierpont Morgan ( J.P. Morgan ) ได้เป็นแกนนำในการก่อตั้งธนาคารกลางของอเมริการขึ้นสำเร็จเรียกชื่อว่า “Federal Reserve Bank = FED“ ทั้งนี้ธนาคารของ J.P. Morgan ชื่อ The Morgan Guaranty trust เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เป็นธนาคารของเอกชน ไม่ใช่ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา)

ประธาน FED คนแรก คือ PAUL Warburg เขาเป็นใครมาจากใหน Puaul Warburg มาจาก Warburg Bank of Germany เข้ามาในอเมริกา ปี ค.ศ. ๑๙๐๒ แต่งงานกับลูกสาวของ Kuhn Loeb เจ้าของ Bank of New York ส่วนน้องชาย แต่งงานกับลูกสาวของ Jacob Schiff เจ้านายของ Kuhn Loeb Jacob Schiff ได้ใช้เงินของ Rothschild ซื้อหุ้นของ Kuhn Loeb

ตระกูลที่สำคัญอีกตระกูล ที่มีบทบาทสำคัญ ก็คือ ร๊อคกี้เฟลเล่อร์ ( Rockefeller Empire ) อัครมหาเศรษฐี ตระกูลหนึ่งในอเมริกา เริ่มเด่นดังในสังคมอเมริกา ตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๑๓ เมื่อ John D. Rockeller, Jr. ได้แต่งงานกับ Abbay ลูกสาวของวุฒิสมาชิก Aldrich และได้ร่วมกันสนับสนุนการก่อตั้งธนาคารสหรัฐ และได้มีความสัมพันธ์ กับ Paul Warburg ซึ่งเป็นตัวแทนของ Rothschild จากยุโรป  . John D. Rockeller Rockefeller ได้แผ่ขยายกิจการ ของตระกูลของตนเติบโตขึ้นมาอย่างมหาศาล ตามรายงานของ อาจารย์แห่งมหาวิทยาลัย California ที่เสนอต่อสภาคองเกรส ถึงฐานะกิจการของตระกูล ร๊อคกี้เฟลเล่อร์ ในปี ค.ศ. ๑๙๗๐ สมาชิกตระกูลร๊อคกี้เฟลเล่อร์ ๒๘ คน เป็นผู้อำนวยการของ ๔๐ บริษัท ซึ่งมีทรัพย์สินรวมกันถึง ๗๐พันล้านดอลล่าร์ เป็นกรรมการกิจการชั้นนำของอเมริกา ถึง ๙๑ แห่ง ซึ่งมีทรัพย์สินรวมกันถึง ๖๔๐ พันล้านดอลล่าร์ นอกจากนั้นพวกร๊อคกี้เฟลเล่อร์ ยังมีกิจการธนาคาร และมูลนิธิอีกมากกว่า ๒๐๐ แห่งที่มียอดเงินฝากมูลค่ามหาศาล

ธุรกิจอันดับหนึ่งของร๊อคกี้เฟลเล่อรก็คือ กิจการน้ำมัน Exxon ซึ่งมีสาขา ๓๐๐ แห่งทั่วโลก ลำดับที่ สองก็คือธุรกิจธนาคารอันประกอบด้วย ธนาคารเชสแมนฮัตตัน ซิตี้แบงค์ และเคมีคัลแบงค์ ธุรกิจประกันชีวิต ได้แก่ New York Life, Equitable life และ Metropolitan . ในด้านกิจการธนาคาร ทุนของ ร๊อคกี้เฟลเล่อร์ คิดเป้นประมาณ ๒๕ % ของธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุด ๕๐ แห่ง ของอเมริการวมกัน ส่วนด้านกิจการประกันชีวิต คิดเป็นประมาณ ๓๐ % ของบริษัทประกันชีวิตใหญ่ที่สุด ๕๐ แห่งของอเมริกัน สำหรับกิจการอื่นๆของ ร๊อคกี้เฟลเล่อร์ ได้แก่ - กิจการน้ำมันMobil Oil, Marathon Oil, Shell, Gulf, Union, Continental Oil, Standard Oil - สายการบิน Boeing, TWA, Eastern,United, National, Delta, North West - ผลิตรถยนต์ American Motors - กิจการเครื่องใช้สำนักงาน Xerox, IBM - กิจการผลิตภัณฑ์อื่นๆ Westinghouse, Avon, Steway, Generral Foods, Allied Chemicals, Anaconda Copper ฯลฯ

ความมั่งคั่งของตระกูลร๊อคกี้เฟลเล่อร์ดังกล่าว เนื่องมาจากพวกเขามีความสัมพันธ์โยงใยกับองค์การ Council on Foreign Relations = CFR ตลอดจนกลุ่มอิทธิพลตระกูลต่างๆ ซึ่งสนับสนุนให้มีอำนาจทางเศรษฐกิจ การเมือง การปกครองระดับโลก กลุ่มอิทธิพลเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงกัน ก่อตั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (I.M.F.) และ ธนาคารโลก (World Bank ) ซึ่งกำลังมีบทบาทควบคุมเหนือหลายประเทศในโลก ดูภาพใหญ่ ผู้ถือหุ้นของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา จากประวัติการก่อตั้งธนาคาร กลางสหรัฐอเมริการดังกล่าว จะเห็นว่าผู้ถือหุ้น และผู้บริหารคนสำคัญเป็นบุคคลที่มาจากยุโรปทั้งสิ้น ลักษณะดังกล่าวมิได้มีการเปลี่ยนแปลงมาจนถึงปัจจุบัน ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา มิได้มีรัฐบาลอเมริกาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เหมือนอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่ ๘ อันดับต้น ประกอบด้วย ๑, Rotschild Bank [ London and Paris ] ๒, Lazard Brothers Bank [ Paris ] ๓, Israel Moses Seif Bank [ Italy ] ๔, Warburg Bank [ Hamburg and Amsterdam ] ๕, Lepbman Brothers Bank [ New York ] ๖, Loeb Bank [ New York ] ๗, Chase Manhattan Bank [ New York ] ๘, Goldman Sachs Bank [ New York ] จากการเชื่อมโยง ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ท่านจะเห็นได้ว่า โครงข่าย ของกลุ่ม CFR นั้นยิ่งใหญ่ และมีการพัฒนาการมานานนับร้อยปี กระทั่งก้าวขึ้นสู่ความพร้อมในการที่จะควบคุมทุน (ธุรกิจการเงิน) ของโลกได้ค่อนจะสมบูรณ์ จะสั่งการณ์ให้ทิศทางเศรษฐกิจ-การเมือง ของโลกก้าวไปทางใดก็ได้ แทบจะหาประเทศหนึ่งประเทศใดมาขัดขวางค่อนข้างยาก

หลายท่านอาจไม่เชื่อว่า CFR มีตัวตนจริงหรือไม่ เพราะองค์การ CFR จะปกปิดตนมาโดยตลอด เพิ่งจะเริ่มมีการเปิดเผยตัวบ้างในปี ค.ศ. ๑๙๘๙ ในประเทศไทยก็เพิ่งจะสัมผัดรู้จักกับ CFR โดยตรง(แต่ก็โดยคนส่วนน้อย) ก็เมื่อคราว ที่นายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย เดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกา เพื่อปฏิบัติภารกิจสำคัญคือการเจรจาเรื่องเศรษฐกิจการค้า กับนักธุรกิจชั้นนำของอเมริกา

ในช่วงเดือน มีนาคม ๒๕๔๑ เช่น นาย บิล คลินตัน ประธานาธิบดี นาย จอร์จช โซรอสซ์ พ่อมดทางการเงิน นางเมเดลิน อัลไบรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศ นายโรเบิร์ต รูบิน รัฐมนตรีคลัง นายวิลเลี่ยม โคเฮน รัฐมนตรีกลาโหม นายมิเชล กองเดส์ชูส์ ประธาน IMF สิ่งที่น่าสังเกตุ ที่แท่นบรรยายบนเวที ปราศรัย ( Podium ) มีข้อความ “Council on Foreign Relations “ ปรากฏอยู่ นี่แสดงว่า นายกชวนได้ไปพบกับ CFR นั่นเอง และยืนยันได้ว่า CFR มีตัวตนจริงอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า CFR จะสามารถควบทุน เศรษฐกิจโลกไว้ได้เกือบทั้งหมด แต่ในทางการเมือง ก็ยังมีอุปสรรคมากมายขวางกั้นอยู่ ในเมื่อลักษณะการครอบโลกของ CFR เป็นผลจากแนวความคิด ที่ละโมบโลบมาก มักใหญ่ใฝ่สูง อหังการ์ทรนง ที่จะผนวกการดูดกลืนโภคทรัพย์ในสังคมโลก ทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม

ภายใต้การข่มขู่คุกคาม ด้วยแสนยานุภาพทางการทหารที่ เหนือกว่าใครในโลก ด้วยรูปแบบสงครามยุค IT ให้อยู่ภายใต้อาณัติของตน [ CFR ] นั่นแปลแนวความคิด ของ CFR ได้ว่า เป็นซากคิด ของการขาดสติของกลุ่มคนวิกลจริต ที่ขาดไร้ซึ่งความชอบธรรมเป็นธรรม อันจะนำไปสู่ความอดยากแร้นแค้น ทุรเข็ญของประชาคมโลก และจะนำไปสู่ สัจจะธรรมที่ว่า “ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นย่อมมีการต่อสู้ “ ดังนั้นแผนการโฉดเขลา ของ CFR จะต้องถูกประชาคมโลกลุกขึ้นต่อสู้ ด้วยแนวทางสงครามที่เป็นธรรม เพื่อไปเอาชนะสงครามอธรรมของ CFR ด้วยแม้ว่า CFR จะมีปัจจัยสงครามยุค IT ก็ตาม

สงครามโลกครั้งที่ ๓ จากปัญหาความขัคแย้งทางการค้าโลก การจัดระเบียบโลกใหม่ และความพยายามของสหรัฐอเมริกาที่พยายามจะผลักดัน ทุกประเทศเปิดประตูสู่ยุคโลกไร้พรมแดน เพื่อสนองตอบต่อลัทธิจักรวรรดินิยมจ้าวโลกของสหรัฐอเมริกา จะนำไปสู่ความขัดแย้งกับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ทั้งหลายในโลกและจะเป็นฉนวนสู่สงคราม ความขัดแย้งทางประชาชาติ ความขัดแย้งทางศาสนา จากปัญหาของสังคมโลกที่ได้วิวัฒนาการมาสู่จุดเปลี่ยนที่แหลมคม และพร้อมที่จะปะทุ กลายเป็นสงครามประชาชาติ ที่ขยายตัวออกไปในภูมิภาคต่างๆจนกลายเป็นสงครามโลก พร้อมๆกับการสิ้นสุดของยุคทุนนิยม

 

 

 

อ่านเพิ่ม..บทความที่เกี่ยวข้อง สถานการณ์โลกก่อนเข้าสู่รอบพันปีที่สาม
ปรีชา วรเศรษฐสิน
๑๑ / ๙ / ๒๕๔๒
http://www.visitsurin.com/index.php?mo=3&art=131340

 

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
หน้าแรก เว็บบอร์ด
view